thansettakij
thansettakij
วายแอลจีเผยราคาทองพุ่ง 8.4% ไตรมาส 1  

วายแอลจีเผยราคาทองพุ่ง 8.4% ไตรมาส 1  

05 เม.ย. 60 | 07:23 น.
อัปเดตล่าสุด :05 เม.ย. 60 | 14:29 น.
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า  ในไตรมาสแรกปี 2560 ราคาทองคำใ นต่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ96.98  ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 8.4% ถือเป็นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ที่ สุดในรอบ 1 ปี โดยปิด  วันที่ 31มีนาคมที่   1,248.63ดอลลาร์ต่อออนซ์

ส่วน ราคาทองคำในประเทศนั้น  เพิ่มขึ้นเพียงบาทละ  500  บาท  หรือประมาณ2.5% เนื่องจากได้รับแรงกดดั นจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทหลั งสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า

ปัจจัยที่สนับสนุนราคาทอง  เกิดจากแถลงการณ์ ของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดส่งสั ญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าที่ ตลาดบางส่วนคาดไว้  ส่งผลให้เกิดแรงขายกดดันให้สกุ ลเงินดอลลาร์ร่วงลง ประกอบกับการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่ างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรั ฐอเมริกาได้   ส่งผลในเชิงลบต่อความเชื่อมั่ นในความสามารถของประธานาธิบดี ทรัมป์ในการผลักดันนโยบายกระตุ้ นเศรษฐกิจ ที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ในระหว่ างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง   ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกั บความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝั่ งยุโรป  ทั้งการเลือกตั้งในหลายประเทศ  อาทิ  เนเธอร์แลนด์  ฝรั่งเศสและเยอรมนี  ตลอดจนการที่อังกฤษได้ ประกาศมาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนเพื่อเริ่ มกระบวนการเจรจาแยกตัวจากอียู อย่างเป็นทางการ  ความไม่แน่นอนดังกล่าวกระตุ้ นแรงซื้อทองคำเพื่อป้องกั นความเสี่ยงและถือเป็นปัจจั ยสำคัญหนุนให้ราคาทองคำปรับตั วขึ้นอย่างมีเสถียรภาพในช่ วงไตรมาสแรกของปี 2560

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 นางสาวฐิภา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่จะ ชี้นำตลาดทองคำยังคงอยู่ที่ การตอบรับของนักลงทุนต่ อนโยบายต่ างประเทศและนโยบายในประเทศของปร ะธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์  หากเกิดการคาดการณ์ในเชิงบวก อาจส่งผลให้ สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้ นและกดดันทองคำได้  แต่หากนโยบายดังกล่าวก่อให้เกิ ดความขัดแย้งกับนานาประเทศหรื อส่งผลต่อการค้าโลก  หรือ  ทรัมป์  ประสบเผชิญอุปสรรคในการผลักดั นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิ จทางการคลัง  ซึ่งรวมถึงแผนการลดภาษี และการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้ นฐาน  อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันสิ นทรัพย์เสี่ยงและกลับมาหนุ นทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภั ยได้

นอกจากนี้แนะนำติดตามการเลือกตั้ งของฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.และพ. ค.  หากพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดได้ รับชัยชนะหรือได้คะแนนเสี่ ยงมากเกินคาดอาจบ่งชี้ถึ งกระแสต่อต้านกลุ่มฐานอำนาจเดิ มในอียูซึ่งสั่นคลอนอนาคตของอี ยู  ขณะที่สัญญาณการปรับขึ้นอั ตราดอกเบี้ยในระยะถั ดๆไปของเฟดก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ  อีกทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรั ฐศาสตร์ทั้งประเด็นเกาหลีเหนื อและการก่อการร้ายถือเป็นจุ ดสนใจที่ต้องติดตามเช่นกัน

วายแอลจีแนะกลยุทธ์การลงทุน  ให้นักลงทุนเข้าซื้อเมื่ อราคาย่อตัวลงมาใกล้บริเวณแนวรั บ  1,200  ดอลลาร์ต่อออนซ์หรือ 19,600  บาท   และรอขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตั วขึ้นแต่ไม่สามารถยืนเหนือแนวต้ านบริเวณ 1,272 ดอลลาร์ หรือ 20,800  บาท   ได้อย่างแข็งแกร่ง  หาก สามารถยืนเหนือแนวต้านดังกล่ าวได้แนะนำรอขายบริเวณแนวต้ านสำคัญถัดไปในโซน  1,286-1,300 ดอลลาร์ หรือ 21,000-21,200  บาท     และเน้นย้ำว่านักลงทุ นควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร หรือจุดตัดขาดทุนและปฏิบัติ ตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด  (ราคาไทยคำนวณจากค่าเงินบาท ณ ระดับ 34.50 บาท/ดอลลาร์)

“ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรั พย์ที่น่าลงทุน   ก่อนที่นักลงทุนจะลงทุนในสิ นทรัพย์ใดก็ตามก็ควรจะต้องมี การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่ างละเอียด  พร้อมทั้งประเมินความเสี่ยงที่ ตนเองรับได้และจัดสรรเงินทุนให้ เหมาะสมกับความเสี่ยงและเงินทุ นของตนเอง” นางสาวฐิภา กล่าว