thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในลิเบียที่เพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในลิเบียที่เพิ่มขึ้น

04 เม.ย. 60 | 02:54 น.
อัปเดตล่าสุด :04 เม.ย. 60 | 09:54 น.
ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในลิเบียที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายลง

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 4 เมษายน 2560

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงวานนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของแหล่งขุดเจาะน้ำมันดิบ Sharara ในลิเบีย หลังบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ (NOC) ได้ประกาศยกเลิก Force Majeure สำหรับการขนส่งน้ำมันดิบจากแหล่งดังกล่าวเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบในวันที่ 28 มี.ค. 2560 ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งดังกล่าวได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 บาร์เรลต่อวันในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติที่สามารถผลิตได้อยู่ 100,000 บาร์เรลต่อวัน

- กองทุนเฮดจ์ฟันด์ปรับลดสถานะการถือครองสุทธิ (Net Long Position) ลงอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 หลังนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังต่อการซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้ามากขึ้น โดย U.S. Commodity Futures Trading Commission (CTFC) รายงานสถานะการลงทุนในสัญญาน้ำมันดิบ NYMEX ที่นิวยอร์ก และ ICE ที่ลอนดอน ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค. 2560 ปรับลดลง 12,362 สัญญา มาอยู่ที่ 269,443 สัญญา

+ อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ของน้ำมันสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเติบโตสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะในประเทศจีน หลังดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ประจำเดือน มี.ค. รายงานออกมาอยู่ที่ 51.8 ปรับเพิ่มจากเดือนก่อนหน้าที่ 51.6 นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจในประเทศญี่ปุ่นและอินเดียยังมีแนวโน้มออกมาดีอีกเช่นกัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากถูกกดดันโดยปริมาณน้ำมันเบนซินส่งออกจากจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในภูมิภาคเอเชีย

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลของประเทศญี่ปุ่น ประกอบกับอุปทานน้ำมันดีเซลเกรดกำมะถันต่ำในภูมิภาคที่ยังมีปริมาณมาก แม้ว่าอุปสงค์ของน้ำมันดีเซลเกรดกำมะถันสูงจะยังคงดีอยู่ก็ตาม

oil0404-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ติดตามการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก โดยกลุ่มโอเปกยังคงเดินหน้าปรับลดการผลิตลงต่อเนื่อง นำโดยซาอุดิอาระเบียที่ยังคงปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าที่ได้ตกลงไว้เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ อิรักและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตน้ำมันดิบ ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก การปรับลดกำลังการผลิตคาดจะมีแนวโน้มดีขึ้น หลังรัสเซียคาดจะปรับลดกำลังการผลิตได้ 300,000 ตามข้อตกลงในสิ้นเดือน เม.ย. นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 หลังปริมาณน้ำมันคงคลังโลกยังคงสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังการนำเข้าและการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นคาดจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลงหลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุงและเพิ่มกำลังการกลั่นสูงขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 มี.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับ 534 ล้านบาร์เรล ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.4 ล้านบาร์เรล

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์