thansettakij
thansettakij
คอตตอน ยูเอสเอ ทุ่มงบ 33 ล้าน หนุนไลเซนซี พร้อมเปิดตัว 3 แบรดน์ใหม่

คอตตอน ยูเอสเอ ทุ่มงบ 33 ล้าน หนุนไลเซนซี พร้อมเปิดตัว 3 แบรดน์ใหม่

03 เม.ย. 60 | 10:45 น.
อัปเดตล่าสุด :04 เม.ย. 60 | 00:46 น.
 

https://youtu.be/yo4gEEsRPks

“คอตตอน ยูเอสเอ” เปิดแผน การตลาดมุ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกลุ่มไลเซนซี พร้อมเปิดตัว   แบรนด์ไลเซนซี 3 แบรนด์ใหม่ในกลุ่มเสื้อผ้าผู้ชายและยีนส์ อย่าง “ลี คูเปอร์” “แมนเชสเตอร์” และ      “เซิร์ฟเท็ค” เพื่อรองรับเทรนด์การช้อปปิ้งของเสื้อผ้าผู้ชายที่เพิ่มขึ้น และทุ่มงบกว่า 33 ล้านบาท เดินหน้าจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกับไลเซนซี เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวน ไลเซนซีอีก 3 รายภายในปี 2560 และเตรียมเร่งเครื่องลุยตลาดอาเซียนเต็มกำลัง โดยเฉพาะเวียดนาม รวมถึงเล็งทำตลาดที่อินโดนีเซียในปีหน้า

คอตตอน ยูเอสเอ เปิดตัวแบรนด์ไลเซนซี 3 แบรนด์ใหม่ (2)

นายไกรภพ แพ่งสภา ตัวแทนคอตตอน ยูเอสเอ ในกลุ่มประเทศอาเซียน เปิดเผยว่า ได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการทำการตลาดร่วมกับกลุ่มไลเซนซี  โดยใช้กลยุทธ์แบบดีมานด์พูล (Demend Pull) กับกลุ่มแบรนด์ไลเซนซี ด้วยการจัดกิจกรรมทางการตลาดให้กับ  แบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเส้นใยฝ้ายคุณภาพสหรัฐอเมริกา ไปยังผู้บริโภคคนไทยให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มอุปสงค์ในกลุ่มผู้บริโภคคนไทย และใช้กลยุทธ์แบบซัพพลายพุช (Supply Push) ที่มุ่งเน้นการให้บริการแก่กลุ่มไลเซนซีโรงงาน โดยคอตตอนยูเอสเอจะทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเชื่อมต่อกลุ่มผู้ผลิตที่ใช้เส้นใยฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี  ในการทำธุรกิจร่วมกัน เป็นการต่อยอดทางธุรกิจ เปิดโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถของโรงงานต้นน้ำในแถบอาเซียน ให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างเต็มที่”

โดยในปีนี้ คอตตอน ยูเอสเอ ได้จัดเตรียมทุ่มงบการตลาดรวมทั้งปีกว่า 33 ล้านบาท เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมรุกตลาดเสื้อผ้าผู้ชาย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ไลเซนซีใหม่ถึง 3 แบรนด์ด้วยกัน นำโดย “ลี คูเปอร์” แบรนด์แฟชั่นยีนส์วัยรุ่นสุดฮิปสไตล์อีสต์ลอนดอน “แมนเชสเตอร์” แบรนด์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษสัญชาติไทย สไตล์เรียบหรู ที่ทำตลาดในประเทศไทยมานานกว่า 50 ปี และ “เซิร์ฟเท็ค” แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายสไตล์สตรีทแวร์กลิ่นอายเซิร์ฟแวร์สัญชาติออสเตรเลีย โดยการเปิดตัวแบรนด์ไลเซนซีในกลุ่มเสื้อผ้าผู้ชายและยีนส์ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อรองรับเทรนด์การช้อปปิ้งสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าผู้ชายที่เพิ่มมากขึ้น โดยคอตตอน ยูเอสเอเตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับไลเซนซีอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ การทำแคมเปญโปรโมชั่นร่วมกับไลเซนซีเพื่อหาผู้โชคดี ร่วมเดินทางไปสัมผัสกับไร่ฝ้ายสหรัฐอเมริกาในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2560

คอตตอน ยูเอสเอ เปิดตัวแบรนด์ไลเซนซี 3 แบรนด์ใหม่ (1)

นอกจากนี้ ทางคอตตอน ยูเอสเอ ได้จัดงาน Sourcing Fair ณ ประเทศฮ่องกง ซึ่งคอตตอน ยูเอสเอ ทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงจับคู่ทางธุรกิจระหว่าง     กลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่ใช้เส้นใยฝ้ายจากสหรัฐอเมริกา กับกลุ่มแบรนด์และผู้ค้าปลีก เพื่อสร้างโอกาสในการซื้อขาย และเพิ่มโอกาสในการสร้างคู่ค้าทางธุรกิจให้มากขึ้น รวมถึงการจัดงานสัมมนาในหัวข้อต่างๆ และการแบ่งปันข้อมูลจาก   ผลสำรวจที่จัดทำขึ้นในทุกๆ 2 ปี เช่น Global Lifestyle Monitor และ Mark Tracking Survey เป็นต้น นอกจากนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 คอตตอน ยูเอสเอเตรียมจับมือกับ 3 แบรนด์ไลเซนซีในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยีนส์ชั้นนำของประเทศไทยอย่าง “ลี” “แรงเลอร์” และ “ลี คูเปอร์” เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษซึ่งจะเป็นการผสมผสานเทคโนโลยี ใหม่ล่าสุดจากคอตตอน อินคอร์ปอเรตลงไปในเสื้อผ้า เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ปัจจุบันในภูมิภาคอาเซียน คอตตอน ยูเอสเอมีแบรนด์ไลเซนซีในกลุ่มเสื้อผ้าและเคหะสิ่งทอ จำนวน 55 แบรนด์ และกลุ่มโรงงานจำนวน 60 ราย โดยสำหรับประเทศไทย มีแบรนด์ไลเซนซีในกลุ่มเสื้อผ้าและเคหะสิ่งทอ จำนวน 27 แบรนด์ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่สิ่งทอ จำนวน 2 แบรนด์ และกลุ่มโรงงานจำนวน 30 ราย และได้วางเป้าหมายที่จะขยายแบรนด์ไลเซนซีจำนวน 3 แบรนด์ โดยในจำนวนดังกล่าวนี้จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องประกอบบริขารการนุ่งห่มสำหรับพระสงฆ์ ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา และในกลุ่มโรงงานอีก 3 รายภายในปีนี้ นอกจากนี้ คอตตอน ยูเอสเอเตรียมเดินหน้ารุกตลาดอาเซียนอย่างเต็มที่ โดยเริ่มจากประเทศเวียดนาม ที่วางแผนจะเปิดตัวแบรนด์ไลเซนซีเป็นครั้งแรก 3 ราย ควบคู่ไปกับการจัดแคมเปญโปรโมชั่นใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภค พร้อมทั้งเล็งทำกิจกรรมสำหรับผู้บริโภคที่ประเทศอินโดนีเซียในปีหน้า เพื่อขยายการรับรู้ของแบรนด์คอตตอน ยูเอสเอ ไปยังผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนในวงกว้างมากขึ้น” นายไกรภพ กล่าวทิ้งท้าย