thansettakij
thansettakij
กรมทางหลวงเทคอนกรีตจุดเชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2

กรมทางหลวงเทคอนกรีตจุดเชื่อมต่อสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา ข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2

30 มี.ค. 60 | 09:18 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 60 | 16:18 น.
468233 30 มีนาคม 2560 -นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการให้ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย – เมียนมา แห่งที่ 2  ที่อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก เมื่อวันที่6ตุลาคม 2552 และดำเนินโครงการก่อสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ รวมทั้งศูนย์บริการนำเข้า-ส่งออก และศูนย์โลจิสติกส์ ตลอดจนคลังสินค้า โดยจัดหาพื้นที่ตาม แนวเส้นทางก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2  เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น  และรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก - ตะวันตก หรือ East - West Economic Corridor กรมทางหลวงได้ศึกษาออกแบบและได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรีในโครงการดังกล่าว  ในวงเงินรวมทั้งสิ้น 3,900 ล้านบาท  ซึ่งงานประกอบด้วยตัวสะพานข้ามแม่น้ำเมย  ถนนเชื่อมต่อสะพานทั้ง 2 ฝั่ง   รวมทั้งอาคารด่าน หรือ (Border Control Facilities) เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่าง ๆ   ที่มีภารกิจรับผิดชอบการตรวจผ่านแดน   เข้ามาใช้สถานที่ปฏิบัติงานให้บริการประชาชนร่วมกัน  อาทิ เช่น กรมศุลกากร  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  กรมปศุสัตว์

ซึ่งสะพานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางเลี่ยงเมืองแม่สอด  มีจุดเริ่มต้นโครงการบน ทางหลวงหมายเลข 12  ข้ามแม่น้ำเมย/ตองยิน  ที่บ้านวังตะเคียน  ตำบลท่าสายลวด  อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก ราชอาณาจักรไทย เชื่อมสู่บ้านเยปู หมู่ที่ 5 เมืองเมียวดี จังหวัดเมียวดี สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา   และมีจุดสิ้นสุด บรรจบถนนหมายเลข  85  สายเมียวดี-กอกะเร็ก  เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงเอเชียหมายเลข 1  สำหรับงบประมาณการก่อสร้างในพื้นที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา   รัฐบาลไทยจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบให้เปล่า  หรือ Grant Aid แก่รัฐบาลสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา   การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมย แห่งที่ 2 นี้ เชื่อมระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา  โดยก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง  มีความยาวของสะพานทั้งหมด  760 เมตร  แบ่งเป็นฝั่งไทย 515 เมตร และฝั่งเมียนมาร์  245 เมตร ไม่มีเสาตอม่ออยู่กลางแม่น้ำ สะพานมีขนาด  2 ช่องจราจรไป-กลับ  แยกช่องจราจรด้วยเกาะคอนกรีตแบบต่ำ ช่องผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร และทางเดินเท้ากว้างข้างละ 1.50 เมตร

อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยต่อไปอีกว่า โครงการนี้เป็นการดำเนินงานเองของหน่วยงานต่างๆ ภายในของกรมทางหลวงเองทั้งสิ้นจึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เชี่ยวชาญและผู้ปฏิบัติงานจากหลายหน่วยงานจะได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และมีส่วนร่วมในภารกิจระหว่างประเทศครั้งนี้ คาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ ทั้งโครงการ  และเปิดใช้งานได้ภายในปี พ.ศ. 2562  ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้ว  จะช่วยอำนวยความสะดวก   รวดเร็วในการคมนาคมขนส่ง เป็นการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุนในภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งเพิ่มความสะดวกคล่องตัวในการใช้เส้นทาง สามารถรองรับการจราจรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมทั้งจะกระชับความสัมพันธ์อันดี  ระหว่างประชาชนในภูมิภาคนี้  ให้มีความใกล้ชิด  แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น อีกทั้งจะช่วยลดปัญหาการจราจรที่แออัดของสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 1 ด้วย เป็นการพัฒนาเครือข่ายเส้นทางคมนาคม เพื่อแก้ไขปัญหาระบบโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าเส้นทางเดิมที่มีความคับแคบ และไม่สะดวกต่อการขนส่งสินค้าเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียน - โลก