
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(28 มี.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 27 มีนาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 27 มีนาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,247.31-1,259.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.22 น.ของวันที่ 27/03/2560)
แนวโน้มวันที่ 28 มีนาคม 2560
มาตรการปฏิรูประบบประกันสุขภาพของพรรครีพับลิกันไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงกดดัน นักลงทุนกังวลว่ามาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ มีความไม่แน่นอนเพราะความสามารถของ ปธน.ทรัมป์ในการทำตามคำสัญญาในนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งที่สำคัญอื่นๆ เมื่อสมาชิกสภาคองเกรสมีความเห็นแตกแยกเป็นอย่างมาก ประเด็นดังกล่าว กดดันดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ซึ่งดันให้ราคาทองคำทะยานขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงว่าจะตอบรับข่าวดังกล่าวอย่างไร เพราะตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นกว่า 12% นับตั้งแต่ ปธน.ทรัมได้รับการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ราคาหุ้นสะท้อนมุมมองที่ว่า ภาษีที่ลดลง, การผ่อนปรนกฎระเบียบ และ มาตรการกระตุ้นทางการคลังจะส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลกำไรของภาคเอกชน แต่ความล้มเหลวของร่างกฎหมายระบบประกันสุขภาพทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงในตลาดเอเชีย ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ท่ามกลางปริมาณซื้อขายหนาแน่น ซึ่งราคาทองคำตอบรับในเชิงบวกอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าสูงสุดในรอบหลายเดือน ซึ่งค่าเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 20 เดือนที่ 34.38 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ แม้ราคาทองคำต่างประเทศจะปรับขึ้น แต่ราคาทองคำในประเทศไม่ได้ปรับขึ้นตามในสัดส่วนที่เท่ากัน อันเนื่องมาจากค่าบาทที่แข็งค่ามาก แนะนำนักลงทุนควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประกอบการตัดสินใจลงทุน สำหรับแนวต้านบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถขยับตัวขึ้นไปยืนได้ ราคาทองคำจะขึ้นชนแนวต้านถัดไป 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายออกมา
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเช่นเดิม
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,243 (20,250บาท) 1,235 (20,100บาท) 1,226 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,550บาท) 1,272 (20,700บาท) 1,280 (20,850บาท)
กราฟราคาทองคำ
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 27 มีนาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,247.31-1,259.14 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 150 บาทจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.22 น.ของวันที่ 27/03/2560)
แนวโน้มวันที่ 28 มีนาคม 2560
มาตรการปฏิรูประบบประกันสุขภาพของพรรครีพับลิกันไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงกดดัน นักลงทุนกังวลว่ามาตรการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ มีความไม่แน่นอนเพราะความสามารถของ ปธน.ทรัมป์ในการทำตามคำสัญญาในนโยบายการหาเสียงเลือกตั้งที่สำคัญอื่นๆ เมื่อสมาชิกสภาคองเกรสมีความเห็นแตกแยกเป็นอย่างมาก ประเด็นดังกล่าว กดดันดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ซึ่งดันให้ราคาทองคำทะยานขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงว่าจะตอบรับข่าวดังกล่าวอย่างไร เพราะตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นกว่า 12% นับตั้งแต่ ปธน.ทรัมได้รับการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย. ราคาหุ้นสะท้อนมุมมองที่ว่า ภาษีที่ลดลง, การผ่อนปรนกฎระเบียบ และ มาตรการกระตุ้นทางการคลังจะส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลกำไรของภาคเอกชน แต่ความล้มเหลวของร่างกฎหมายระบบประกันสุขภาพทำให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงในตลาดเอเชีย ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ท่ามกลางปริมาณซื้อขายหนาแน่น ซึ่งราคาทองคำตอบรับในเชิงบวกอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่แข็งค่าสูงสุดในรอบหลายเดือน ซึ่งค่าเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 20 เดือนที่ 34.38 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ แม้ราคาทองคำต่างประเทศจะปรับขึ้น แต่ราคาทองคำในประเทศไม่ได้ปรับขึ้นตามในสัดส่วนที่เท่ากัน อันเนื่องมาจากค่าบาทที่แข็งค่ามาก แนะนำนักลงทุนควรพิจารณาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประกอบการตัดสินใจลงทุน สำหรับแนวต้านบริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถขยับตัวขึ้นไปยืนได้ ราคาทองคำจะขึ้นชนแนวต้านถัดไป 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านแรกนักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายออกมา
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ให้รอเข้าซื้อหากราคาย่อตัวลงมาและไม่หลุดบริเวณแนวรับทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,243 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับการทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าราคาทองคำสามารถทะลุผ่านแนวต้าน และรักษาระดับยืนเหนือกรอบราคาได้ แนะนำนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่ให้ถือต่อไป ซึ่งราคาทองคำน่าจะสามารถขยับตัวขึ้นต่อไปได้ และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นเช่นเดิม
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,243 (20,250บาท) 1,235 (20,100บาท) 1,226 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,550บาท) 1,272 (20,700บาท) 1,280 (20,850บาท)
กราฟราคาทองคำ






