
การรถไฟฯจัดกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟก้าวสู่ 120 ปี
26 มีนาคม 2560) - นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ประธานกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย และนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นประธานร่วมเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาการรถไฟครบรอบ 120 ปี
นายอานนท์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 120 ปี ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้มุ่งเน้นพัฒนาด้านการขนส่งทางราง ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาบริการรูปลักษณ์ใหม่ด้านการบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่เข้ามาใช้งาน โดยการให้บริการจองและซื้อตั๋วโดยสารด้วยระบบอินเตอร์เน็ต E-Ticket (e-TSRT) ผ่านหน้าเว็บไซต์การรถไฟฯ www.railway.co.th หรือ www.thairailwayticket.com ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตได้ทันที ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 จะเห็นได้ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานบริการรถไฟไทยสู่สากล และสนับสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ ด้านการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งทางราง ปัจจุบันการขนส่งทางรางเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นอย่างมาก สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในด้านการขนส่งระบบราง ส่งเสริมการเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคอาเซียนตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity: MPAC) ที่เน้นการเชื่อมโยง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ทั้งนี้ ในส่วนของการคมนาคมขนส่งจะเน้นการเชื่อมโยงตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งของอาเซียน ยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของประชาชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้า ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การส่งออก และการท่องเที่ยว
นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น การให้บริการขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน การเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าด้วยแคร่ขนส่งสินค้า จำนวน 308 แคร่มาให้บริการ การปรับปรุงคุณภาพบริการรถไฟโดยสารชั้น 3 การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ และอีกบทบาทหนึ่งของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือการเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งให้กับประเทศและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ตลอดจนการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่จะมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่ของประเทศ จะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญ รวมถึงพื้นที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ
นายอานนท์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 120 ปี ที่ผ่านมา การรถไฟฯ ได้มุ่งเน้นพัฒนาด้านการขนส่งทางราง ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาบริการรูปลักษณ์ใหม่ด้านการบริการประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบใหม่เข้ามาใช้งาน โดยการให้บริการจองและซื้อตั๋วโดยสารด้วยระบบอินเตอร์เน็ต E-Ticket (e-TSRT) ผ่านหน้าเว็บไซต์การรถไฟฯ www.railway.co.th หรือ www.thairailwayticket.com ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตได้ทันที ซึ่งเปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 จะเห็นได้ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานบริการรถไฟไทยสู่สากล และสนับสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ ด้านการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งทางราง ปัจจุบันการขนส่งทางรางเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างเป็นอย่างมาก สืบเนื่องจากรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในด้านการขนส่งระบบราง ส่งเสริมการเชื่อมโยงประเทศในภูมิภาคอาเซียนตามแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (Master Plan on ASEAN Connectivity: MPAC) ที่เน้นการเชื่อมโยง 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ และความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ทั้งนี้ ในส่วนของการคมนาคมขนส่งจะเน้นการเชื่อมโยงตามแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งของอาเซียน ยกระดับคุณภาพชีวิตและการเดินทางของประชาชนเพิ่มมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ด้วยการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการขนส่งสินค้า ทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การส่งออก และการท่องเที่ยว
นายอานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาการให้บริการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่ผ่านมา เช่น การให้บริการขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน การเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าด้วยแคร่ขนส่งสินค้า จำนวน 308 แคร่มาให้บริการ การปรับปรุงคุณภาพบริการรถไฟโดยสารชั้น 3 การแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดเสมอระดับทางรถไฟ และอีกบทบาทหนึ่งของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน คือการเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งให้กับประเทศและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ตลอดจนการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่จะมีสถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่ของประเทศ จะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยาน และเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สำคัญ รวมถึงพื้นที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ






