
“ฉัตรชัย”หวั่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม จี้ทุกฝ่ายเร่งหามาตรการรับมือ
“ฉัตรชัย”หวั่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม จี้ทุกฝ่ายเร่งหามาตรการรับมือลดความเดือนร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 1.6 หมื่นราย พร้อมสั่งคุมเข้มโครงการ“นมโรงเรียน” 1.4 หมื่นล้าน พัฒนาคุณภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำให้ได้มาตรฐาน การจัดสรรโปร่งใส-เป็นธรรม ด้านอสค.เรียกประชุม 4 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน 70รายทั่วประเทศ ช่วยกันรับซื้อน้ำนมดิบเกษตรกร ควบคู่ผลิตนมโรงเรียนชนิด UHT เก็บตลอดช่วงระยะปิดเทอม เชื่อมั่นช่วยดูดซัพปริมาณน้ำนมดิบในตลาดไม่ต้องเทน้ำทิ้ง
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)ว่า พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งหามาตรรับมือแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม2/2559 เพื่อลดความเดือนร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ 1.6 หมื่นราย พร้อมมีนโยบายให้มีการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานของนมโรงเรียนให้สูงขึ้นในปีการศึกษา 2560 เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมคุณภาพและปรับวิธีการจัดสรรโควตาให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสกับผู้ประกอบการ รวมทั้งตอบสนองและประโยชน์แก่นักเรียน เกษตรกรและสหกรณ์อย่างยั่งยืนรวมทั้งเร่งหามาตรการในการรับมือสถานการณ์นมล้นตลาดในช่วงปิดภาคเรียนอย่างรัดกุม
จากนโยบายดังกล่าว เร็วๆนี้อสค.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม(สคน.) ได้เชิญสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม /ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมทั้ง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมอุตสาหกรรมผลิตอาหารนมไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ สมาคมผู้ผลิตนม ยู.เอช.ที สมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน 70รายทั่วประเทศเพื่อชี้แจงและติดตามข้อมูล การบริหารจัดการน้ำนมดิบช่วงปิดภาคเรียนให้มีการปฏิบัติดูแลในการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมทั่วประเทศให้เป็นไปมติของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนกับอ.ส.ค. ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบน้ำนมดิบตอลดช่วงระยะเวลาปิดภาคเรียนตามข้อตกลงที่ได้ทำ MOU กันไว้คือ กำหนดให้แต่ละรายช่วยกันผลิตนมโรงเรียนชนิด UHT เก็บตลอดช่วงระยะปิดเทอมหรือเพื่อการอื่นใด นอกจากนี้ในการหารือยังไม่มีการหารือถึงการยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการของโครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2560 อีกด้วย
ส่วนแนวทางแก้ปัญหานมล้นตลาดในระยะยาว หนึ่งในอีกมาตรการสำคัญคือขอความร่วมมือให้สมาคม/ผู้กอบการอุตสาหกรรมนมช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมมากขึ้นผ่านเทศกาลที่สำคัญหรือออกเคญเปญสร้างแรงจูงใจการดื่มนม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 2560-2569 ที่มีเป้าหมายเพิ่มการบริโภคนมร้อยละ 4 จากปัจจุบันคนไทยบริโภคอยู่ที่ประมาณ 14-15 ลิตร/คน/ปี ซึ่งในส่วนของอสค.ปัจจุบันครองสัดส่วนตลาดนมโรงเรียนอยู่ที่ 900 ล้านบาท/ปีและทุกสัปดาห์ที่ 3ของเดือนกันยายนของทุกปีจะจัดกิจกรรมวันดื่มนมโรงเรียนโลกเพื่อกระตุ้นให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของการดื่มนม
“ท่านรัฐมนตรีว่าการฯมีความห่วงใยเรื่องปัญหานมล้นในช่วงปิดเทอมมาก และกำชับหนักแน่นอย่าให้เกิดเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องประสบปัญหาเดือดร้อน อสค.จึงได้เรียกประชุมสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 แห่งมาหารือเพื่อขอความร่วมมือกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมนมไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยเน้นใน 3 เรื่องคือช่วยกันบริหารจัดการน้ำนมดิบไม่ให้เกิดปัญหานมล้น ผลิตนมโรงเรียนให้ได้คุณภาพมาตรฐานยิ่งขึ้นและการจัดสรรโควตาต้องโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ” ดร.ณรงค์ฤทธิ์
ด้านนายวิศิษฎ์ แสงคล้อย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวรายละเอียดในการหารือเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกรทั่วประเทศรวมกันจำนวน 3,315 ตัน/วัน ในจำนวนดังกล่าวเป็นปริมาณที่ได้ทำข้อตกลงซื้อขายหรือ MOU เพื่อผลิตสำหรับนมโรงเรียนในปีการศึกษา 2559/2560 ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2560นี้จำนวน 1,323ตัน/วัน ตลอด 365 วันรวมปิดเทอม ภายใต้งบประมาณ 14,000 บาท
ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)ว่า พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งหามาตรรับมือแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม2/2559 เพื่อลดความเดือนร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ 1.6 หมื่นราย พร้อมมีนโยบายให้มีการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานของนมโรงเรียนให้สูงขึ้นในปีการศึกษา 2560 เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมคุณภาพและปรับวิธีการจัดสรรโควตาให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสกับผู้ประกอบการ รวมทั้งตอบสนองและประโยชน์แก่นักเรียน เกษตรกรและสหกรณ์อย่างยั่งยืนรวมทั้งเร่งหามาตรการในการรับมือสถานการณ์นมล้นตลาดในช่วงปิดภาคเรียนอย่างรัดกุม
จากนโยบายดังกล่าว เร็วๆนี้อสค.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม(สคน.) ได้เชิญสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม /ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมทั้ง 4 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมอุตสาหกรรมผลิตอาหารนมไทย สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ สมาคมผู้ผลิตนม ยู.เอช.ที สมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน 70รายทั่วประเทศเพื่อชี้แจงและติดตามข้อมูล การบริหารจัดการน้ำนมดิบช่วงปิดภาคเรียนให้มีการปฏิบัติดูแลในการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมทั่วประเทศให้เป็นไปมติของคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนกับอ.ส.ค. ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบน้ำนมดิบตอลดช่วงระยะเวลาปิดภาคเรียนตามข้อตกลงที่ได้ทำ MOU กันไว้คือ กำหนดให้แต่ละรายช่วยกันผลิตนมโรงเรียนชนิด UHT เก็บตลอดช่วงระยะปิดเทอมหรือเพื่อการอื่นใด นอกจากนี้ในการหารือยังไม่มีการหารือถึงการยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการของโครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2560 อีกด้วย
ส่วนแนวทางแก้ปัญหานมล้นตลาดในระยะยาว หนึ่งในอีกมาตรการสำคัญคือขอความร่วมมือให้สมาคม/ผู้กอบการอุตสาหกรรมนมช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมมากขึ้นผ่านเทศกาลที่สำคัญหรือออกเคญเปญสร้างแรงจูงใจการดื่มนม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 2560-2569 ที่มีเป้าหมายเพิ่มการบริโภคนมร้อยละ 4 จากปัจจุบันคนไทยบริโภคอยู่ที่ประมาณ 14-15 ลิตร/คน/ปี ซึ่งในส่วนของอสค.ปัจจุบันครองสัดส่วนตลาดนมโรงเรียนอยู่ที่ 900 ล้านบาท/ปีและทุกสัปดาห์ที่ 3ของเดือนกันยายนของทุกปีจะจัดกิจกรรมวันดื่มนมโรงเรียนโลกเพื่อกระตุ้นให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของการดื่มนม
“ท่านรัฐมนตรีว่าการฯมีความห่วงใยเรื่องปัญหานมล้นในช่วงปิดเทอมมาก และกำชับหนักแน่นอย่าให้เกิดเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องประสบปัญหาเดือดร้อน อสค.จึงได้เรียกประชุมสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 แห่งมาหารือเพื่อขอความร่วมมือกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมนมไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยเน้นใน 3 เรื่องคือช่วยกันบริหารจัดการน้ำนมดิบไม่ให้เกิดปัญหานมล้น ผลิตนมโรงเรียนให้ได้คุณภาพมาตรฐานยิ่งขึ้นและการจัดสรรโควตาต้องโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ” ดร.ณรงค์ฤทธิ์
ด้านนายวิศิษฎ์ แสงคล้อย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวรายละเอียดในการหารือเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกรทั่วประเทศรวมกันจำนวน 3,315 ตัน/วัน ในจำนวนดังกล่าวเป็นปริมาณที่ได้ทำข้อตกลงซื้อขายหรือ MOU เพื่อผลิตสำหรับนมโรงเรียนในปีการศึกษา 2559/2560 ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2560นี้จำนวน 1,323ตัน/วัน ตลอด 365 วันรวมปิดเทอม ภายใต้งบประมาณ 14,000 บาท






