thansettakij
thansettakij
“ฉัตรชัย”หวั่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม จี้ทุกฝ่ายเร่งหามาตรการรับมือ

“ฉัตรชัย”หวั่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม จี้ทุกฝ่ายเร่งหามาตรการรับมือ

23 มี.ค. 60 | 08:57 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 60 | 15:57 น.
“ฉัตรชัย”หวั่นปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม   จี้ทุกฝ่ายเร่งหามาตรการรับมือลดความเดือนร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม 1.6 หมื่นราย    พร้อมสั่งคุมเข้มโครงการ“นมโรงเรียน” 1.4 หมื่นล้าน  พัฒนาคุณภาพการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำให้ได้มาตรฐาน  การจัดสรรโปร่งใส-เป็นธรรม  ด้านอสค.เรียกประชุม 4 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน 70รายทั่วประเทศ    ช่วยกันรับซื้อน้ำนมดิบเกษตรกร ควบคู่ผลิตนมโรงเรียนชนิด UHT เก็บตลอดช่วงระยะปิดเทอม   เชื่อมั่นช่วยดูดซัพปริมาณน้ำนมดิบในตลาดไม่ต้องเทน้ำทิ้ง

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค.)ว่า  พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งหามาตรรับมือแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดช่วงปิดเทอม2/2559 เพื่อลดความเดือนร้อนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ 1.6 หมื่นราย     พร้อมมีนโยบายให้มีการเพิ่มคุณภาพและมาตรฐานของนมโรงเรียนให้สูงขึ้นในปีการศึกษา 2560  เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมคุณภาพและปรับวิธีการจัดสรรโควตาให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใสกับผู้ประกอบการ  รวมทั้งตอบสนองและประโยชน์แก่นักเรียน  เกษตรกรและสหกรณ์อย่างยั่งยืนรวมทั้งเร่งหามาตรการในการรับมือสถานการณ์นมล้นตลาดในช่วงปิดภาคเรียนอย่างรัดกุม

จากนโยบายดังกล่าว เร็วๆนี้อสค.ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม(สคน.) ได้เชิญสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนม /ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมทั้ง 4 สมาคม  ประกอบด้วย  สมาคมอุตสาหกรรมผลิตอาหารนมไทย  สมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์  สมาคมผู้ผลิตนม ยู.เอช.ที  สมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและแปรรูปผลิตภัณฑ์นม และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน 70รายทั่วประเทศเพื่อชี้แจงและติดตามข้อมูล การบริหารจัดการน้ำนมดิบช่วงปิดภาคเรียนให้มีการปฏิบัติดูแลในการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสหกรณ์โคนมทั่วประเทศให้เป็นไปมติของคณะรัฐมนตรี    โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ได้สมัครเข้าร่วมโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนกับอ.ส.ค.  ที่จะต้องดูแลรับผิดชอบน้ำนมดิบตอลดช่วงระยะเวลาปิดภาคเรียนตามข้อตกลงที่ได้ทำ MOU กันไว้คือ   กำหนดให้แต่ละรายช่วยกันผลิตนมโรงเรียนชนิด UHT เก็บตลอดช่วงระยะปิดเทอมหรือเพื่อการอื่นใด   นอกจากนี้ในการหารือยังไม่มีการหารือถึงการยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการของโครงการนมโรงเรียน ปีการศึกษา 2560 อีกด้วย

ส่วนแนวทางแก้ปัญหานมล้นตลาดในระยะยาว หนึ่งในอีกมาตรการสำคัญคือขอความร่วมมือให้สมาคม/ผู้กอบการอุตสาหกรรมนมช่วยกันรณรงค์ให้คนไทยดื่มนมมากขึ้นผ่านเทศกาลที่สำคัญหรือออกเคญเปญสร้างแรงจูงใจการดื่มนม ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 2560-2569 ที่มีเป้าหมายเพิ่มการบริโภคนมร้อยละ  4 จากปัจจุบันคนไทยบริโภคอยู่ที่ประมาณ 14-15 ลิตร/คน/ปี  ซึ่งในส่วนของอสค.ปัจจุบันครองสัดส่วนตลาดนมโรงเรียนอยู่ที่ 900 ล้านบาท/ปีและทุกสัปดาห์ที่ 3ของเดือนกันยายนของทุกปีจะจัดกิจกรรมวันดื่มนมโรงเรียนโลกเพื่อกระตุ้นให้เด็กไทยเห็นความสำคัญของการดื่มนม

“ท่านรัฐมนตรีว่าการฯมีความห่วงใยเรื่องปัญหานมล้นในช่วงปิดเทอมมาก และกำชับหนักแน่นอย่าให้เกิดเด็ดขาดเพราะไม่อยากให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องประสบปัญหาเดือดร้อน อสค.จึงได้เรียกประชุมสมาคมที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 แห่งมาหารือเพื่อขอความร่วมมือกันเพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมนมไทยทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยเน้นใน 3 เรื่องคือช่วยกันบริหารจัดการน้ำนมดิบไม่ให้เกิดปัญหานมล้น ผลิตนมโรงเรียนให้ได้คุณภาพมาตรฐานยิ่งขึ้นและการจัดสรรโควตาต้องโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ” ดร.ณรงค์ฤทธิ์

ด้านนายวิศิษฎ์   แสงคล้อย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อ.ส.ค.   กล่าวรายละเอียดในการหารือเพิ่มเติมว่า    ปัจจุบันมีปริมาณน้ำนมดิบของเกษตรกรทั่วประเทศรวมกันจำนวน  3,315 ตัน/วัน   ในจำนวนดังกล่าวเป็นปริมาณที่ได้ทำข้อตกลงซื้อขายหรือ MOU เพื่อผลิตสำหรับนมโรงเรียนในปีการศึกษา 2559/2560 ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2560นี้จำนวน 1,323ตัน/วัน ตลอด 365 วันรวมปิดเทอม ภายใต้งบประมาณ  14,000 บาท