thansettakij
thansettakij
ปฏิรูป‘ทีจี’ระยะ3 เดินแผนสร้างรายได้ยั่งยืน

ปฏิรูป‘ทีจี’ระยะ3 เดินแผนสร้างรายได้ยั่งยืน

16 มี.ค. 60 | 09:47 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มี.ค. 60 | 17:07 น.
การหยุดเลือด ตัดเส้นทางบินขาดทุน ตามมาด้วยการลดค่าใช้จ่ายต่างๆปรับโครงสร้างองค์กร ควบคู่ไปกับการปรับปรุงและอัพเกรดระบบการให้บริการต่างๆ จนการบินไทยเริ่มกลับมากำไรบ้างแล้วในปีที่ผ่านมา วันนี้เรากำลังเข้าสู่แผนในระยะที่ 3 คือ ทำให้การบินไทยกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งจุดโฟกัสในการปฏิรูปธุรกิจให้ไปสู่ความยั่งยืน ทิศทางจะเป็นอย่างไรอ่านได้จากสัมภาษณ์นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)

 ชู 2 โฟกัสดันรายได้มั่นคง

สิ่งที่การบินไทย ต้องมุ่งเน้นอย่างมากในขณะนี้ คือ 1.การขยายฐานรายได้จากการขายตั๋วโดยสารของการบินไทย ที่จะต้องขายให้เก่งขึ้น โดยตอนนี้เรานำระบบเทคโนโลยีด้านการขาย และอุปกรณ์ต่างๆเข้ามาใช้ในการทำการตลาด เพื่อต่อสู้กับสงครามราคาที่เกิดขึ้น เพื่อเร่งระบบการขายตั๋วให้ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงยกระดับด้านการบริการและ 2. การเน้นหารายได้จากจุดแข็งที่องค์กรมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการซ่อมบำรุง ครัวการบินไทย หรือแม้แต่คาร์โก้ ที่เมื่อก่อนขาดทุน แต่ตอนนี้มีกำไรแล้ว

เนื่องจากที่ผ่านมาคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ธุรกิจการบินมีการแข่งขันที่สูงมาก รวมถึงสถานการณ์ของโลกและของไทยที่บางครั้งมีเหตุการณ์อ่อนไหวและผันผวนเกิดขึ้น ทำให้รายได้ของการบินไทยจะขึ้น-ลงได้ทุกเวลา เราต้องมองยุทธศาสตร์ที่จะขับเคลื่อนรายได้ของการบินไทย ให้มีความมั่นคงในการสร้างรายได้ระยะยาว ไม่ใช่เพียงพึ่งแต่รายได้จากการทำการบินเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

[caption id="attachment_134651" align="aligncenter" width="503"] ปฏิรูป‘ทีจี’ระยะ3 เดินแผนสร้างรายได้ยั่งยืน ปฏิรูป‘ทีจี’ระยะ3 เดินแผนสร้างรายได้ยั่งยืน[/caption]

นี่เองทำให้เรามองถึงการสร้างรายได้จากซ่อมบำรุงเครื่องบิน เพราะการบินไทยมีบุคลากรที่มีความเข้มแข็งในเรื่องนี้ที่สามารถต่อยอดการซ่อมบำรุงให้กับสายการบินต่างๆได้ ไม่ใช่แค่การซ่อมบำรุงเฉพาะเครื่องบินของตัวเอง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายที่จะผลักดันโครงการลงทุนตามระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี โดยเฉพาะการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่สนามบินอู่ตะเภา

 ลงทุนอู่ตะเภาปั๊มรายได้ 30%

การที่แอร์บัสสนใจร่วมพัฒนาศูนย์ซ่อมดังกล่าว เป็นการสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ
โครงการที่สนามบินอู่ตะเภา จะช่วยทำให้การบินไทยมีรายได้จากการซ่อมบำรุงอากาศยาน ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ คิดเป็น 30% ของกำไร ก็จะทำให้ผลประกอบการของการบินไทยมีความมั่นคงในอนาคต

ขณะเดียวกันเราจะเน้นการสร้างบุคลากรและผู้บริหารรุ่นใหม่ได้เห็นภาพรวมว่าปัจจุบันการบินไทยจะเดินไปในทิศทางใด

 ยันยังไม่ซื้อฝูงบินใหม่ตอนนี้

แผนการเติบโตอย่างยั่งยืน ณ ขณะนี้เรายังมองการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนเป็นหลัก ส่วนแผนการซื้อเครื่องบิน วันนี้ เรายังไม่นโยบายซื้อเครื่องบิน เพราะเราต้องการเพิ่มรายได้จากการขาย ในเครื่องบินที่เรามีการใช้งานอยู่ให้มีการเติบโตของการขายที่ดีก่อน ซึ่งอัตราการบรรทุกเฉลี่ยผู้โดยสารในช่วงต้นปีนี้เกิน 85% ถือว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 80% โดยเราหวังว่าจะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆก่อนค่อยมาคิดเรื่องการซื้อเครื่องบินใหม่ ซึ่งก็เป็นธรรมชาติ ที่ต้องมีเครื่องบินทดแทนเครื่องบินเก่าอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องซื้อเครื่องบินตอนนี้

++ดันไทยสมายล์-นกแอร์

ส่วนเรื่องสายการบินลูกอย่างไทยสมายล์และนกแอร์ ที่การบินไทยเข้าไปร่วมถือหุ้นนั้นการบินไทยมีแผนขับเคลื่อนที่จะเดินไปข้างหน้า สิ่งไหนที่เชื่อมโยงส่งเสริมกันต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งการที่ไทยสมายล์ ยังขาดทุน เกิดจากปีที่แล้วเจอผลกระทบเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญ และการมีคู่แข่งมากขึ้น จึงทำให้บอร์ดการบินไทยได้ตัดสินใจย้ายไทยสมายล์ มาให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อการบินในภูมิภาคนี้และในประเทศ ดังนั้นไทยสมายล์ จึงจัดอยู่ในกลุ่มระดับพรีเมียม ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ที่ต้องการราคาที่เกาะกลุ่มสายการบินต้นทุนตํ่าต่างๆ ในตลาดได้ ด้วยโครงสร้างต้นทุนราคาที่ถูกกว่าการบินไทยมาก และทำงานเป็นเนื้อเดียวกันกับการบินไทยมากขึ้น โดยวางแผนบินและตารางบินให้เสริมกัน ซึ่งเราทำได้เพราะเป็นสายการบินที่การบินไทยถือหุ้น 100%

ในด้านของนกแอร์ ที่เราถือหุ้นอยู่ 39% เมื่อก่อนก็กำไรดีมาก แต่ปัจจุบันบริบทการแข่งขันรุนแรงขึ้น และการขาดทุนอย่างมากในปีที่ผ่านมา เกิดจากเรื่องของทัวร์ศูนย์เหรียญ เรื่องการบริหารที่มีเรื่องนักบิน และการที่ไทยติดธงแดง ทำให้การขอรูตบินล่าช้ากว่าแผน แต่เราก็ยังเห็นว่าที่สนามบินดอนเมืองโตมากเราต้องมีคนเข้าไปปักหมุดที่นั่นนกแอร์ ก็เป็นโอกาสที่จะเข้าไปแข่งขันในเซ็กเมนต์ตรงนี้ ทำให้วันนี้เราก็เข้าไปซัพพอร์ตนกแอร์ให้แข่งขันกับสายการบินอื่นที่สนามบินดอนเมืองให้ได้ และให้นกแอร์ ช่วยซัพพอร์ตเราด้วย จึงมีเรื่องของการเพิ่มทุน มีผู้บริหารของการบินไทยอยู่ในบอร์ดของนกแอร์ และเราก็ต้องดูความชัดเจนของแผนนกแอร์ ที่ต้องทำให้ชัด อะไรที่ช่วยเสริมกันได้ก็ต้องทำแผนให้ชัดเราดูเรื่องนี้เป็นหลัก ส่วนเรื่องการจะเปลี่ยนนายพาที สารสิน ออกจากตำแหน่งซีอีโอ นกแอร์ นั้น เรายังไม่ได้ดูในเรื่องนี้

ทั้งหมดล้วนเป็นทิศทางการผลักดันการสร้างรายได้อย่างยั่งยืนที่จะเกิดขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560