
‘เอไอเอส’สร้าง New S Curve ต่อยอดโมบายโฟน
แม้จะเปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4 จีช้ากว่าผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น หลัง เอไอเอส หรือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้คลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 เร่งเครื่องติดตั้งเครือข่ายจนถึงวันนี้ เอไอเอส 4 จีครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ 98%ของประชากร และ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในปี 2559 เน้นเรื่อง ดิจิตอล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์” ใน 3 ด้านด้วยกัน คือ 1.ยกระดับเครือข่ายสู่ Next G Network,2.การเป็น Digital Service Exclusive และ 3. AIS Digital For Thais
อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส ติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้
ทำไมซื้อลิขสิทฺธิ์HBO
ก็เพราะ เอไอเอส วางทิศทางเป็น “ดิจิตอล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์”วางแพลตฟอร์มไว้ 5 ส่วน คือ 1.วิดีโอ ที่เราซื้อลิขสิทธิ์ของ HBO และ ล่าสุดเป็นพันธมิตรกับ Netfix ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการทำตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รายแรกในประเทศไทย ส่วนที่ 2 คือ ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ร่วมกับไมโครซอฟท์ เพื่อให้บริการกับลูกค้าองค์กร ส่วนที่ 3 คือ IOT(Internet Of Things) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง และ การประปานครหลวง ในการอ่านมิเตอร์ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติส่วนที่ 4 โมบาย มันนี่ คือ บริการเอ็มเปย์ ของ เอไอเอส และเกม คือ โมบายเกม เป็นต้น
“สัญญาที่ทำกับพันธมิตรส่วนใหญ่มีระยะเวลา 3 ปี นโยบายของเอไอเอส ต้องการเปิดกว้างสำหรับพันธมิตร เพราะผมเป็นปลาใหญ่ช่วยปลาเล็กให้ว่ายน้ำไปพร้อมๆกัน”
เป้าหมายแต่ละบริการ
เอไอเอสไม่ได้ตั้งเป้าหมายแต่ให้ลูกค้าเลือก ให้ลูกค้าพิจารณาดูว่าเราตั้งใจทำตลาดไหม เพราะในปีที่ผ่าน ๆ มา เอไอเอส ได้มีการทรานฟอร์มธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย,ดิจิตอลเซอร์วิส และบุคลากร พฤติกรรมผู้บริโภคได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของลูกค้านั้น มียอดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือสูงถึง 24 ล้านราย ในจำนวนนี้ 12 ล้านราย ใช้งานผ่านมือถือ 4จี และใช้อินเตอร์เน็ตวันละ 6 ชั่วโมง โดยพบว่ามีการชมวิดีโอถึง 10 ล้านคลิปต่อวัน รวมถึงอัพโหลดภาพวันละ 1.8 ล้านภาพ
[caption id="attachment_134621" align="aligncenter" width="503"]
‘เอไอเอส’สร้าง New S Curve ต่อยอดโมบายโฟน[/caption]
รายได้ปีที่ผ่านมา
รายได้ของ เอไอเอส อยู่ที่1.5 แสนล้านบาทธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีรายได้ 1.2 แสนล้านบาทและการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2-3 หมื่นล้านบาท เพราะต่อไปรายได้ของโมบายก็จะไม่เพิ่มมากนั้น เอไอเอสโชคดีได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ฟิกซ์บรอดแบนด์ (ให้บริการภายใต้ชื่อ เอไอเอส ไฟเบอร์) จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ที่เมื่อก่อนไม่มี ปัจจุบันมีรายได้ 900 ล้านบาท แต่ภายใน 3-5 ปี จะเป็น Major Players (ผู้เล่นหลักในตลาด) 1 ใน 3 ของตลาด ดังนั้น ภายใน 3 ปีนับจากนี้มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากเดิมแค่ไม่ถึง 1%
“ฟิกซ์บรอดแบนด์ คือ new s curve ของ เอไอเอสเพราะเราตั้งเป้าภายใน 3 ปีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10% หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันลูกค้าติดตั้งไปแล้ว 3 แสนครัวเรือน และ เพิ่มเป็น 1 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปีนับจากนี้”
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ขยายตัว
เพราะคนอยู่บ้านต้องใช้เครือข่าย ไว-ไฟ ซึ่ง เครือข่าย เอไอเอส ไฟเบอร์ ขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่ได้ 28 จังหวัดแล้ว จุดขายของเราคือเรื่องคุณภาพ และ คอนเทนต์
จุดคุ้มทุน
โทรศัพท์เคลื่อนที่จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 3-5 ปี ส่วนฟิกซ์บรอดแบนด์ ใช้ระยะเวลา 7-10 ปี อย่างที่บอก เอไอเอส ต้องหา New S Curve อันใหม่เพื่อเข้ามาเสริมโมบายนั้นก็คือ ฟิกซ์บรอดแบนด์ ที่นำ ทั้งดิจิตอลคอนเทนต์และคอนเทนต์
อย่างไรก็ตามธุรกิจจะขับเคลื่อนไปได้ขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 สิ่ง คือ โอเปอเรเตอร์ ทำหน้าที่ลงทุนเครือข่าย,พฤติกรรมผู้บริโภคและ กฎระเบียบภาครัฐต้องช่วยสนับสนุน
ทรูขึ้นเป็นเบอร์ 2 มีผลหรือไม่
แม้ ทรู หรือ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบริษัทในเครือให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในชื่อ “ทรูมูฟเอช” ออกมาประกาศว่าขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ แซง ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ถึงอย่างไร เอไอเอส ก็ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย แต่อยากให้มีการแข่งขันสมเหตุสมผลไม่ใช่แจกแต่เครื่องฟรี ส่วนลูกค้าระบบ 2 จีปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7 ล้านราย แบ่งเป็นของ เอไอเอส จำนวน 4 ล้านราย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560
อย่างไรก็ตาม “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เอไอเอส ติดตามอ่านได้จากบรรทัดถัดจากนี้
ทำไมซื้อลิขสิทฺธิ์HBO
ก็เพราะ เอไอเอส วางทิศทางเป็น “ดิจิตอล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรไวเดอร์”วางแพลตฟอร์มไว้ 5 ส่วน คือ 1.วิดีโอ ที่เราซื้อลิขสิทธิ์ของ HBO และ ล่าสุดเป็นพันธมิตรกับ Netfix ผู้ให้บริการดูหนังออนไลน์จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการทำตลาดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ รายแรกในประเทศไทย ส่วนที่ 2 คือ ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ร่วมกับไมโครซอฟท์ เพื่อให้บริการกับลูกค้าองค์กร ส่วนที่ 3 คือ IOT(Internet Of Things) ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง และ การประปานครหลวง ในการอ่านมิเตอร์ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติส่วนที่ 4 โมบาย มันนี่ คือ บริการเอ็มเปย์ ของ เอไอเอส และเกม คือ โมบายเกม เป็นต้น
“สัญญาที่ทำกับพันธมิตรส่วนใหญ่มีระยะเวลา 3 ปี นโยบายของเอไอเอส ต้องการเปิดกว้างสำหรับพันธมิตร เพราะผมเป็นปลาใหญ่ช่วยปลาเล็กให้ว่ายน้ำไปพร้อมๆกัน”
เป้าหมายแต่ละบริการ
เอไอเอสไม่ได้ตั้งเป้าหมายแต่ให้ลูกค้าเลือก ให้ลูกค้าพิจารณาดูว่าเราตั้งใจทำตลาดไหม เพราะในปีที่ผ่าน ๆ มา เอไอเอส ได้มีการทรานฟอร์มธุรกิจ เพื่อให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเครือข่าย,ดิจิตอลเซอร์วิส และบุคลากร พฤติกรรมผู้บริโภคได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของลูกค้านั้น มียอดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านมือถือสูงถึง 24 ล้านราย ในจำนวนนี้ 12 ล้านราย ใช้งานผ่านมือถือ 4จี และใช้อินเตอร์เน็ตวันละ 6 ชั่วโมง โดยพบว่ามีการชมวิดีโอถึง 10 ล้านคลิปต่อวัน รวมถึงอัพโหลดภาพวันละ 1.8 ล้านภาพ
[caption id="attachment_134621" align="aligncenter" width="503"]
รายได้ปีที่ผ่านมา
รายได้ของ เอไอเอส อยู่ที่1.5 แสนล้านบาทธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่มีรายได้ 1.2 แสนล้านบาทและการจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2-3 หมื่นล้านบาท เพราะต่อไปรายได้ของโมบายก็จะไม่เพิ่มมากนั้น เอไอเอสโชคดีได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ฟิกซ์บรอดแบนด์ (ให้บริการภายใต้ชื่อ เอไอเอส ไฟเบอร์) จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ ที่เมื่อก่อนไม่มี ปัจจุบันมีรายได้ 900 ล้านบาท แต่ภายใน 3-5 ปี จะเป็น Major Players (ผู้เล่นหลักในตลาด) 1 ใน 3 ของตลาด ดังนั้น ภายใน 3 ปีนับจากนี้มีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากเดิมแค่ไม่ถึง 1%
“ฟิกซ์บรอดแบนด์ คือ new s curve ของ เอไอเอสเพราะเราตั้งเป้าภายใน 3 ปีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10% หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันลูกค้าติดตั้งไปแล้ว 3 แสนครัวเรือน และ เพิ่มเป็น 1 ล้านครัวเรือนภายใน 3 ปีนับจากนี้”
ปัจจัยอะไรที่ทำให้ขยายตัว
เพราะคนอยู่บ้านต้องใช้เครือข่าย ไว-ไฟ ซึ่ง เครือข่าย เอไอเอส ไฟเบอร์ ขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่ได้ 28 จังหวัดแล้ว จุดขายของเราคือเรื่องคุณภาพ และ คอนเทนต์
จุดคุ้มทุน
โทรศัพท์เคลื่อนที่จุดคุ้มทุนอยู่ที่ 3-5 ปี ส่วนฟิกซ์บรอดแบนด์ ใช้ระยะเวลา 7-10 ปี อย่างที่บอก เอไอเอส ต้องหา New S Curve อันใหม่เพื่อเข้ามาเสริมโมบายนั้นก็คือ ฟิกซ์บรอดแบนด์ ที่นำ ทั้งดิจิตอลคอนเทนต์และคอนเทนต์
อย่างไรก็ตามธุรกิจจะขับเคลื่อนไปได้ขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 สิ่ง คือ โอเปอเรเตอร์ ทำหน้าที่ลงทุนเครือข่าย,พฤติกรรมผู้บริโภคและ กฎระเบียบภาครัฐต้องช่วยสนับสนุน
ทรูขึ้นเป็นเบอร์ 2 มีผลหรือไม่
แม้ ทรู หรือ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบริษัทในเครือให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในชื่อ “ทรูมูฟเอช” ออกมาประกาศว่าขึ้นเป็นเบอร์ 2 ในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ แซง ดีแทค หรือ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ถึงอย่างไร เอไอเอส ก็ต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย แต่อยากให้มีการแข่งขันสมเหตุสมผลไม่ใช่แจกแต่เครื่องฟรี ส่วนลูกค้าระบบ 2 จีปัจจุบันมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 7 ล้านราย แบ่งเป็นของ เอไอเอส จำนวน 4 ล้านราย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560






