
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(3 มี.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 2 มีนาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 2 มีนาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,242.35-1,249.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.39 น.ของวันที่ 02/03/2560)
แนวโน้มวันที่ 3 มีนาคม 2560
เศรษฐกิจสหรัฐที่พื้นตัวขึ้น เปิดทางสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในเดือนมกราคม และตลาดแรงงานยังคงมีทิศทางสดใสประกอบกับ ความเห็นของเจ้าหน้าที่หลายท่าน ส่งสัญญาณว่าเฟดกำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสมากกว่า 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. โดยปรับขึ้นจากโอกาสราว 30% ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งประเด็นดังกล่าวกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลง ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด และ นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟดในวันศุกร์นี้ ร่วมทั้ง การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ในวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุน เพราะรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการกีดกันการค้าและกดดันให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานการผลิตกลับเข้าสหรัฐ อาจจะเป็นปัจจัยที่กระทบต่อภาคเอกชนของสหรัฐเองตลอดจน อาจส่งผลให้ต้นทุนราคาสินค้าสหรัฐมีโอกาสปรับขึ้น อันอาจเป็นผลลบต่อภาคการบริโภคได้ ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงรอดูความชัดเจนประเด็นดังกล่าว จึงส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มในระยะสั้นที่จะเคลื่อนไหวแบบ Sideway บริเวณ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นแนวรับหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบบริเวณ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามนักลงทุนจะเห็นว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นในสหรัฐนั้นไม่สามารถคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าได้ แต่กระแสข่าวเหล่านี้มีนัยสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำมีการปรับลดลงทดสอบแนวรับและไม่หลุดแนวรับโซน 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้ชะลอการลงทุน แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,237 หรือ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น แต่ถ้าราคาหลุดโซน 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ขายตัดขาดทุนทันที ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,254 หรือ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,237 (20,450บาท) 1,228 (20,350บาท) 1,216 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,254 (20,750บาท) 1,263 (20,900บาท) 1,274 (21,200บาท)
กราฟราคาทองคำ
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 2 มีนาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,242.35-1,249.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,650 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.39 น.ของวันที่ 02/03/2560)
แนวโน้มวันที่ 3 มีนาคม 2560
เศรษฐกิจสหรัฐที่พื้นตัวขึ้น เปิดทางสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวในเดือนมกราคม และตลาดแรงงานยังคงมีทิศทางสดใสประกอบกับ ความเห็นของเจ้าหน้าที่หลายท่าน ส่งสัญญาณว่าเฟดกำลังพิจารณาอย่างจริงจัง ในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า มีโอกาสมากกว่า 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. โดยปรับขึ้นจากโอกาสราว 30% ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งประเด็นดังกล่าวกดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลง ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด และ นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานเฟดในวันศุกร์นี้ ร่วมทั้ง การเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ในวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะเวลาอันใกล้ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุน เพราะรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สนับสนุนการกีดกันการค้าและกดดันให้บริษัทอเมริกันย้ายฐานการผลิตกลับเข้าสหรัฐ อาจจะเป็นปัจจัยที่กระทบต่อภาคเอกชนของสหรัฐเองตลอดจน อาจส่งผลให้ต้นทุนราคาสินค้าสหรัฐมีโอกาสปรับขึ้น อันอาจเป็นผลลบต่อภาคการบริโภคได้ ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงรอดูความชัดเจนประเด็นดังกล่าว จึงส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มในระยะสั้นที่จะเคลื่อนไหวแบบ Sideway บริเวณ 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นแนวรับหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงทดสอบบริเวณ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามนักลงทุนจะเห็นว่ากระแสข่าวที่เกิดขึ้นในสหรัฐนั้นไม่สามารถคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าได้ แต่กระแสข่าวเหล่านี้มีนัยสำคัญกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำมีการปรับลดลงทดสอบแนวรับและไม่หลุดแนวรับโซน 1,237 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้ชะลอการลงทุน แต่สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากสามารถเก็งกำไรระยะสั้นได้ โดยรอจังหวะเข้าซื้อบริเวณแนวรับ 1,237 หรือ 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น แต่ถ้าราคาหลุดโซน 1,228 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ให้ขายตัดขาดทุนทันที ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ทยอยขายทำกำไรตามบริเวณแนวต้าน 1,254 หรือ 1,263 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,237 (20,450บาท) 1,228 (20,350บาท) 1,216 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,254 (20,750บาท) 1,263 (20,900บาท) 1,274 (21,200บาท)
กราฟราคาทองคำ






