thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯจะปรับตัวสูงขึ้น

ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯจะปรับตัวสูงขึ้น

23 ก.พ. 60 | 02:43 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.พ. 60 | 09:43 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 23 กุมภาพันธ์  2560

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 ก.พ. 60 จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะนับเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเวลา 7 สัปดาห์

- แบงก์ ออฟ อเมริกา ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จนถึงปี 2565 สู่ระดับ 50-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากระดับเดิมที่ 55-75 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล หลังกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากการเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (shale oil) รวมทั้งการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมองว่าหากราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 55 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จะเป็นแรงหนุนให้สหรัฐฯ ผลิตน้ำมัน shale oil มากขึ้น และคาดว่าหากราคาน้ำมันอยู่ในช่วง 50-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จะทำให้สหรัฐฯ ผลิตน้ำมัน shale oil เพิ่มขึ้น 700,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2560-2565

+ อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ได้เปิดเผยคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาส 2/60 ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมองราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 57.50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์คาดว่าจะไปอยู่ที่ระดับ 59 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

+ ภายหลังจากตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐฯ (API) เปิดเผยรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 17 ก.พ. 60 ปรับตัวลดลง 884,000 บาร์เรล ไปอยู่ที่ระดับ 512.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานที่ปรับตัวสูงขึ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในเอเชียเหนือยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ โรงกลั่นน้ำมันในประเทศจีนปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงในเดือน มี.ค. ถึง เม.ย.

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปสงค์ในตลาดเอเชียอ่อนตัวลง นอกจากนี้ อุปทานในภูมิภาคเอเชียปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากประเทศเกาหลีใต้เริ่มปรับเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซล

oil0223-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยในเดือน ม.ค. 60 ที่ผ่านมาผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปกสามารถปรับลดกำลังการผลิตลงได้ถึงร้อยละ 93 ของข้อตกลง นับเป็นสัญญาณเชิงบวกเนื่องจากเป็นระดับที่มากกว่าการปรับลดลงในปี 2009 ที่ระดับร้อยละ 63  ในขณะที่ แหล่งข่าวจากโอเปกคาดผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก (Non-OPEC) สามารถลดกำลังการผลิตได้ร้อยละ 60 ของข้อตกลง นำโดยรัสเซีย โอมาน และคาซัคสถาน

กำลังการผลิตของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังแหล่งน้ำมันดิบ El Feel กำลังการผลิต 75,000 บาร์เรลต่อวัน จะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียแตะระดับ 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะแตะระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. นอกจากนี้รัฐบาลลิเบียยังคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะมาอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2561

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในเดือนมี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตในเดือนก.พ. มาสู่ระดับ 4.87 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากแหล่งผลิต Permian ราว 0.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งผลิต Eagle Ford ยังปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปี โดยปรับเพิ่มขึ้นราว 0.014 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์