thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบทรงตัว กังวลอุปทานเพิ่มและสต็อกสูง

ราคาน้ำมันดิบทรงตัว กังวลอุปทานเพิ่มและสต็อกสูง

20 ก.พ. 60 | 02:52 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 60 | 09:52 น.
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์  2560

- ราคาน้ำมันดิบทรงตัว โดยได้รับแรงกดดันจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้น และปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับแรงหนุนจากข่าวการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ทั้งในและนอกกลุ่ม

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 6 แท่น มาอยู่ที่ 597 แท่น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 58 และถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 5 สัปดาห์ติดต่อกัน

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) เผย ปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันลดกำลังการผลิตลงและความต้องการใช้น้ำมันเบนซินลดลง

+ ความหวังว่ากลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง หากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้

+ CFTC รายงานว่า ผู้จัดการกองทุนมีปริมาณการถือครองสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขาย NYMEX สุทธิ (Net Long Position) ปรับเพิ่มขึ้น 12,839 สัญญา มาอยู่ที่ 432,594 สัญญา สัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 14 ก.พ. 60

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังคงได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรตาม คาดว่าความต้องการนำเข้าจากบริษัทน้ำมันในตะวันออกกลางจะยังช่วยหนุนตลาดน้ำมันเบนซินอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม คาดว่าอุปทานน้ำมันดีเซลในญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับลดลงช่วง เม.ย. - พ.ค. เนื่องจากเป็นช่วงการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น

oil0220-1 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ติดตามการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 21 – 22 ก.พ. เกี่ยวกับข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ซึ่งมีแนวโน้มเป็นไปในทางที่ดี หลังรายงานประจำเดือน ก.พ. 2560 ของโอเปก เปิดเผยว่าประเทศผู้ผลิตกลุ่มโอเปก ทั้ง 11 ประเทศไม่รวม ลิเบีย ไนจีเรีย และอินโดนีเซีย ปรับลดปริมาณการผลิตในเดือนม.ค. 2560 ลงราว 1.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 29.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน

กำลังการผลิตของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังแหล่งน้ำมันดิบ El Feel กำลังการผลิต 75,000 บาร์เรลต่อวัน จะกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียแตะระดับ 0.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะแตะระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค. นอกจากนี้รัฐบาลลิเบียยังคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตจะมาอยู่ที่ 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2561

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) คาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดานในเดือนมี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.08 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปริมาณการผลิตในเดือนก.พ. มาสู่ระดับ 4.87 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นจากแหล่งผลิต Permian ราว 0.07 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่งผลิต Eagle Ford ยังปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบปี โดยปรับเพิ่มขึ้นราว 0.014 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์