
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(15 ก.พ.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560
สภาวะตลาดวันที่ 14 กุมพาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.40-1,230.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.58 น.ของวันที่ 14/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560
แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจัดการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 14-15 มีนาคม แต่นักลงทุนคาดว่า เฟดจะรอจนถึงเดือนมิถุนายนก่อนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ผลสำรวจของ CME Group Fed Watch ซึ่งระบุว่าการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสเพิ่มจากช่วงก่อนหน้าที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัสกล่าวว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ซึ่งในอดีตนั้นนายแคปแลนเคยแสดงความเห็นที่สอดคล้องกับนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมก่อนที่นางเยลเลน จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ โดยคาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ทั้งนี้ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังขาดแรงหนุน จากท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นต่อจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสองประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ และ ประเด็นดังกล่าวดึงดูดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นสร้างระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับแผนการประกาศแผนการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้บริหาร 8 รายของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐแสดงความกังวลว่ามาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ 20% จาก 35% ในปัจจุบัน และเพื่อจัดเก็บภาษี 20% จากการนำเข้าแทน จะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจของบริษัทค้าปลีกและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เบื้องต้นราคาทองคำเมื่อมีการขยับขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาทองคำหากมีปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้านบริเวณ 1,237-1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่ทะลุไปได้ ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมา
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,237-1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาอาจจะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,150บาท) 1,211 (20,050บาท) 1,205 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,237 (20,450บาท) 1,245 (20,600บาท) 1,255 (20,750บาท)
กราฟราคาทองคำ
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 14 กุมพาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.40-1,230.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,350 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,350 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.58 น.ของวันที่ 14/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560
แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะจัดการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 14-15 มีนาคม แต่นักลงทุนคาดว่า เฟดจะรอจนถึงเดือนมิถุนายนก่อนจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ผลสำรวจของ CME Group Fed Watch ซึ่งระบุว่าการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสเพิ่มจากช่วงก่อนหน้าที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานเฟดสาขาดัลลัสกล่าวว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ซึ่งในอดีตนั้นนายแคปแลนเคยแสดงความเห็นที่สอดคล้องกับนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติมก่อนที่นางเยลเลน จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ โดยคาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ทั้งนี้ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังขาดแรงหนุน จากท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นต่อจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสองประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ และ ประเด็นดังกล่าวดึงดูดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะดัชนีตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นสร้างระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับแผนการประกาศแผนการปฏิรูประบบภาษีครั้งใหญ่ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้บริหาร 8 รายของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ของสหรัฐแสดงความกังวลว่ามาตรการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ 20% จาก 35% ในปัจจุบัน และเพื่อจัดเก็บภาษี 20% จากการนำเข้าแทน จะสร้างความเสียหายต่อธุรกิจของบริษัทค้าปลีกและส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เบื้องต้นราคาทองคำเมื่อมีการขยับขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาทองคำหากมีปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้านบริเวณ 1,237-1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากยังไม่ทะลุไปได้ ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรสลับออกมา
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,237-1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาอาจจะกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,218-1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,211 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,218 (20,150บาท) 1,211 (20,050บาท) 1,205 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,237 (20,450บาท) 1,245 (20,600บาท) 1,255 (20,750บาท)
กราฟราคาทองคำ
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






