
วัยรุ่น 52.32 ตั้งใจจะเข้าวัดทำกิจกรรมทางศาสนาในวันมาฆบูชานี้
“วัยรุ่น 52.32 ตั้งใจจะเข้าวัดทำกิจกรรมทางศาสนาในวันมาฆบูชานี้ ขณะที่ร้อยละ 46.63 ยอมรับว่าในรอบปีที่ผ่านมาเข้าวัดทำกิจกรรมทางศาสนาไม่เกิน 10 ครั้ง แต่ร้อยละ 60.45 ระบุว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติจะช่วยให้กลุ่มวัยรุ่นเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาได้มากขึ้น”
ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) แถลงผลการสำรวจความรับรู้และความคิดเห็นของพุทธศาสนิกชนที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,143 คน จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอายุระหว่าง 15 ถึง 25 ปี แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.74 และเพศชายร้อยละ 49.26 สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในส่วนของการเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ เวียนเทียน ฟังเทศฟังธรรม นั่งสมาธิ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในปีที่ผ่านมานั้น กลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 42.61 ร้อยละ 41.38 และร้อยละ 40.33 เดินทางไปทำกิจกรรมทางศาสนาที่วัดในวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันมาฆบูชาตามลำดับ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 43.48 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา ตนเองเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ฟังเทศฟังธรรม ในวันพระ ประมาณ 1 ถึง 10 ครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 17.85 ระบุว่าไปมากกว่า 10 ครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.67 ยอมรับว่าไม่ได้ไปเลย นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.63 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา ตนเองเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ฟังเทศฟังธรรม ในวันอื่นๆนอกเหนือจากวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาทั้ง 3 วันและวันพระประมาณ 1 ถึง 10 ครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.65 ระบุว่าไปมากกว่า 10 ครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างเกือบหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 32.72 ยอมรับว่าไม่ได้ไปเลย
ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 76.82 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา สถานศึกษา/สถานที่ทำงานของตนเองเคยพานักเรียนนักศึกษา/พนักงานไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ทอดกฐิน/ผ้าป่า ส่วนกลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 66.75 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา สถานศึกษา/สถานที่ทำงานของตนเองเคยนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาสั่งสอน/อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.14 ยอมรับว่าตนเองไม่ทราบ/ไม่เคยได้ยินว่าหน่วยงานภาครัฐมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่บริเวณท้องสนามหลวงในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆเป็นประจำ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 47.86 ระบุว่าทราบ/เคยได้ยิน ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.88 ระบุว่าตนเองเคยเดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่หน่วยงานภาครัฐจัดขึ้นในบริเวณท้องสนามหลวงในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.12 ยอมรับว่าไม่เคยเดินทางไปร่วมกิจกรรม
ในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่สถานศึกษา/สถานที่ทำงานพานักเรียนนักศึกษาหรือพนักงานไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนา การนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนา และความคิดเห็นต่อการจัดสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.03 มีความคิดเห็นว่าการเดินทางไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนาต่างๆของสถานศึกษา/สถานที่ทำงานจะมีส่วนช่วยทำให้กลุ่มวัยรุ่นรู้สึกใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากขึ้นได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.67 มีความคิดเห็นว่าการที่สถานศึกษา/สถานที่ทำงานนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มวัยรุ่นนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.47 เห็นด้วยที่จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสถานศึกษา/สถานที่ทำงานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.45 มีความคิดเห็นว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มวัยรุ่นได้เรียนรู้หลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องมากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.69 มีความคิดเห็นว่าหากมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมสัปดาห์พุทธศาสนาแห่งชาติผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้กลุ่มวัยรุ่นเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้นได้
และในด้านความตั้งใจที่จะเดินทางไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนาในวันมาฆบูชาประจำปี พ.ศ. 2560 นี้ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.32 ตั้งใจว่าจะเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ เวียนเทียน ฟังเทศฟังธรรม ในวันมาฆบูชาที่จะถึงนี้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 19.16 ตั้งใจจะไม่ไป ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.52 ยังไม่แน่ใจ
ศ. ดร.ศรีศักดิ์ จามรมาน ประธานกรรมการอาวุโส สำนักวิจัยสยามเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตโพลล์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (ระดับอุดมศึกษา) แถลงผลการสำรวจความรับรู้และความคิดเห็นของพุทธศาสนิกชนที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยได้ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 5 ถึง 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 1,143 คน จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดอายุระหว่าง 15 ถึง 25 ปี แบ่งเป็นเพศหญิงร้อยละ 50.74 และเพศชายร้อยละ 49.26 สามารถสรุปผลได้ดังนี้ ในส่วนของการเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ เวียนเทียน ฟังเทศฟังธรรม นั่งสมาธิ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในปีที่ผ่านมานั้น กลุ่มตัวอย่างไม่ถึงครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 42.61 ร้อยละ 41.38 และร้อยละ 40.33 เดินทางไปทำกิจกรรมทางศาสนาที่วัดในวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา และวันมาฆบูชาตามลำดับ
ในขณะเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่คิดเป็นร้อยละ 43.48 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา ตนเองเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ฟังเทศฟังธรรม ในวันพระ ประมาณ 1 ถึง 10 ครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 17.85 ระบุว่าไปมากกว่า 10 ครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.67 ยอมรับว่าไม่ได้ไปเลย นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 46.63 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา ตนเองเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ฟังเทศฟังธรรม ในวันอื่นๆนอกเหนือจากวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาทั้ง 3 วันและวันพระประมาณ 1 ถึง 10 ครั้ง ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 20.65 ระบุว่าไปมากกว่า 10 ครั้ง โดยที่มีกลุ่มตัวอย่างเกือบหนึ่งในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 32.72 ยอมรับว่าไม่ได้ไปเลย
ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างมากกว่าสี่ในห้าหรือคิดเป็นร้อยละ 76.82 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา สถานศึกษา/สถานที่ทำงานของตนเองเคยพานักเรียนนักศึกษา/พนักงานไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ถวายสังฆทาน สวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิ ทอดกฐิน/ผ้าป่า ส่วนกลุ่มตัวอย่างประมาณสองในสามหรือคิดเป็นร้อยละ 66.75 ระบุว่าในรอบปีที่ผ่านมา สถานศึกษา/สถานที่ทำงานของตนเองเคยนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาสั่งสอน/อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ในด้านความรับรู้เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.14 ยอมรับว่าตนเองไม่ทราบ/ไม่เคยได้ยินว่าหน่วยงานภาครัฐมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่บริเวณท้องสนามหลวงในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆเป็นประจำ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 47.86 ระบุว่าทราบ/เคยได้ยิน ขณะเดียวกันกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.88 ระบุว่าตนเองเคยเดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่หน่วยงานภาครัฐจัดขึ้นในบริเวณท้องสนามหลวงในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ ขณะที่มีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 55.12 ยอมรับว่าไม่เคยเดินทางไปร่วมกิจกรรม
ในด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับการที่สถานศึกษา/สถานที่ทำงานพานักเรียนนักศึกษาหรือพนักงานไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนา การนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนา และความคิดเห็นต่อการจัดสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.03 มีความคิดเห็นว่าการเดินทางไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนาต่างๆของสถานศึกษา/สถานที่ทำงานจะมีส่วนช่วยทำให้กลุ่มวัยรุ่นรู้สึกใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากขึ้นได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 59.67 มีความคิดเห็นว่าการที่สถานศึกษา/สถานที่ทำงานนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มวัยรุ่นนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.47 เห็นด้วยที่จะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสถานศึกษา/สถานที่ทำงานอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 60.45 มีความคิดเห็นว่าการจัดกิจกรรมสัปดาห์พระพุทธศาสนาแห่งชาติในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มวัยรุ่นได้เรียนรู้หลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องมากขึ้น ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 63.69 มีความคิดเห็นว่าหากมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมสัปดาห์พุทธศาสนาแห่งชาติผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้กลุ่มวัยรุ่นเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมมากขึ้นได้
และในด้านความตั้งใจที่จะเดินทางไปวัดทำกิจกรรมทางศาสนาในวันมาฆบูชาประจำปี พ.ศ. 2560 นี้ กลุ่มตัวอย่างมากกว่าครึ่งหนึ่งซึ่งคิดเป็นร้อยละ 52.32 ตั้งใจว่าจะเดินทางไปวัดเพื่อทำกิจกรรมทางศาสนา เช่น การทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ เวียนเทียน ฟังเทศฟังธรรม ในวันมาฆบูชาที่จะถึงนี้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 19.16 ตั้งใจจะไม่ไป ส่วนกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 28.52 ยังไม่แน่ใจ






