
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ร่วง สวนทางกับที่คาดการณ์
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงครั้งแรกหลังจากการปรับเพิ่มขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
+ โดยการลดลงของปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงกว่าที่คาดการณ์ และอาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังอื่นๆที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
- นักวิเคราะห์บางราย เผยว่า แม้ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ จะปรับลดลง แต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะยาวได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง แต่หากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกยังคงลดกำลังการผลิตที่ระดับร้อยละ 85 ถึง 95 และปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับเพิ่มขึ้นได้
+/- ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Enbridge ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบจากรัฐอิลลินอยส์ไปยังรัฐโอกลาโฮมา กำลังการขนส่ง 600,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตที่ระดับ 350,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากหยุดดำเนินการขนส่งกระทันหัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลง เหนือความคาดหมาย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังประเทศจีน เกาหลีใต้ และมาเลเซียส่งออกมากขึ้น ขณะที่ความต้องการจากประเทศออสเตรเลียปรับตัวลดลง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงครั้งแรกหลังจากการปรับเพิ่มขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
+ โดยการลดลงของปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ สูงกว่าที่คาดการณ์ และอาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังอื่นๆที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
- นักวิเคราะห์บางราย เผยว่า แม้ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ จะปรับลดลง แต่อาจจะไม่เพียงพอที่จะหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะยาวได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง แต่หากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกยังคงลดกำลังการผลิตที่ระดับร้อยละ 85 ถึง 95 และปริมาณน้ำมันคงคลังสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับเพิ่มขึ้นได้
+/- ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Enbridge ซึ่งขนส่งน้ำมันดิบจากรัฐอิลลินอยส์ไปยังรัฐโอกลาโฮมา กำลังการขนส่ง 600,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการผลิตที่ระดับ 350,000 บาร์เรลต่อวัน หลังจากหยุดดำเนินการขนส่งกระทันหัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลง เหนือความคาดหมาย
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังประเทศจีน เกาหลีใต้ และมาเลเซียส่งออกมากขึ้น ขณะที่ความต้องการจากประเทศออสเตรเลียปรับตัวลดลง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์






