
กระทรวงแรงงานตรวจพิสูจน์สัญชาติแรงงานกัมพูชาคืบชัดเจนภายใน 15 วัน
กระทรวงแรงงาน หารือร่วม รองประธานคณะกรรมการจัดทำให้ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับแรงงานกัมพูชาที่พำนักและทำงานในประเทศไทย เห็นชอบตั้งคณะทำงานร่วมพิจารณาการแจกหนังสือเดินทางกัมพูชา และการตรวจพิสูจน์สัญชาติแรงงานถือบัตรสีชมพู มีความชัดเจนภายใน 15 วัน
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวภายหลัง พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ H.E.Mr. Hun Manet (ฮุน มาเนต) รองประธานคณะกรรมการจัดทำให้ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับแรงงานกัมพูชาที่พำนักและทำงานในประเทศไทย และคณะเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือตรวจพิสูจน์สัญชาติ และขั้นตอนการมอบหนังสือเดินทางให้กับแรงงานกัมพูชา โดยเปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน เน้นการสนับสนุนให้มีการเข้ามาทำงานในประเทศด้วยระบบ MOU ปัจจุบันมีแรงงานสัญชาติกัมพูชา 683,652 คน เป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในระบบ MOU 251}545 คน และแรงงานที่รอพิสูจน์สัญชาติที่ถือบัตรสีชมพู 432,107 คน โดยทำงานอยู่ในส่วนของประมงทะเล และแปรรูปสัตว์น้ำ 46,278 คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานที่ทำงานกิจการทั่วไป 385,829 คน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะไม่อนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยได้อีก แต่หากทางกัมพูชามีการตรวจสัญชาติ และออกหนังสือเดินทาง และให้แรงงานไปยื่นของวีซ่า และใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไปได้อีก 2 ปี ซึ่งประเทศไทยพร้อมจะดูแลแรงงานที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งการจัดระบบที่พักให้ถูกสุขลักษณะ สุขภาพอนามัย การรักษาพยาบาล และเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐานสากล
ด้านกัมพูชาแสดงความเห็นด้วยใน 2 ประเด็น คือ เรื่องการแจกหนังสือพาสปอร์ต ซึ่งทางกัมพูชาได้ออกเล่มหนังสือเดินทางแล้ว 240,000 เล่ม แต่สามารถแจกหนังสือพาสปอร์ตได้เพียง 4,000 เล่ม และเรื่องการตรวจพิสูจน์สัญชาติแรงงานที่ถือบัตรสีชมพู โดยทางกัมพูชาจะให้มีการทำควบคู่กับไปทั้ง 2 ส่วน เพื่อความรวดเร็ว สำหรับการแจกหนังสือเดินทางในกลุ่มประมง และแปรรูปอาหารสัตว์คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งจะมีเวลาเพียงพอกับการตรวจพิสูจน์สัญชาติ โดยให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกันยายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไปคาดให้แล้วเสร็จเดือนมกราคม 2561 เพื่อให้ทันก่อนครบวันสิ้นสุดการผ่อนผัน อีกทั้ง ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบที่จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อหารือถึงรายละเอียดการแจกเล่มหนังสือเดินทาง การตรวจพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้ทันในระยะเวลาที่กำหนด โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการหารือเรื่องดังกล่าว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อให้ทราบสถานที่แจกเล่มหนังสือเดินทาง ณ จุดใด จังหวัดใด และการตรวจพิสูจน์สัญชาติจะเริ่มดำเนินการเมื่อไร
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวภายหลัง พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ H.E.Mr. Hun Manet (ฮุน มาเนต) รองประธานคณะกรรมการจัดทำให้ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับแรงงานกัมพูชาที่พำนักและทำงานในประเทศไทย และคณะเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะและหารือตรวจพิสูจน์สัญชาติ และขั้นตอนการมอบหนังสือเดินทางให้กับแรงงานกัมพูชา โดยเปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน เน้นการสนับสนุนให้มีการเข้ามาทำงานในประเทศด้วยระบบ MOU ปัจจุบันมีแรงงานสัญชาติกัมพูชา 683,652 คน เป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในระบบ MOU 251}545 คน และแรงงานที่รอพิสูจน์สัญชาติที่ถือบัตรสีชมพู 432,107 คน โดยทำงานอยู่ในส่วนของประมงทะเล และแปรรูปสัตว์น้ำ 46,278 คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานที่ทำงานกิจการทั่วไป 385,829 คน ที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2561 ซึ่งเมื่อครบกำหนดจะไม่อนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยได้อีก แต่หากทางกัมพูชามีการตรวจสัญชาติ และออกหนังสือเดินทาง และให้แรงงานไปยื่นของวีซ่า และใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับอนุญาตให้ทำงานต่อไปได้อีก 2 ปี ซึ่งประเทศไทยพร้อมจะดูแลแรงงานที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งการจัดระบบที่พักให้ถูกสุขลักษณะ สุขภาพอนามัย การรักษาพยาบาล และเรื่องของสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐานสากล
ด้านกัมพูชาแสดงความเห็นด้วยใน 2 ประเด็น คือ เรื่องการแจกหนังสือพาสปอร์ต ซึ่งทางกัมพูชาได้ออกเล่มหนังสือเดินทางแล้ว 240,000 เล่ม แต่สามารถแจกหนังสือพาสปอร์ตได้เพียง 4,000 เล่ม และเรื่องการตรวจพิสูจน์สัญชาติแรงงานที่ถือบัตรสีชมพู โดยทางกัมพูชาจะให้มีการทำควบคู่กับไปทั้ง 2 ส่วน เพื่อความรวดเร็ว สำหรับการแจกหนังสือเดินทางในกลุ่มประมง และแปรรูปอาหารสัตว์คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2560 ซึ่งจะมีเวลาเพียงพอกับการตรวจพิสูจน์สัญชาติ โดยให้แล้วเสร็จก่อนเดือนกันยายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไปคาดให้แล้วเสร็จเดือนมกราคม 2561 เพื่อให้ทันก่อนครบวันสิ้นสุดการผ่อนผัน อีกทั้ง ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบที่จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อหารือถึงรายละเอียดการแจกเล่มหนังสือเดินทาง การตรวจพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้ทันในระยะเวลาที่กำหนด โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้ นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นหัวหน้าคณะทำงานในการหารือเรื่องดังกล่าว โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน เพื่อให้ทราบสถานที่แจกเล่มหนังสือเดินทาง ณ จุดใด จังหวัดใด และการตรวจพิสูจน์สัญชาติจะเริ่มดำเนินการเมื่อไร






