
จี้ผู้ว่าฯกทม.ตรวจเข้มร้านเหล้าผับบาร์รับวันวาเลนไทน์
จี้ผู้ว่ากทม.ลงพื้นที่ตรวจร้านเหล้าผับบาร์ จับตาคุมเข้มรับวันวาเลนไทน์ หลังพบเย้ยกฎหมายจัดโปรโมชั่นจูงใจเด็กเยาวชนเข้าใช้บริการ ชี้หมดยุคตรวจโรงแรมม่านรูด
วันนี้(6 ก.พ.2560) เวลา 12.30 น.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วย นางสาวอังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆกว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ผ่านทางนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้มีมาตรการรับมือปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็กและเยาวชน ช่วงวันวาเลนไทน์ ที่สุมเสี่ยงต่อการถูกล่อลวง ล่วงละเมิดคุกคามทางเพศ
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของเยาวชนมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 1-2 % ในทุกๆปี ในขณะที่สัดส่วนนักดื่มไทยวัยอื่นๆลดลงอย่างชัดเจน ที่น่าห่วง คือ พฤติกรรมการดื่มของเยาวชนที่นิยมดื่มแบบหัวราน้ำ จึงมีความเสี่ยงตามมามากมาย ในแต่ละปีเรามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้น 2.5 แสนคนต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นนักดื่มประจำ นอกจากนี้การเข้าถึงร้านเหล้ายังใช้เวลาเพียง 4.5 นาที ด้วยจำนวนจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป ดังนั้นจึงน่าห่วงว่า ช่วงวาเลนไทน์ซึ่งเป็นเทศกาลที่วัยรุ่นนิยมให้ความสำคัญ อาจนำไปสู่การดื่มฉลองอย่างขาดสติ ยิ่งในปีนี้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เริ่มโหมการตลาดอย่างหนัก เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเยาวชน ผับบาร์หลายแห่งกล้าท้าทายทำผิดกฎหมาย เช่น ติดป้ายโฆษณา ลด แลก แจกแถมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อจูงใจลูกค้าเข้าใช้บริการ กินดื่ม มอมเมา เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง การถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ อาชญากรรม และอุบัติเหตุ
“อยากวิงวอนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นความสำคัญกับแหล่งมอมเมาเยาวชน โดยเครือข่ายฯข้อเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯกทม.เพื่อนำไปพิจารณาดังนี้ 1.ในฐานะที่ท่านประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. ตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ขอให้ลงพื้นที่ รวมถึงสั่งการทุกเขต ลงตรวจร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่มักทำผิดกฎหมาย จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดเยาวชนในวันวาเลน์ไทน์ ตลอดจนขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในบริเวณใกล้สถานศึกษา 2. ขอให้จัดประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. เพื่อกำหนดนโยบายในการป้องกันแก้ไขการทำผิดกฎหมายของผู้ประกอบการ ตลอดจนการปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นรูปธรรม 3.เร่งพัฒนากลไกการเฝ้าระวัง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร้องเรียน เมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายของร้านเหล้า ผับ บาร์ อาทิ ลด แลก แจก แถม ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี และขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 4.ขอให้โรงเรียนในสังกัดของกรุงเทพฯ สนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนหรือกิจกรรม เพื่อสร้างความเท่าทันแก่เด็กและเยาวชน ในประเด็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เหล้าบุหรี่ การพนัน ยาเสพติด และเรื่องเพศ เป็นต้น อันจะเป็นการสนองนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของรัฐบาลอีกด้วย”นายธีรภัทร์ กล่าว
ด้านนางสาวอังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ช่วงวาเลนไทน์ก็จะมีข่าวหน่วยงานต่าง ออกตรวจโรงแรมม่านรูด ซึ่งถือเป็นปลายทางชองปัญหา แต่ปัจจุบันเราพบว่าสถานที่ต้นทางปัญหาที่สำคัญ คือบรรดาสถานบันเทิง ร้านเหล้าผับบาร์ ที่หลายแห่งมีการจัดกิจกรรม โปรโมชั่น จูงใจเด็ก เยาวชนให้เข้าใช้บริการ มีการนำมิวสิคมาร์เก็ตติ้งมาโหมทำการตลาด เมื่อมีการกินดื่มจนขาดสติก็เสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมเลยเถิดฉวยโอกาส ลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศ ตามมาด้วยปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ท้องไม่พร้อม ท้องก่อนวัยอันควร เป็นวัฏจักรที่ยากต่อการเยียวยาแก้ไข ในปีนี้จึงอยากเห็นพื้นที่ใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เบนเข็มหันมาให้ความสำคัญกับร้านเหล้าผับบาร์ ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของปัญหา ให้ประกอบการภายใต้กฎหมาย โดยเฉพาะไม่ทำการตลาดจูงใจเด็กและเยาวชน คงถึงเวลาแล้วที่สังคมจะช่วยกันจับจ้องไปที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ ให้มากกว่าการไปส่องไฟตามโรงแรม ม่านรูด เพื่อลดพื้นที่เสี่ยง ปกป้องเด็กและเยาวชน
วันนี้(6 ก.พ.2560) เวลา 12.30 น.ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ พร้อมด้วย นางสาวอังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และกลุ่มนักเรียน นักศึกษาจากสถาบันต่างๆกว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ผ่านทางนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้มีมาตรการรับมือปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็กและเยาวชน ช่วงวันวาเลนไทน์ ที่สุมเสี่ยงต่อการถูกล่อลวง ล่วงละเมิดคุกคามทางเพศ
นายธีรภัทร์ กล่าวว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของเยาวชนมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น 1-2 % ในทุกๆปี ในขณะที่สัดส่วนนักดื่มไทยวัยอื่นๆลดลงอย่างชัดเจน ที่น่าห่วง คือ พฤติกรรมการดื่มของเยาวชนที่นิยมดื่มแบบหัวราน้ำ จึงมีความเสี่ยงตามมามากมาย ในแต่ละปีเรามีนักดื่มหน้าใหม่เกิดขึ้น 2.5 แสนคนต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นนักดื่มประจำ นอกจากนี้การเข้าถึงร้านเหล้ายังใช้เวลาเพียง 4.5 นาที ด้วยจำนวนจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป ดังนั้นจึงน่าห่วงว่า ช่วงวาเลนไทน์ซึ่งเป็นเทศกาลที่วัยรุ่นนิยมให้ความสำคัญ อาจนำไปสู่การดื่มฉลองอย่างขาดสติ ยิ่งในปีนี้ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เริ่มโหมการตลาดอย่างหนัก เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเยาวชน ผับบาร์หลายแห่งกล้าท้าทายทำผิดกฎหมาย เช่น ติดป้ายโฆษณา ลด แลก แจกแถมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อจูงใจลูกค้าเข้าใช้บริการ กินดื่ม มอมเมา เสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง การถูกลวนลาม คุกคามทางเพศ อาชญากรรม และอุบัติเหตุ
“อยากวิงวอนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเห็นความสำคัญกับแหล่งมอมเมาเยาวชน โดยเครือข่ายฯข้อเรียกร้องไปยังผู้ว่าฯกทม.เพื่อนำไปพิจารณาดังนี้ 1.ในฐานะที่ท่านประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. ตาม พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ขอให้ลงพื้นที่ รวมถึงสั่งการทุกเขต ลงตรวจร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่มักทำผิดกฎหมาย จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดเยาวชนในวันวาเลน์ไทน์ ตลอดจนขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยเฉพาะในบริเวณใกล้สถานศึกษา 2. ขอให้จัดประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. เพื่อกำหนดนโยบายในการป้องกันแก้ไขการทำผิดกฎหมายของผู้ประกอบการ ตลอดจนการปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นรูปธรรม 3.เร่งพัฒนากลไกการเฝ้าระวัง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการร้องเรียน เมื่อพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายของร้านเหล้า ผับ บาร์ อาทิ ลด แลก แจก แถม ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า20ปี และขายนอกเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 4.ขอให้โรงเรียนในสังกัดของกรุงเทพฯ สนับสนุนให้มีการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนหรือกิจกรรม เพื่อสร้างความเท่าทันแก่เด็กและเยาวชน ในประเด็นปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น เหล้าบุหรี่ การพนัน ยาเสพติด และเรื่องเพศ เป็นต้น อันจะเป็นการสนองนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของรัฐบาลอีกด้วย”นายธีรภัทร์ กล่าว
ด้านนางสาวอังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ช่วงวาเลนไทน์ก็จะมีข่าวหน่วยงานต่าง ออกตรวจโรงแรมม่านรูด ซึ่งถือเป็นปลายทางชองปัญหา แต่ปัจจุบันเราพบว่าสถานที่ต้นทางปัญหาที่สำคัญ คือบรรดาสถานบันเทิง ร้านเหล้าผับบาร์ ที่หลายแห่งมีการจัดกิจกรรม โปรโมชั่น จูงใจเด็ก เยาวชนให้เข้าใช้บริการ มีการนำมิวสิคมาร์เก็ตติ้งมาโหมทำการตลาด เมื่อมีการกินดื่มจนขาดสติก็เสี่ยงที่จะมีพฤติกรรมเลยเถิดฉวยโอกาส ลวนลามและล่วงละเมิดทางเพศ ตามมาด้วยปัญหาเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ท้องไม่พร้อม ท้องก่อนวัยอันควร เป็นวัฏจักรที่ยากต่อการเยียวยาแก้ไข ในปีนี้จึงอยากเห็นพื้นที่ใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เบนเข็มหันมาให้ความสำคัญกับร้านเหล้าผับบาร์ ซึ่งเป็นต้นทางสำคัญของปัญหา ให้ประกอบการภายใต้กฎหมาย โดยเฉพาะไม่ทำการตลาดจูงใจเด็กและเยาวชน คงถึงเวลาแล้วที่สังคมจะช่วยกันจับจ้องไปที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ ให้มากกว่าการไปส่องไฟตามโรงแรม ม่านรูด เพื่อลดพื้นที่เสี่ยง ปกป้องเด็กและเยาวชน






