
ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของอิหร่าน โดยอิหร่านยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธไม่ขัดแย้งกับข้อตกลงนิวเคลียร์และไม่ขัดแย้งกับมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2231
- นาย Rob Haworth นักวิเคราะห์การลงทุนจาก U.S. bank wealth management กล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธของอิหร่านไม่น่าส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบมากนัก
- รวมถึงตลาดได้รับแรงกดดันจากรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 6.47 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 494.76 ล้านบาร์เรลใกล้ระดับสูงสุดของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับลดกำลังการผลิตลงและการเพิ่มหลุมขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน
+ ปริมาณน้ำมันดิบโดยรวมปรับลดลงจากข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกอย่างรัสเซีย โดยในเดือนที่ผ่านมารัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน
+/- อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบให้ทางเอเชียราวร้อยละ 7 อยู่ที่ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียไว้ เนื่องจากเป็นตลาดส่งออกหลักของทางตะวันออกกลาง และทำการลดการส่งออกทางยุโรปและอเมริกาแทน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่อยู่ระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในการนำเข้าน้ำมันเบนซินจากประเทศอินโดนีเซียและตะวันออกกลางที่อยู่ในระดับดี
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันดีเซลในเอเชียยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังถูกกดดันจากอุปสงค์การนำเข้าน้ำมันดีเซลของอินเดียที่ลดลง
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปกสามารถทำตามข้อตกลงได้ประมาณ 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลงเล็กน้อย หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเกี่ยวกับการทดสอบขีปนาวุธของอิหร่าน โดยอิหร่านยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธไม่ขัดแย้งกับข้อตกลงนิวเคลียร์และไม่ขัดแย้งกับมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2231
- นาย Rob Haworth นักวิเคราะห์การลงทุนจาก U.S. bank wealth management กล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธของอิหร่านไม่น่าส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบมากนัก
- รวมถึงตลาดได้รับแรงกดดันจากรายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ที่ปรับเพิ่มขึ้น 6.47 ล้านบาร์เรล อยู่ที่ 494.76 ล้านบาร์เรลใกล้ระดับสูงสุดของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ ปรับลดกำลังการผลิตลงและการเพิ่มหลุมขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน
+ ปริมาณน้ำมันดิบโดยรวมปรับลดลงจากข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกอย่างรัสเซีย โดยในเดือนที่ผ่านมารัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน
+/- อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบให้ทางเอเชียราวร้อยละ 7 อยู่ที่ 17 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากยังต้องการรักษาส่วนแบ่งการตลาดในเอเชียไว้ เนื่องจากเป็นตลาดส่งออกหลักของทางตะวันออกกลาง และทำการลดการส่งออกทางยุโรปและอเมริกาแทน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ที่อยู่ระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในการนำเข้าน้ำมันเบนซินจากประเทศอินโดนีเซียและตะวันออกกลางที่อยู่ในระดับดี
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากอุปทานน้ำมันดีเซลในเอเชียยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดยังถูกกดดันจากอุปสงค์การนำเข้าน้ำมันดีเซลของอินเดียที่ลดลง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปกสามารถทำตามข้อตกลงได้ประมาณ 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกรายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือน ม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์






