
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(2 ก.พ.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560
สภาวะตลาดวันที่ 01 กุมภาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,206.35-1,213.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,000 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.01 น.ของวันที่ 01/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560
นักลงทุนระมัดระวังต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ความวิตกอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง และกดดันดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จากความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในการประชุมกับบรรดาซีอีโอของบริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำหลายแห่งว่าการลดค่าเงินของประเทศอื่นๆ ทำให้ผู้ผลิตยาเพิ่มการผลิตในต่างประเทศ และได้เรียกร้องให้บริษัทต่างๆผลิตยาภายในสหรัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า เยอรมนีกำลังใช้ยูโรที่มีค่าต่ำเกินไปเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือสหรัฐและคู่ค้าในสหภาพยุโรป โดยบ่งชี้ว่าต้องการให้สกุลเงินของประเทศต่างๆแข็งค่าขึ้น ประเด็นดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าเหล่านี้ ประกอบกับนักลงทุนประเมินว่า การส่งสัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่าสหรัฐเตรียมพร้อมที่จะยกเลิกนโยบาย "ดอลลาร์แข็งค่า" ที่ใช้มายาวนาน
ทั้งนี้ นักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าบีโออีจะยังคงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม ถึงแม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าบีโออีเคยประเมินผลกระทบจากการที่อังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ในระดับที่รุนแรงเกินความเป็นจริงในช่วงก่อนหน้านี้ เบื้องต้นวายแอลจี แนะนำให้เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร แต่ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงสูงแนะนำให้ถือต่อไป ทั้งนี้ การอ่อนตัวลงของราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นย่อตัวลงเพื่อสร้างฐานราคาและสะสมกำลัง
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณที่ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการแบ่งขายทำกำไรบางส่วน หากราคายืนไม่อยู่อาจเสี่ยงเปิดสถานะขายบริเวณนั้นและตัดขาดทุนหากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนได้ ขณะที่หากต้องการเปิดสถานะซื้อ อาจต้องรอดูการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยเน้นไปที่การลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (19,950บาท) 1,193 (19,800บาท) 1,180 (19,600บาท)
แนวต้าน 1,220 (20,250บาท) 1,228 (20,400บาท) 1,236 (20,550บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 01 กุมภาพันธ์ 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,206.35-1,213.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,150 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,000 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.01 น.ของวันที่ 01/02/2560)
แนวโน้มวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560
นักลงทุนระมัดระวังต่อการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ขณะที่ความวิตกอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่อง และกดดันดัชนีดอลลาร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จากความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวในการประชุมกับบรรดาซีอีโอของบริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำหลายแห่งว่าการลดค่าเงินของประเทศอื่นๆ ทำให้ผู้ผลิตยาเพิ่มการผลิตในต่างประเทศ และได้เรียกร้องให้บริษัทต่างๆผลิตยาภายในสหรัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยกับไฟแนนเชียล ไทมส์ว่า เยอรมนีกำลังใช้ยูโรที่มีค่าต่ำเกินไปเพื่อชิงความได้เปรียบเหนือสหรัฐและคู่ค้าในสหภาพยุโรป โดยบ่งชี้ว่าต้องการให้สกุลเงินของประเทศต่างๆแข็งค่าขึ้น ประเด็นดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างสหรัฐและประเทศคู่ค้าเหล่านี้ ประกอบกับนักลงทุนประเมินว่า การส่งสัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่าสหรัฐเตรียมพร้อมที่จะยกเลิกนโยบาย "ดอลลาร์แข็งค่า" ที่ใช้มายาวนาน
ทั้งนี้ นักลงทุนรอดูผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งคาดว่าบีโออีจะยังคงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม ถึงแม้มีสัญญาณบ่งชี้ว่าบีโออีเคยประเมินผลกระทบจากการที่อังกฤษโหวตถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ในระดับที่รุนแรงเกินความเป็นจริงในช่วงก่อนหน้านี้ เบื้องต้นวายแอลจี แนะนำให้เข้าซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากหากราคาไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ นักลงทุนต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร แต่ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงสูงแนะนำให้ถือต่อไป ทั้งนี้ การอ่อนตัวลงของราคาสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,200-1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นย่อตัวลงเพื่อสร้างฐานราคาและสะสมกำลัง
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณที่ 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการแบ่งขายทำกำไรบางส่วน หากราคายืนไม่อยู่อาจเสี่ยงเปิดสถานะขายบริเวณนั้นและตัดขาดทุนหากราคาสามารถกลับขึ้นไปยืนได้ ขณะที่หากต้องการเปิดสถานะซื้อ อาจต้องรอดูการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยเน้นไปที่การลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,193 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,200 (19,950บาท) 1,193 (19,800บาท) 1,180 (19,600บาท)
แนวต้าน 1,220 (20,250บาท) 1,228 (20,400บาท) 1,236 (20,550บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






