
กระทรวงแรงงานดึงกฎหมายเพิ่มโทษ มั่นใจป้องกัน ยับยั้งการใช้แรงงานเด็กผิดกฎหมาย
กระทรวงแรงงาน ปรับพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มโทษใช้แรงงานเด็ก หวังป้องกัน ยับยั้งและคุ้มครองดูแลแรงงานเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีผลใช้บังคับปลายกุมภาฯนี้ ย้ำใช้ลูกจ้างเด็กต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีโทษหนักปรับขั้นต่ำ 4 แสนบาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานทำให้มีบทบัญญัติบางประการอาจ ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอัตราโทษในความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก ดังนั้น เพื่อให้การป้องกัน ยับยั้ง และขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับเพิ่มโทษให้สูงขึ้นและตราพ.ร.บ.นี้ขึ้น ทั้งนี้ การจ้างเด็กเข้าทำงานเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเป็นประโยชน์แก่เด็กที่ต้องการหาประสบการณ์หรือเรียนรู้ที่จะปรับตัวเมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน ดังนั้น การปรับอัตราโทษให้เพิ่มสูงขึ้นเพื่อเป็นการคุ้มครองเยาวชนอนาคตของชาติไม่ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควรและการจ้างงานที่ไม่เหมาะสม ตลอดจน เป็นการป้องปรามไม่ให้นายจ้างแสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีความร้ายแรงกว่าการทำผิดกฎหมายแรงงานในความผิดอื่น ๆ
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๐ จะมีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้กฎหมายฉบับใหม่ มีสาระสำคัญคือการเพิ่มอัตราโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก 3 กรณีด้วยกัน กรณีแรกได้แก่อายุขั้นต่ำ ของการจ้างแรงงานเด็ก คือ การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงานในงานทั่วไป งานเกษตรกรรม, การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ทำงานในงานขนถ่ายสินค้าทางทะเล และการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานประมงทะเล โดยอัตราโทษสำหรับความผิดดังกล่าวคือปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ กรณีที่สองการจ้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานที่เป็นอันตราย เช่น งานปั๊มโลหะ งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ และกรณีสุดท้ายคือการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานที่ต้องห้าม เช่น ทำงานโรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่นพนัน สถานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการแปรรูปสัตว์น้ำในเรือประมงมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
นอกจากนี้กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอันตรายหรือสถานที่ที่ห้ามเด็กทำจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างเด็กได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตายนายจ้าง จะได้รับโทษเพิ่มมากขึ้นคือ ปรับตั้งแต่ 800,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน หรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับเฉพาะกรณีที่เป็นการจ้างแรงงานเท่านั้นไม่ได้หมายรวมถึงการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้เด็กทำงานในครอบครัว จึงขอฝากไปยังนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างเด็กเข้าทำงานให้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้แรงงานเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม
พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.๒๕๔๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานทำให้มีบทบัญญัติบางประการอาจ ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอัตราโทษในความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก ดังนั้น เพื่อให้การป้องกัน ยับยั้ง และขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับเพิ่มโทษให้สูงขึ้นและตราพ.ร.บ.นี้ขึ้น ทั้งนี้ การจ้างเด็กเข้าทำงานเป็นเรื่องที่สามารถทำได้และเป็นประโยชน์แก่เด็กที่ต้องการหาประสบการณ์หรือเรียนรู้ที่จะปรับตัวเมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน ดังนั้น การปรับอัตราโทษให้เพิ่มสูงขึ้นเพื่อเป็นการคุ้มครองเยาวชนอนาคตของชาติไม่ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานก่อนวัยอันควรและการจ้างงานที่ไม่เหมาะสม ตลอดจน เป็นการป้องปรามไม่ให้นายจ้างแสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีความร้ายแรงกว่าการทำผิดกฎหมายแรงงานในความผิดอื่น ๆ
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๖๐ จะมีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้กฎหมายฉบับใหม่ มีสาระสำคัญคือการเพิ่มอัตราโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก 3 กรณีด้วยกัน กรณีแรกได้แก่อายุขั้นต่ำ ของการจ้างแรงงานเด็ก คือ การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงานในงานทั่วไป งานเกษตรกรรม, การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ทำงานในงานขนถ่ายสินค้าทางทะเล และการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานประมงทะเล โดยอัตราโทษสำหรับความผิดดังกล่าวคือปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ กรณีที่สองการจ้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานที่เป็นอันตราย เช่น งานปั๊มโลหะ งานเกี่ยวกับวัตถุมีพิษ และกรณีสุดท้ายคือการจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในสถานที่ต้องห้าม เช่น ทำงานโรงฆ่าสัตว์ สถานที่เล่นพนัน สถานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการแปรรูปสัตว์น้ำในเรือประมงมีอัตราโทษปรับตั้งแต่ 400,000 บาท ถึง 800,000 บาท ต่อลูกจ้างหนึ่งคน หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือทั้งปรับทั้งจำ
นอกจากนี้กรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานอันตรายหรือสถานที่ที่ห้ามเด็กทำจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างเด็กได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือถึงแก่ความตายนายจ้าง จะได้รับโทษเพิ่มมากขึ้นคือ ปรับตั้งแต่ 800,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ต่อลูกจ้าง 1 คน หรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือ ทั้งปรับทั้งจำ อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวใช้บังคับเฉพาะกรณีที่เป็นการจ้างแรงงานเท่านั้นไม่ได้หมายรวมถึงการที่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้เด็กทำงานในครอบครัว จึงขอฝากไปยังนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่มีการจ้างเด็กเข้าทำงานให้ปฏิบัติ ให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้แรงงานเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม






