
กระทรวงเกษตรฯรุกสร้างความมั่นใจสินค้าเกษตรปลอดภัยช่วงเทศกาลตรุษจีน
กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการเชิงรุก “มั่นใจสินค้าเกษตร เทศกาลตรุษจีน 2560” วางมาตรการสุ่มตรวจตัวอย่างสินค้าปศุสัตว์ ประมง และผัก/ผลไม้ หวังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคได้สินค้าเกษตรปลอดภัยช่วงตรุษจีน
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 มกราคม 2560 ชาวไทยเชื้อสายจีนจะจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อทำพิธีไหว้เจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงบูรณาการเชิงรุกสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมทั้งผัก ผลไม้ สินค้าประมง และปศุสัตว์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ “สินค้า Q” และ “ปศุสัตว์ OK” ตามนโยบายของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มุ่งเน้นให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง
“กรณีตรวจสอบพบสินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปยังแหล่งผลิต หรือ ฟาร์ม เพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาการพักใช้ หรือยกเลิกการรับรองมาตรฐาน “สินค้า Q” หรือ “ปศุสัตว์ OK” หรือ “มาตรฐานฟาร์ม/แปลงผลิต GAP” และหากผลการสอบสวนการปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างจากฟาร์มปศุสัตว์ พบว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีต้องห้ามในอาหารสัตว์ เช่น สารเร่งเนื้อแดง ตาม พรบ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงจะแจ้งผลการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย” นางสาวชุติมา กล่าว
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรม “มั่นใจสินค้าเกษตร เทศกาลตรุษจีน 2560” ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขและท้องถิ่น ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้า (ผัก ผลไม้ สินค้าประมง และเนื้อสัตว์) ที่ได้รับการรับรอง และยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ (“สินค้า Q” และ “ปศุสัตว์ OK”) โดยจะตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าผักผลไม้ สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ ที่มีการจำหน่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ในผักผลไม้ รวมถึงตรวจสอบการปนเปื้อนฟอร์มาลิน และยาปฏิชีวนะตกค้างในสินค้าประมง ตลอดจนสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะตกค้าง สารเร่งเนื้อแดง เชื้อจุลินทรีย์ และฮอร์โมน ทั้งนี้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา อาทิ การดูแลอพยบสัตว์นั้น ยังไม่พบเชื้อโรคหรือสัตว์ที่ป่วยตายผิดปกติ ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า การบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีความปลอดภัย
สำหรับกรณีการใช้ยาปฏิชีวนะโคลิสตินในหมูนั้น ยืนยันว่าไม่มีความรุนแรง เพราะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย โดยระบบการควบคุมการใช้ยาในฟาร์มมีความจำเป็นต้องใช้ยาโคลิสตินเฉพาะกับลูกหมู เนื่องจากลูกหมูมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องเสียได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ได้มีแผนการลดใช้โคลิสตินมานานแล้ว ซึ่งจะใช้เฉพาะการรักษาเท่านั้น โดยเน้นเรื่องการฉีด ไม่เกิน 5 วัน จะทำให้ไม่เกิดการตกค้างหรือเชื้อดื้อยาในหมู ทั้งนี้ แผนดังกล่าวเป็นแผนที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาโดยตลอด อีกทั้ง ได้ประสานคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีศูนย์ติดตามเชื้อดื้อยา ได้หารือร่วมกันในการขับเคลื่อนดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจและได้บริโภคหมูที่ปลอดภัย
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 28 มกราคม 2560 ชาวไทยเชื้อสายจีนจะจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อทำพิธีไหว้เจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงบูรณาการเชิงรุกสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในความปลอดภัยของสินค้าเกษตร ซึ่งครอบคลุมทั้งผัก ผลไม้ สินค้าประมง และปศุสัตว์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ “สินค้า Q” และ “ปศุสัตว์ OK” ตามนโยบายของพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้มุ่งเน้นให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความมั่นคง
“กรณีตรวจสอบพบสินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ไปยังแหล่งผลิต หรือ ฟาร์ม เพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าว รวมทั้งพิจารณาการพักใช้ หรือยกเลิกการรับรองมาตรฐาน “สินค้า Q” หรือ “ปศุสัตว์ OK” หรือ “มาตรฐานฟาร์ม/แปลงผลิต GAP” และหากผลการสอบสวนการปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างจากฟาร์มปศุสัตว์ พบว่าเกี่ยวข้องกับการใช้สารเคมีต้องห้ามในอาหารสัตว์ เช่น สารเร่งเนื้อแดง ตาม พรบ. ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงจะแจ้งผลการตรวจสอบสินค้าเกษตรและอาหารปนเปื้อนสารเคมีหรือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทราบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งตาม พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย” นางสาวชุติมา กล่าว
นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรม “มั่นใจสินค้าเกษตร เทศกาลตรุษจีน 2560” ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขและท้องถิ่น ลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างสินค้า (ผัก ผลไม้ สินค้าประมง และเนื้อสัตว์) ที่ได้รับการรับรอง และยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ (“สินค้า Q” และ “ปศุสัตว์ OK”) โดยจะตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้าผักผลไม้ สินค้าประมง สินค้าปศุสัตว์ ที่มีการจำหน่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ตรวจสอบการปนเปื้อนสารเคมีตกค้าง และเชื้อจุลินทรีย์ในผักผลไม้ รวมถึงตรวจสอบการปนเปื้อนฟอร์มาลิน และยาปฏิชีวนะตกค้างในสินค้าประมง ตลอดจนสุ่มเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์ เพื่อตรวจสอบการปนเปื้อนยาปฏิชีวนะตกค้าง สารเร่งเนื้อแดง เชื้อจุลินทรีย์ และฮอร์โมน ทั้งนี้ จากการดำเนินงานที่ผ่านมา อาทิ การดูแลอพยบสัตว์นั้น ยังไม่พบเชื้อโรคหรือสัตว์ที่ป่วยตายผิดปกติ ดังนั้นขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า การบริโภคในช่วงเทศกาลตรุษจีนมีความปลอดภัย
สำหรับกรณีการใช้ยาปฏิชีวนะโคลิสตินในหมูนั้น ยืนยันว่าไม่มีความรุนแรง เพราะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย โดยระบบการควบคุมการใช้ยาในฟาร์มมีความจำเป็นต้องใช้ยาโคลิสตินเฉพาะกับลูกหมู เนื่องจากลูกหมูมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องเสียได้ง่าย อย่างไรก็ตาม ได้มีแผนการลดใช้โคลิสตินมานานแล้ว ซึ่งจะใช้เฉพาะการรักษาเท่านั้น โดยเน้นเรื่องการฉีด ไม่เกิน 5 วัน จะทำให้ไม่เกิดการตกค้างหรือเชื้อดื้อยาในหมู ทั้งนี้ แผนดังกล่าวเป็นแผนที่กรมปศุสัตว์ได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มาโดยตลอด อีกทั้ง ได้ประสานคณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีศูนย์ติดตามเชื้อดื้อยา ได้หารือร่วมกันในการขับเคลื่อนดำเนินงานเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจและได้บริโภคหมูที่ปลอดภัย






