
กยท.จับมือกรมการปกครองเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร
กยท. จับมือ สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง นำเทคโนโลยีการอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน และใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลาง (COUNTER SERVICE) เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า กยท.ได้เล็งเห็นความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร จึงได้นำเทคโนโลยีที่ประเทศไทยได้จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลประชาชนของประเทศ โดยมีสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานและดูแลรับผิดชอบข้อมูลดังกล่าว กยท.จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ ว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (COUNTER SERVICE) และการขอใช้โปรแกรมสำหรับสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งความร่วมในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลบุคคลในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้แทนผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งทั้งสองส่วนงานต่างสามารถดำเนินการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้ ด้วยการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
การขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (COUNTER SERVICE) กยท. จะติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งระบบสื่อสาร เพื่อรับหรือส่งข้อมูลที่ตรวจสอบและเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการตรวจสอบข้อมูล และพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถและเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ และในส่วนของ ข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้โปรแกรมสำหรับสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน นั้น กยท. จะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการขอใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูล จากบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนและยืนยันตัวบุคคลในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรของ กยท. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของ กยท.ต่อไป
นอกจาก กยท.ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายในการเปิดประมูลยางอิเล็กทรอนิกส์ (Auction Forward) ซึ่งมียางในสต๊อกที่เปิดประมูลครั้งนี้ ได้แก่ ยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน และยางชนิดอื่นๆ รวมประมาณ 4.6 หมื่นตัน จาก 13 โกดังในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พัทลุง และสงขลาบางส่วน สามารถขายยางได้ทุกโกดัง รวมเป็นมูลค่าประมาณ 3,197 ล้านบาท การประมูลครั้งนี้ เปิดโอกาสในแข่งขันกันอย่างเสรี และเป็นธรรมผ่านระบบประมูลออนไลน์ ซึ่งทั้งราคาและปริมาณยางยังคงเป็นไปตามกลไกทางการตลาด
ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เผยว่า กยท.ได้เล็งเห็นความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบข้อมูลเกษตรกร จึงได้นำเทคโนโลยีที่ประเทศไทยได้จัดทำขึ้นเพื่อบันทึกข้อมูลประชาชนของประเทศ โดยมีสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานและดูแลรับผิดชอบข้อมูลดังกล่าว กยท.จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ ว่าด้วยการขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (COUNTER SERVICE) และการขอใช้โปรแกรมสำหรับสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งความร่วมในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินการตรวจสอบข้อมูลบุคคลในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรของการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ผู้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ผู้แทนสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้แทนผู้ประกอบกิจการยาง ซึ่งทั้งสองส่วนงานต่างสามารถดำเนินการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันได้ ด้วยการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
การขอใช้ประโยชน์ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากฐานข้อมูลทะเบียนกลางด้วยระบบคอมพิวเตอร์โดยวิธีบริการข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (COUNTER SERVICE) กยท. จะติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งระบบสื่อสาร เพื่อรับหรือส่งข้อมูลที่ตรวจสอบและเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการตรวจสอบข้อมูล และพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถและเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้ และในส่วนของ ข้อตกลงว่าด้วยการขอใช้โปรแกรมสำหรับสำหรับอ่านข้อมูลจากบัตรประจำตัวประชาชน นั้น กยท. จะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการขอใช้โปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูล จากบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนและยืนยันตัวบุคคลในระบบขึ้นทะเบียนเกษตรกรของ กยท. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของ กยท.ต่อไป
นอกจาก กยท.ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายในการเปิดประมูลยางอิเล็กทรอนิกส์ (Auction Forward) ซึ่งมียางในสต๊อกที่เปิดประมูลครั้งนี้ ได้แก่ ยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน และยางชนิดอื่นๆ รวมประมาณ 4.6 หมื่นตัน จาก 13 โกดังในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พัทลุง และสงขลาบางส่วน สามารถขายยางได้ทุกโกดัง รวมเป็นมูลค่าประมาณ 3,197 ล้านบาท การประมูลครั้งนี้ เปิดโอกาสในแข่งขันกันอย่างเสรี และเป็นธรรมผ่านระบบประมูลออนไลน์ ซึ่งทั้งราคาและปริมาณยางยังคงเป็นไปตามกลไกทางการตลาด






