
ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น จากความเชื่อมั่นในการปรับลดกำลังการผลิตของซาอุดิอาระเบีย
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 17 ม.ค.2560
(+) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังนายคาลิด อัล-ฟาลิห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียออกมายืนยันที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบตามที่ได้ตกลงไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าข้อตกลงของกลุ่มโอเปกจะสามารถผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ โดยในข้อตกลงวันที่ 30 พ.ย. 2559 ซาอุดิอาระเบียตกลงจะลดกำลังการผลิตราว 486,000บาร์เรลต่อวัน
(-) อย่างไรก็ดี นายคาลิด อัล-ฟาลิห์ ยังเผยว่า ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบหลังจากการปรับลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเฉพาะหากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกลดลงแตะระดับค่าเฉลี่ยในรอบ 5ปี นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าผลจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะเห็นได้ชัดภายในครึ่งปีแรกของปี 2560
(-) นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์เผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 235,000บาร์เรลต่อวัน ในปี 2560เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากหลุมขุดเจาะที่จะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงครึ่งปีแรก
(+) แหล่งข่าวเปิดเผยว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของรัสเซียปรับลดลงประมาณ 100,000บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงวันที่ 1-15 ม.ค. 2560โดยรัสเซียตกลงที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวม 300,000บาร์เรลต่อวัน ภายในครึ่งปีแรกของปี 2560
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงหนุนจากอุปทานที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของโรงกลั่นในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หลังเกิดเหตุไฟไหม้
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังถูกกดดันจากปริมาณการส่งออกของจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับ อุปทานที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของโรงกลั่นในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกมีความชัดเจนมากขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นว่าลูกค้ากลุ่มใดที่โดนปรับลดปริมาณการส่งออกลง สำหรับในเอเชียจะถูกปรับลดโดยเฉลี่ยลงร้อยละ 5-10 นอกจากนี้ คูเวตและอิรักออกมาเปิดเผยว่าปริมาณการผลิตล่าสุดได้ปรับลดลงแล้ว โดยคูเวตได้ปรับลดปริมาณการผลิตลงมาอยู่ที่ระดับ 2.707 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก่อน ขณะที่อิรักปรับลดลงไปแล้วกว่า 170,000 บาร์เรลต่อวัน และภายในสัปดาห์นี้เตรียมที่จะปรับลดกำลังการผลิตอีก 40,000บาร์เรลต่อวัน เพื่อให้ไปเป็นไปตามข้อตกลงที่จะปรับลดปริมาณการผลิตลง 210,000บาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ในลิเบียหลังรัฐบาลเตรียมประกาศยุติการส่งมอบน้ำมันดิบจากท่าเรือทางด้านตะวันตกจากเหตุสุดวิสัย หลังพบมีการลักลอบน้ำมันดิบที่ท่าเรือ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช้าลง โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ750,000บาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 600,000บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะขึ้นมาอยู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2558
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
(+) ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังนายคาลิด อัล-ฟาลิห์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบียออกมายืนยันที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบตามที่ได้ตกลงไว้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่าข้อตกลงของกลุ่มโอเปกจะสามารถผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้นได้ โดยในข้อตกลงวันที่ 30 พ.ย. 2559 ซาอุดิอาระเบียตกลงจะลดกำลังการผลิตราว 486,000บาร์เรลต่อวัน
(-) อย่างไรก็ดี นายคาลิด อัล-ฟาลิห์ ยังเผยว่า ผู้ผลิตกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะไม่ขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบหลังจากการปรับลดเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเฉพาะหากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังทั่วโลกลดลงแตะระดับค่าเฉลี่ยในรอบ 5ปี นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าผลจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบจะเห็นได้ชัดภายในครึ่งปีแรกของปี 2560
(-) นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์เผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นราว 235,000บาร์เรลต่อวัน ในปี 2560เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากหลุมขุดเจาะที่จะเริ่มดำเนินการผลิตในช่วงครึ่งปีแรก
(+) แหล่งข่าวเปิดเผยว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของรัสเซียปรับลดลงประมาณ 100,000บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือน ธ.ค. มาอยู่ที่ 11.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงวันที่ 1-15 ม.ค. 2560โดยรัสเซียตกลงที่จะลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวม 300,000บาร์เรลต่อวัน ภายในครึ่งปีแรกของปี 2560
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังในสิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงหนุนจากอุปทานที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของโรงกลั่นในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หลังเกิดเหตุไฟไหม้
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังถูกกดดันจากปริมาณการส่งออกของจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อจากอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับ อุปทานที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินของโรงกลั่นในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 52-57 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกมีความชัดเจนมากขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นว่าลูกค้ากลุ่มใดที่โดนปรับลดปริมาณการส่งออกลง สำหรับในเอเชียจะถูกปรับลดโดยเฉลี่ยลงร้อยละ 5-10 นอกจากนี้ คูเวตและอิรักออกมาเปิดเผยว่าปริมาณการผลิตล่าสุดได้ปรับลดลงแล้ว โดยคูเวตได้ปรับลดปริมาณการผลิตลงมาอยู่ที่ระดับ 2.707 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 2.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก่อน ขณะที่อิรักปรับลดลงไปแล้วกว่า 170,000 บาร์เรลต่อวัน และภายในสัปดาห์นี้เตรียมที่จะปรับลดกำลังการผลิตอีก 40,000บาร์เรลต่อวัน เพื่อให้ไปเป็นไปตามข้อตกลงที่จะปรับลดปริมาณการผลิตลง 210,000บาร์เรลต่อวัน
จับตาสถานการณ์ในลิเบียหลังรัฐบาลเตรียมประกาศยุติการส่งมอบน้ำมันดิบจากท่าเรือทางด้านตะวันตกจากเหตุสุดวิสัย หลังพบมีการลักลอบน้ำมันดิบที่ท่าเรือ ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช้าลง โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ750,000บาร์เรลต่อวัน จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 600,000บาร์เรลต่อวัน
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะขึ้นมาอยู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ธ.ค. 2558
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์






