thansettakij
thansettakij
ปลัดมท.สั่งด่วนผู้ว่าฯภาคใต้เตรียมรับอุทกภัยรอบใหม่

ปลัดมท.สั่งด่วนผู้ว่าฯภาคใต้เตรียมรับอุทกภัยรอบใหม่

15 ม.ค. 60 | 05:31 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 60 | 12:31 น.
นายกฤษฏา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้  เรื่องการเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยระลอกใหม่ที่อาจเกิดในช่วง 16 ม.ค. 2560 เป็นต้นไป

ตามที่หน่วยงานพยากรณ์สภาพอากาศได้รายงานต่อที่ประชุม บก.ปภ.ช.ว่าตั้งแต่ 16 ม.ค.60 เป็นต้นไปที่อาจเกิดภาวะฝนตกหนักพื้นที่ภาคใต้ระลอกใหม่และเมื่อ 14 ม.ค.60 เวลา10.00 ถึง13.00  และปมท./รอง ผบ.ปภ.ช.ได้ประชุมซักซ้อมเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุและแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมไปแล้วโดยได้ประชุมร่วมทางไกลไปยังพื้นที่ด้วยนั้น

บก.ปภ.ช.ขอย้ำแนวทางปฏิบัติดังกล่าวให้ผู้รับผิดชอบและหน่วยงานตามโครงสร้าง กอ.ปภ.ช และกอ.ปภ.ช.(สน.)และกอ.ปภ.จ.และอำเภอรวมทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นถือปฏิบัติดังนี้

1.ขณะนี้มีการประกาศยกระดับภัยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว จึงให้จังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัดจาก ปภ.จังหวัดเป็นระดับ รอง ผวจ.หรือ ปลัดจังหวัด ในระดับอำเภอให้มอบหมายปลัดอำเภออาวุโสรับผิดชอบแทนปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงหรือปลัดป้องกันส่วนพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้มอบหมายปลัด อปท. แทนผอ.กองป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ทั้งนี้ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานได้ประชุมเน้นย้ำและกำกับติดตามงานโดยใกล้ชิดรวมทั้งให้มีการระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยมาร่วมงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้พร้อมเพรียงกันตามแผนการป้องและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ไม่ควรอ้างคำสั่งแบ่งงานตามภาวะปกติเพื่อปฏิเสธงานหรือความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด

2.พื้นที่ที่คาดว่าอาจเกิดเหตุน้ำท่วมสูงในรอบนี้คือ บริเวณที่ลุ่มต่ำอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานีและอำเภอรอบทะเลน้อย จ.พัทลุงต่อเนื่องทะเลสาบสงขลาบริเวณ อ.ระโนด นั้น ขอให้ ผวจ.ในพื้นที่ได้ประสานงานกับหน่วยทหารเรือและ/หรือหน่วยชลประทานและหน่วยต่างๆเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและ/หรือเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าวล่วงหน้าเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ไว้ก่อนตามข้อตกลงในการประชุมเมื่อ 14 ม.ค.60 ทั้งนี้ขอมอบหมายให้ รอง อ.ปภ.ตรวจสอบ(check list) กับ หน.สปฉ.ประจำบก.ภ.ช.ส่วนกลางว่าได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้สนับสนุนบก.ปภ.ช.(สน.)และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่แล้วหรือไม่

3.เมื่อเกิดน้ำท่วมจนเกิดพื้นที่วิกฤตขอให้แต่งตั้งผบ.เหตุการณ์เป็นการเฉพาะเพื่อเข้าไปรับผิดชอบพื้นที่โดยตรงเพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนตามขั้นตอนต่างๆที่ได้แจ้งไปแล้ว (5 ขั้นตอนบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต) เหมือนการดำเนินการที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชและอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

4.ขณะนี้มีการอนุมัติให้ขยายวงเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯเป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาทพร้อมทั้งได้ยกเว้นระเบียบให้จังหวัดสามารถใช้งบฯดังกล่าวแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเรื่องต่างๆได้แล้ว เช่นการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนหน่วยงานทหารหรืออื่นๆที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆมาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ จึงขอให้จังหวัดศึกษาระเบียบแนวทางใหม่ดังกล่าวให้เข้าใจ โดยอาจมอบคลังจังหวัดหรือบก.ปภ.ช(ส่วนหน้า) หรืออาจขอให้สำนักงานคลังเขตเข้ามาดูแลเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ผู้ปฏิบัติด้วยก็ได้

5.ขอให้วางแผนการบริหารการแจกจ่ายถุงยังชีพต่างๆให้เป็นระบบและทั่วถึงครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกครัวเรือนซึ่งในที่ประชุม กอ.ปภ.ช.ได้มอบหมายหน่วย พม.รับผิดชอบจัดทำแผนการแจกจ่ายในระดับจังหวัด ส่วนในระดับพื้นที่ให้พิจารณามอบหมายสำนักงานพัฒนาชุมชนหรือขอความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษาเข้ามารับผิดชอบดำเนินการ ขณะเดียวกันในจุดวิกฤตหรือที่พักพิงผู้ประสบภัยให้พิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่หรือแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จซึ่งต้องดูแลเรื่องอนามัยความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกด้วย

6.ในพื้นที่ที่ภัยยุติหรือน้ำลดแล้วให้มอบหมาย อปท.และหน่วยงานสาธารณสุขและ/หรือหน่วยงาน ทส.เข้าไปดำเนินการเร่งทำความสะอาด (big cleaning)พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด(เป่าล้าง)บ่อบาดาล/ท่อน้ำประปาหมู่บ้าน/ชุมชนรวมทั้งจัดทีมแพทย์ไปแนะนำการป้องกันโรคหลังน้ำท่วมเช่น โรคฉี่หนู/โรคตาแดง/ท้องร่วง/ไข้หวัดไว้ด้วย

7.ขณะนี้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วมมากขึ้นโดยไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมโดยตรง จึงให้จังหวัดและหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำบก.ปภ.ช.(สน.)ได้เร่งชี้แจงทำความเข้าใจและ/หรือแนะนำเกี่ยวกับการใช้ความระมัดระวังการใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วมให้กว้างขวางด้วย

8.ขอให้จังหวัดเร่งรัดส่งรายงานสถานภาพครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่เสียชีวิตแล้วมายังบก.ปภ.ช.ภายในวันที่ 15 ม.ค.60 เวลา 16.00น.ด้วย

9.ขอให้จัดทำระบบการรับเงินบริจาคหรือการใช้เงินบริจาคให้ถูกต้องตามระเบียบและมีความรัดกุมโปร่งใสโดยอาจมอบหมายให้คลังจังหวัดหรือเสมียนตราหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการประจำ กอ.ปภ.จ./อำเภอและอปท.ด้วยก็ได้

10.ในพื้นที่จ.ยะลา/นราธิวาส/ปัตตานี/ระนอง หรือพื้นที่อื่นๆซึ่งเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วขอให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆรวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามระเบียบต่างๆให้เรียบร้อยและรวดเร็วรวมทั้งให้ศึกษาทบทวนแผนปฏิบัติงานเดิมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ (lesson learned) และพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงวางแนวทางและโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว เช่น การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ/การสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ(แก้มลิง )

ประการสำคัญให้นำแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแนวทางไว้ให้แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ด้วย