thansettakij
thansettakij
บอร์ด CPL ไฟเขียวบิ๊กดีลควบรวมกิจการ ‘แพงโกลิน เซฟตี้’

บอร์ด CPL ไฟเขียวบิ๊กดีลควบรวมกิจการ ‘แพงโกลิน เซฟตี้’

11 ม.ค. 60 | 04:12 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ม.ค. 60 | 11:12 น.
บอร์ด CPL ไฟเขียวควบรวมกิจการ“แพงโกลิน เซฟตี้ โปรดักส์” ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้ชั้นนำ เผยใช้วิธีโอนกิจการทั้งหมด (EBT) ของแพงโกลินเข้ามารวมกับ CPL โดย CPL จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 264 ล้านบาท เป็น 418.90 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นใหม่ 15.49 ล้านหุ้น ที่ราคาประมาณหุ้นละ 34.28 บาท เป็นมูลค่ารวม 531 ล้านบาท จัดสรรเป็นการเฉพาะเจาะจง เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการรับโอนกิจการ  เผยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกและครั้งใหญ่ในรอบ 22 ปีนับจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

นายสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.แอล.กรุ๊พ จำกัด (มหาชน) หรือ CPL ผู้นำอุตสาหกรรมฟอกหนังสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นกิจการในกลุ่มบริษัทเจริญสิน  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา มีมติให้บริษัทฯดำเนินการควบรวมกิจการกับบริษัท แพงโกลิน เซฟตี้ โปรดักส์ จำกัด โดยใช้วิธีการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อจัดสรรเป็นการเฉพาะเจาะจงให้แก่แพงโกลินเป็นค่าตอบแทนในการรับโอนกิจการ  โดยได้มีมติให้บริษัทฯ ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 264 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 10 บาท เป็น 418.9 ล้านบาท ด้วยการออกหุ้นใหม่จำนวน 15,489,942 หุ้น ที่ราคาประมาณหุ้นละ 34.28 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 531 ล้านบาท ซึ่งจากการทำรายการดังกล่าวจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกลุ่มวงษ์เจริญสินใน CPL เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 51.27 เป็นร้อยละ 69.29 กลุ่มวงษ์เจริญสิน จึงได้ประกาศเจตนาที่จะทำคำเสนอซื้อหุ้นของบริษัท (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติในการควบรวมกิจการดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560

“การควบรวมกิจการระหว่าง CPL และแพงโกลิน เป็นการควบรวมในลักษณะโอนกิจการทั้งหมด หรือ Entire Business Transfer (EBT) ของแพงโกลินเข้ามารวมกับ CPL ซึ่งภายหลังการควบรวม จากเดิมที่มีอยู่ 2 บริษัท ก็จะเหลือ CPL เพียงบริษัทเดียว ซึ่งแน่นอนว่า การควบรวมครั้งนี้จะทำให้ขนาดสินทรัพย์ของ CPL เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจของ CPL จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกในรอบเกือบ 22 ปี นับตั้งแต่บริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2537 โดยบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจครบวงจรจากขั้นต้นน้ำไปถึงขั้นปลายน้ำ จากเดิมที่ CPL ดำเนินธุรกิจผลิตหนังฟอกสำเร็จรูปรายใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อป้อนให้กับผู้ผลิตรองเท้าแบรนด์ชั้นนำของโลก ก็จะขยายไปสู่การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้และอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของแพงโกลิน ที่เป็นสินค้าขั้นปลายน้ำอีกด้วย” นายสุวัชชัยกล่าว

ทั้งนี้ บริษัท แพงโกลิน เซฟตี้ โปรดักส์ จำกัด มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้ อุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคลครบวงจรตามมาตรฐานสากล อาทิ อุปกรณ์ป้องกันเท้าและอุปกรณ์ป้องกันศีรษะ ภายใต้ตราสินค้าแพงโกลิน รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันดวงตาและใบหน้า อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง ป้องกันเสียงและป้องกันร่างกาย เป็นต้น โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2559 ที่ผ่านมา แพงโกลินมีรายได้จากการขาย 445.2 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 36.6 ล้านบาท โดยสินค้าของแพงโกลินได้รับการยอมรับในระดับมาตรฐานสากล ขณะที่รองเท้าเซฟตี้ของแพงโกลิน สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในสินค้าประเภทเดียวกัน สำหรับลูกค้าหลักของแพงโกลิน เป็นกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในภูมิภาคอินโดจีน รวมทั้งส่งออกสินค้าไปยังหลายประเทศทั่วโลก

นายสุวัชชัย กล่าวด้วยว่า มั่นใจว่าการควบรวมกับแพงโกลิน ซึ่งเป็นผู้นำในการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เซฟตี้ ที่มีการเติบโตตามอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ จะทำให้ CPL สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และจะสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับ CPL ได้อย่างแน่นอน