
บล.KTBST ประเมินหุ้นวันนี้แรงซื้อยังมีเข้ามาในหุ้นกลุ่มขนาดใหญ่
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (11ม.ค.)ตลาดหุ้นต่างประเทศยังคงเป็นลักษณะพักตัวรอข่าว ก่อนหน้านี้นักลงทุนรอดูทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และตัวเลขเศรษฐกิจ แต่หลังจากขึ้นปี 2560 ก็หันมาให้ความสนใจเรื่องการขึ้นรับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ และแนวนโยบายทั้งในประเทศ คือ Obama Care และ นโยบายการค้าต่างประเทศที่ทำให้ประเทศผู้ผลิตสินค้า ทั้งญี่ปุ่นและจีน ดูเป็นกังวลต่อเรื่องนี้เหมือนกันสำหรับวันนี้ นาย Trump จะมีการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ตลาดจะจับตาดูว่านโยบายหาเสียงกับนโยบายเมื่อเป็นประธานาธิบดีจะแตกต่างกันขนาดไหนและจะมีผลต่อตลาดหุ้นด้วย
โดย World Bank ออกรายงานคาดการณ์ GDP ของโลก ปี 2560 ขยายตัว 2.7% สูงขึ้นจากปีก่อน โดย Emerging Market ขยายตัว 4.2% จาก 3.4% ในปี 2559 และของไทย คาดปี 2560 จะขยายตัว 3.2% สูงขึ้นจาก 3.1% ในปี 2559 การปรับ GDP ครั้งนี้ มีคาดการณ์ 2 ประเทศใหญ่ที่ชะลอตัวลง คือ จีนและญี่ปุ่น
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ปัจจัยยังไม่ต่างจากเดิม คือ การผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ เป็นตัวถ่วงราคาน้ำมัน แต่การลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ เป็นบวกต่อราคาน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันทรงๆตัวแต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลายๆตัวกลับมาสูงขึ้น จากปัจจัยในเรื่อง Demand & Supply อาทิเช่น เหล็ก น้ำตาล และยางพารา เป็นต้น
ส่วนปัจจัยในประเทศ ที่น่าสนใจคงเป็นแรงซื้อ หรือ Flow ที่กลับเข้ามาในตลาด และที่น่าแปลกใจคือกระจายมากขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกเฉพาะของไทยในวันนี้ ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นในวันนี้ การที่ SET Index กลับขึ้นมาบวกได้อีกครั้งและใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 1,575 จุด เป็นสัญญาณในทางที่เป็นบวกแต่คาดจะไม่แรงเหมือนวันก่อนจากนักลงทุนบางส่วนจะรอดูการแถลงของนาย Trump คืนนี้
"ทิศทางตลาดยังผันผวนการพักตัวที่ผ่านมา เรามองเป็นการพักในช่วงขาขึ้นของตลาด หุ้นกลุ่มนำตลาดจะกลับมาเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (ที่กองทุนฯ+ต่างประเทศ สนใจ) และหุ้นบางตัวในสายสินค้าโภคภัณฑ์ (ไม่รวมน้ำมัน) อีกครั้ง ในการเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิเช่น BBL ,SCC , PSH , BA , LOXLEY , PAP , STA มองกรอบดัชนีที่ 1,560-1,576 จุด”
โดย World Bank ออกรายงานคาดการณ์ GDP ของโลก ปี 2560 ขยายตัว 2.7% สูงขึ้นจากปีก่อน โดย Emerging Market ขยายตัว 4.2% จาก 3.4% ในปี 2559 และของไทย คาดปี 2560 จะขยายตัว 3.2% สูงขึ้นจาก 3.1% ในปี 2559 การปรับ GDP ครั้งนี้ มีคาดการณ์ 2 ประเทศใหญ่ที่ชะลอตัวลง คือ จีนและญี่ปุ่น
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ปัจจัยยังไม่ต่างจากเดิม คือ การผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ เป็นตัวถ่วงราคาน้ำมัน แต่การลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ เป็นบวกต่อราคาน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันทรงๆตัวแต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลายๆตัวกลับมาสูงขึ้น จากปัจจัยในเรื่อง Demand & Supply อาทิเช่น เหล็ก น้ำตาล และยางพารา เป็นต้น
ส่วนปัจจัยในประเทศ ที่น่าสนใจคงเป็นแรงซื้อ หรือ Flow ที่กลับเข้ามาในตลาด และที่น่าแปลกใจคือกระจายมากขึ้นด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกเฉพาะของไทยในวันนี้ ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นในวันนี้ การที่ SET Index กลับขึ้นมาบวกได้อีกครั้งและใกล้จุดสูงสุดเดิมที่ 1,575 จุด เป็นสัญญาณในทางที่เป็นบวกแต่คาดจะไม่แรงเหมือนวันก่อนจากนักลงทุนบางส่วนจะรอดูการแถลงของนาย Trump คืนนี้
"ทิศทางตลาดยังผันผวนการพักตัวที่ผ่านมา เรามองเป็นการพักในช่วงขาขึ้นของตลาด หุ้นกลุ่มนำตลาดจะกลับมาเป็นหุ้นขนาดใหญ่ (ที่กองทุนฯ+ต่างประเทศ สนใจ) และหุ้นบางตัวในสายสินค้าโภคภัณฑ์ (ไม่รวมน้ำมัน) อีกครั้ง ในการเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิเช่น BBL ,SCC , PSH , BA , LOXLEY , PAP , STA มองกรอบดัชนีที่ 1,560-1,576 จุด”






