
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(6 ม.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 5 มกราคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 5 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,162.29-1,179.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,800 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.33 น.ของวันที่ 05/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 6 มกราคม 2560
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินยังคงร่วงลงจากจุดสูงสุดรอบ 14 ปี หลังนักลงทุนขายทำกำไรดอลลาร์ หลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่แน่นอนในเรื่องที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะดำเนินนโยบายเช่นใดเมื่อเขาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ถูกใช้เป็นเหตุผลที่นักลงทุนขายดอลลาร์ออกมาในช่วงนี้ โดยนักลงทุนหลายรายมุ่งความสนใจไปยังงานแถลงข่าวของนายทรัมป์ในวันพุธที่ 11 มกราคม ขณะที่นายทรัมป์ใกล้จะทำพิธีเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์มีแรงขายออกมาจนหลุดแนวรับโซน 101.91 โดยการร่วงผ่านแนวรับดังกล่าวจะส่งผลให้ดอลลาร์ลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งการร่วงลงของดอลลาร์หนุนให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมในวันศุกร์นี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจอยู่ที่ 178,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคมไม่เปลี่ยนแปลงจาก 178,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน และอัตราการว่างงานอาจอยู่ที่ 4.7% ในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเป็นปัจจัยชี้นำดอลลาร์และราคาทองคำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามค่าเงินบาท มีทิศทางแข็งค่ามากขึ้นจนทดสอบระดับ 35.67 บาท/ดอลลาร์ หลังกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยในระยะนี้มากขึ้นเห็นได้จากเมื่อวันพุธที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2.24 พันล้านบาท และซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยทุกช่วงอายุ 2.90 พันล้านบาท เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าในระยะสั้นราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,179 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้จะมีโอกาสที่จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป ทั้งนี้ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือต้านดังกล่าวได้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,156 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,179 หรือ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,156 (19,550บาท) 1,145 (19,370บาท) 1,136 (19,200บาท)
แนวต้าน 1,179 (19,950บาท) 1,188 (20,100บาท) 1,197 (20,250บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 5 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,162.29-1,179.36 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,900 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,800 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.33 น.ของวันที่ 05/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 6 มกราคม 2560
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินยังคงร่วงลงจากจุดสูงสุดรอบ 14 ปี หลังนักลงทุนขายทำกำไรดอลลาร์ หลังจากดอลลาร์พุ่งขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความไม่แน่นอนในเรื่องที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะดำเนินนโยบายเช่นใดเมื่อเขาขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ถูกใช้เป็นเหตุผลที่นักลงทุนขายดอลลาร์ออกมาในช่วงนี้ โดยนักลงทุนหลายรายมุ่งความสนใจไปยังงานแถลงข่าวของนายทรัมป์ในวันพุธที่ 11 มกราคม ขณะที่นายทรัมป์ใกล้จะทำพิธีเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 มกราคม ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์มีแรงขายออกมาจนหลุดแนวรับโซน 101.91 โดยการร่วงผ่านแนวรับดังกล่าวจะส่งผลให้ดอลลาร์ลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ ซึ่งการร่วงลงของดอลลาร์หนุนให้ราคาทองคำดีดตัวขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธันวาคมในวันศุกร์นี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอาจอยู่ที่ 178,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคมไม่เปลี่ยนแปลงจาก 178,000 ตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายน และอัตราการว่างงานอาจอยู่ที่ 4.7% ในเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจาก 4.6% ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเป็นปัจจัยชี้นำดอลลาร์และราคาทองคำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามค่าเงินบาท มีทิศทางแข็งค่ามากขึ้นจนทดสอบระดับ 35.67 บาท/ดอลลาร์ หลังกระแสเงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยในระยะนี้มากขึ้นเห็นได้จากเมื่อวันพุธที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 2.24 พันล้านบาท และซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยทุกช่วงอายุ 2.90 พันล้านบาท เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าในระยะสั้นราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,179 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้จะมีโอกาสที่จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป ทั้งนี้ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือต้านดังกล่าวได้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,156 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,179 หรือ 1,188 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,156 (19,550บาท) 1,145 (19,370บาท) 1,136 (19,200บาท)
แนวต้าน 1,179 (19,950บาท) 1,188 (20,100บาท) 1,197 (20,250บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






