
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้( 5 ม.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 4 มกราคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 4 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,156.26-1,167.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,800 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.35 น.ของวันที่ 04/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 5 มกราคม 2560
เหตุการณ์กราดยิงในไนต์คลับที่เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 39 คนในวันปีใหม่ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ได้กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ความไม่แน่นอนเรื่องการก่อการร้ายและความพยายามก่อรัฐประหารในตุรกี รวมถึงภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองร่วมทั้งภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ ถือเป็นเหตุผลที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้เมื่อราคาอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามแรงหนุนทองคำจากกรณีหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า รัสเซียได้แฮกข้อมูลการเลือกตั้งสหรัฐนั้นดูเหมือนจะจางหายไป เมื่อทวิตเตอร์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บ่งชี้ว่า เขาจะไม่พูดถึงประเด็นนี้จนกว่าเขาจะได้รับการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรอง ซึ่งถูกเลื่อนกำหนดออกไปจนถึงวันศุกร์นี้ นอกจากกนี้ นายทรัมป์ ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาจะจัดการแถลงข่าวในวันที่ 11 มกราคม นี้ที่นครนิวยอร์ค ก่อนที่จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคมนี้ ประกอบกับ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับตัวขึ้นเข้าใกล้จุดสูงสุดรอบ 14 ปี ตามอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐปรับขึ้นอีกครั้ง และปัจจัยนี้ส่งผลให้มีแรงขายทองคำออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ทั้งนี้ โดยดัชนีดอลลาร์เพิ่งพุ่งขึ้นแตะ 103.82 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2545 โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานของสถาบันจัดการอุปทาน (ISM) ของสหรัฐที่ระบุว่า กิจกรรมภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีในเดือนธันวาคม บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากตลาดทองคำ และหากสังเกตให้ดีจะพบว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม ดังนั้นนักลงทุนควรปรับรูปแบบการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับการแกว่งตัวของราคา และ ไม่ควรลงทุนมากเกินไป
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้รอราคาอ่อนตัวลงรวมทั้งการตั้งฐานของราคาทองคำ แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากแนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,145 หรือ 1,136 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,169 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านได้ให้รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,179 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคายังคงมีการหวี่ยงตัวจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมากเกินไปหรือไม่มีแผนในการลงทุนที่ชัดเจนจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,145 (19,380บาท) 1,136 (19,230บาท) 1,122 (18,990บาท)
แนวต้าน 1,169 (19,790บาท) 1,179 (19,960บาท) 1,188 (20,120บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 4 มกราคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,156.26-1,167.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,800 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,750 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.35 น.ของวันที่ 04/01/2560)
แนวโน้มวันที่ 5 มกราคม 2560
เหตุการณ์กราดยิงในไนต์คลับที่เมืองอีสตันบูล ประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 39 คนในวันปีใหม่ที่ผ่านมา กลุ่มไอเอสได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ ได้กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ความไม่แน่นอนเรื่องการก่อการร้ายและความพยายามก่อรัฐประหารในตุรกี รวมถึงภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองร่วมทั้งภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ ถือเป็นเหตุผลที่ช่วยพยุงราคาทองคำไว้เมื่อราคาอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามแรงหนุนทองคำจากกรณีหน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า รัสเซียได้แฮกข้อมูลการเลือกตั้งสหรัฐนั้นดูเหมือนจะจางหายไป เมื่อทวิตเตอร์ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ บ่งชี้ว่า เขาจะไม่พูดถึงประเด็นนี้จนกว่าเขาจะได้รับการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรอง ซึ่งถูกเลื่อนกำหนดออกไปจนถึงวันศุกร์นี้ นอกจากกนี้ นายทรัมป์ ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เขาจะจัดการแถลงข่าวในวันที่ 11 มกราคม นี้ที่นครนิวยอร์ค ก่อนที่จะเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 20 มกราคมนี้ ประกอบกับ ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับตัวขึ้นเข้าใกล้จุดสูงสุดรอบ 14 ปี ตามอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐปรับขึ้นอีกครั้ง และปัจจัยนี้ส่งผลให้มีแรงขายทองคำออกมาเมื่อราคาขยับขึ้น ทั้งนี้ โดยดัชนีดอลลาร์เพิ่งพุ่งขึ้นแตะ 103.82 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2545 โดยได้รับแรงหนุนจากรายงานของสถาบันจัดการอุปทาน (ISM) ของสหรัฐที่ระบุว่า กิจกรรมภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีในเดือนธันวาคม บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐแข็งแกร่งเกินคาด ปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนออกจากตลาดทองคำ และหากสังเกตให้ดีจะพบว่าการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม ดังนั้นนักลงทุนควรปรับรูปแบบการลงทุนเพื่อให้เหมาะสมกับการแกว่งตัวของราคา และ ไม่ควรลงทุนมากเกินไป
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แนะนำให้รอราคาอ่อนตัวลงรวมทั้งการตั้งฐานของราคาทองคำ แต่สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากแนะนำให้รอจังหวะซื้อหากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,145 หรือ 1,136 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน เมื่อราคาทองคำดีดตัวขึ้นและไม่ผ่านแนวต้าน 1,169 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถผ่านได้ให้รอขายทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,179 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากราคายังคงมีการหวี่ยงตัวจะทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมากเกินไปหรือไม่มีแผนในการลงทุนที่ชัดเจนจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,145 (19,380บาท) 1,136 (19,230บาท) 1,122 (18,990บาท)
แนวต้าน 1,169 (19,790บาท) 1,179 (19,960บาท) 1,188 (20,120บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






