
ระบบเตือนภัยแรงงานชี้การจ้างงานอยู่ในภาวะปกติ
การจ้างงานลูกจ้างในระบบประกันสังคมเดือน พ.ย. 59 มีจํานวน 10,477,172 คน สาขาที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ได้แก่ สาขาการขายส่งและขายปลีก สาขาการผลิตเครื่องดื่ม ถนอมอาหาร สาขากิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์เดือนพฤศจิกายน 2559 ของระบบเตือนภัยด้านแรงงาน http://warning.mol.go.th โดยใช้ดัชนีชี้นําทางเศรษฐกิจในรูปแบบดัชนีผสม 13 ตัว พบว่า การจ้างงานในภาพรวมในตลาดแรงงาน ยังอยู่ในภาวะปกติ โดยแนวโน้มการว่างงาน ซึ่งอาศัยข้อมูลการว่างงานผู้มีงานทําภาคเอกชนของสํานักงานสถิติแห่งชาติ แสดงสถานะปกติ ส่วนแนวโน้มการเลิกจ้าง จากระบบเตือนภัยด้านแรงงาน ซึ่งอาศัยข้อมูลการแจ้งและตรวจพบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แสดงสถานะปกติ เช่นกัน
ทั้งนี้ พบปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง คือ 1) เสถียรภาพทางการเมืองและการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัวในระดับสูงมีผลต่อการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนทําให้เกิดการจ้างงาน เพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ได้แก่ มาตรการการเงินการคลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อม (SMEs) ในระยะเร่งด่วน, มาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์, มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางของธนาคารอาคารสงเคราะห์วงเงิน 25,000 ล้านบาท , มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
ในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท, นโยบายการเงินที่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาไว้ ในระดับต่ำที่ 1.50 ต่อปี ตั้งแต่ 29 เมษายน 2558 และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการผ่อนปรนอย่างเพียงพอและต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ , มาตรการการคลังเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อย โครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการกระต้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 (ช้อปช่วยชาติ) 3) การเร่งรัดออกใบอนุญาตให้ประกอบการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงเดือนตุลาคม 2559 มีจํานวน 317 โรงงาน การจ้างงาน 6,600 คน อนุญาตให้ขยายกิจการจํานวน 68 โรง จํานวนคนงาน 4,661 คน 4) การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor Development (EEC) เพื่อส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต นอกจากช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศแล้วจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับแรงงานไทยและสามารถ ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต 5) การปรับเพิ่มอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยจาก Tier 3 ขึ้นมาเป็น Tier 2 Watch list
“ภาวะการจ้างงานในตลาดแรงงาน เดือนพฤศจิกายน 2559 พบว่า การจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม มีผู้ประกันตน (มาตรา 33) 10,477,172 คน เป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.10 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีผู้ประกันตน 10,363,495 คน ผู้ใช้แรงงานเข้าสู่การทํางานเพิ่มขึ้น 113,677 คน” โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวในท้ายที่สุด
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์เดือนพฤศจิกายน 2559 ของระบบเตือนภัยด้านแรงงาน http://warning.mol.go.th โดยใช้ดัชนีชี้นําทางเศรษฐกิจในรูปแบบดัชนีผสม 13 ตัว พบว่า การจ้างงานในภาพรวมในตลาดแรงงาน ยังอยู่ในภาวะปกติ โดยแนวโน้มการว่างงาน ซึ่งอาศัยข้อมูลการว่างงานผู้มีงานทําภาคเอกชนของสํานักงานสถิติแห่งชาติ แสดงสถานะปกติ ส่วนแนวโน้มการเลิกจ้าง จากระบบเตือนภัยด้านแรงงาน ซึ่งอาศัยข้อมูลการแจ้งและตรวจพบจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แสดงสถานะปกติ เช่นกัน
ทั้งนี้ พบปัจจัยบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง คือ 1) เสถียรภาพทางการเมืองและการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐที่ขยายตัวในระดับสูงมีผลต่อการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนทําให้เกิดการจ้างงาน เพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพและเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน ได้แก่ มาตรการการเงินการคลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขยาดย่อม (SMEs) ในระยะเร่งด่วน, มาตรการการเงินการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์, มาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางของธนาคารอาคารสงเคราะห์วงเงิน 25,000 ล้านบาท , มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
ในชุมชนเมืองตามแนวทางประชารัฐ วงเงิน 20,000 ล้านบาท, นโยบายการเงินที่ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาไว้ ในระดับต่ำที่ 1.50 ต่อปี ตั้งแต่ 29 เมษายน 2558 และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการผ่อนปรนอย่างเพียงพอและต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ , มาตรการการคลังเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อย โครงการลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ และมาตรการกระต้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 (ช้อปช่วยชาติ) 3) การเร่งรัดออกใบอนุญาตให้ประกอบการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมในช่วงเดือนตุลาคม 2559 มีจํานวน 317 โรงงาน การจ้างงาน 6,600 คน อนุญาตให้ขยายกิจการจํานวน 68 โรง จํานวนคนงาน 4,661 คน 4) การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor Development (EEC) เพื่อส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต นอกจากช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศแล้วจะเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับแรงงานไทยและสามารถ ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางสู่ประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคต 5) การปรับเพิ่มอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยจาก Tier 3 ขึ้นมาเป็น Tier 2 Watch list
“ภาวะการจ้างงานในตลาดแรงงาน เดือนพฤศจิกายน 2559 พบว่า การจ้างแรงงานในระบบประกันสังคม มีผู้ประกันตน (มาตรา 33) 10,477,172 คน เป็นอัตราการขยายตัวร้อยละ 1.10 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งมีผู้ประกันตน 10,363,495 คน ผู้ใช้แรงงานเข้าสู่การทํางานเพิ่มขึ้น 113,677 คน” โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวในท้ายที่สุด






