
กสร.นำศาสตร์พระราชาเพิ่มคุณค่าชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงาน
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การบริหารจัดการด้านแรงงานส่งเสริมให้นายจ้าง ลูกจ้างบริหารงานแบบหุ้นส่วนจริยธรรมแทนความสัมพันธ์แบบเจ้านายลูกน้อง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาสภาพการจ้าง การทำงานร่วมกัน เพิ่มคุณค่าความเป็นมนุษย์ของลูกจ้าง
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ด้านแรงงานเพื่อพัฒนาประเทศไทยภายใต้กรอบนโยบาย “ไทยแลนด์ ๔.๐” ของรัฐบาล ซึ่งมีฐานคิดหลักคือปรับระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเน้นการผลิตเพื่อส่งออก เป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่า ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาประเทศภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ ๔.๐” จะครอบคลุมใน 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วย 1.ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ 2.ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม 3.การยกระดับคุณค่ามนุษย์ และ 4.การรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานภายใต้ยุทธศาตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามากำหนดเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เช่น การนำแนวพระราชดำริ เรื่อง ความสามัคคี กำหนดเป็นรูปแบบการบริหารงานแรงงานสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนจริยธรรม โมเดล “แรงงานสัมพันธ์ ๔.๐” โดยนายจ้าง และลูกจ้างจะร่วมกันในการออกแบบสภาพการจ้าง การทำงาน สวัสดิการแรงงาน โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบ จริยธรรม และความปรารถนาดีที่มีระหว่างกัน ที่มีต่อองค์กร ที่มีต่อสังคม และต่อประเทศชาติ
นอกจากนี้ กสร.ได้น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาส่งเสริมให้ลูกจ้างใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างเสริมวินัยในการใช้จ่ายและมีภูมิคุ้มกันด้วยการออม ด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อลดภาระหนี้สิน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการด้านเศรษฐกิจให้ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ เพื่อลูกจ้างได้มีโอกาสออมทรัพย์ กรณีมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายก็สามารถจะกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน และเสียดอกเบี้ยในอัตราถูก ซึ่งจะเป็นหนทางในการป้องกันปัญหาการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบของลูกจ้าง ปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการที่จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำนวน 540 แห่ง และในปีหน้าตั้งเป้าหมายจะให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการอีก 30 แห่ง
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวด้วยว่า การน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการดำเนินงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ โดยมีเป้าหมายที่ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม และการยกระดับคุณค่ามนุษย์ของผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ด้านแรงงานเพื่อพัฒนาประเทศไทยภายใต้กรอบนโยบาย “ไทยแลนด์ ๔.๐” ของรัฐบาล ซึ่งมีฐานคิดหลักคือปรับระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเน้นการผลิตเพื่อส่งออก เป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่า ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาประเทศภายใต้นโยบาย “ไทยแลนด์ ๔.๐” จะครอบคลุมใน 4 มิติ ซึ่งประกอบด้วย 1.ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ 2.ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม 3.การยกระดับคุณค่ามนุษย์ และ 4.การรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในส่วนของการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานภายใต้ยุทธศาตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้น้อมนำศาสตร์พระราชามากำหนดเป็นแนวทางในการดำเนินงาน เช่น การนำแนวพระราชดำริ เรื่อง ความสามัคคี กำหนดเป็นรูปแบบการบริหารงานแรงงานสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนจริยธรรม โมเดล “แรงงานสัมพันธ์ ๔.๐” โดยนายจ้าง และลูกจ้างจะร่วมกันในการออกแบบสภาพการจ้าง การทำงาน สวัสดิการแรงงาน โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบ จริยธรรม และความปรารถนาดีที่มีระหว่างกัน ที่มีต่อองค์กร ที่มีต่อสังคม และต่อประเทศชาติ
นอกจากนี้ กสร.ได้น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาส่งเสริมให้ลูกจ้างใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อสร้างเสริมวินัยในการใช้จ่ายและมีภูมิคุ้มกันด้วยการออม ด้วยการจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อลดภาระหนี้สิน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้สถานประกอบกิจการจัดสวัสดิการด้านเศรษฐกิจให้ในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการ เพื่อลูกจ้างได้มีโอกาสออมทรัพย์ กรณีมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายก็สามารถจะกู้ยืมได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์มาค้ำประกัน และเสียดอกเบี้ยในอัตราถูก ซึ่งจะเป็นหนทางในการป้องกันปัญหาการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบของลูกจ้าง ปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการที่จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ จำนวน 540 แห่ง และในปีหน้าตั้งเป้าหมายจะให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการอีก 30 แห่ง
อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวด้วยว่า การน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการดำเนินงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ ๔.๐ โดยมีเป้าหมายที่ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม และการยกระดับคุณค่ามนุษย์ของผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ






