
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(28 ธ.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 27 ธันวาคม 2559
สภาวะตลาดวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,131.35-1,148.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.10 น.ของวันที่ 27/12/16)
แนวโน้มวันที่ 28 ธันวาคม 2559
ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง และแทบไม่มีปัจจัยชี้นำ เนื่องจากตลาดชั้นนำส่วนใหญ่ปิดทำการเมื่อต้นสัปดาห์เนื่องในวันคริสต์มาส ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นนักลงทุนบางส่วนคาดว่า ดอลลาร์อาจจะปรับฐานลงอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอการปรับขึ้น และมีความกังวลเรื่องนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ภาพรวมราคายังเป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบ จากการที่ตลาดเข้าสู่ช่วงปลายปี และนักลงทุนยังรอติดตามนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนของสหรัฐในระยะต่อไป ขณะที่มีรายงานว่า กองทุนหุ้นที่มีการบริหารเชิงรุกในสหรัฐมียอดเงินลงทุนไหลออก 2.88 แสนล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเทียบกับยอดเงินไหลออก 1.39 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558 และ 2.18 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2553 แม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นสำคัญของสหรัฐได้พุ่งขึ้นแตะสถิติสูงสุดในเดือนนี้ และดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนรวมเป็นบวกในปีนี้เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ราคาทองคำอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาจากระดับสูงสุดบริเวณ 1,337.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กว่า 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนเพิ่มจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา ซึ่งทำให้วายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวได้อีก นอกจากนี้แนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อราคาทองคำย่อตัวแนวรับสำคัญน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ นักลงทุนควรปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,131 หรือ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,152 หรือ 1,164 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกันประกอบกับปริมาณการซื้อขายในช่วงนี้ค่อนข้างเบาบาง
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,131 (19,260บาท) 1,122 (19,100บาท) 1,116 (19,000บาท)
แนวต้าน 1,152 (19,620บาท) 1,164 (19,820บาท) 1,171 (19,950บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,131.35-1,148.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,550 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.10 น.ของวันที่ 27/12/16)
แนวโน้มวันที่ 28 ธันวาคม 2559
ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง และแทบไม่มีปัจจัยชี้นำ เนื่องจากตลาดชั้นนำส่วนใหญ่ปิดทำการเมื่อต้นสัปดาห์เนื่องในวันคริสต์มาส ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวขึ้นนักลงทุนบางส่วนคาดว่า ดอลลาร์อาจจะปรับฐานลงอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐชะลอการปรับขึ้น และมีความกังวลเรื่องนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ แต่ภาพรวมราคายังเป็นการแกว่งตัวในกรอบแคบ จากการที่ตลาดเข้าสู่ช่วงปลายปี และนักลงทุนยังรอติดตามนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนของสหรัฐในระยะต่อไป ขณะที่มีรายงานว่า กองทุนหุ้นที่มีการบริหารเชิงรุกในสหรัฐมียอดเงินลงทุนไหลออก 2.88 แสนล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่าสูงเป็นประวัติการณ์ โดยเทียบกับยอดเงินไหลออก 1.39 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2558 และ 2.18 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2553 แม้ว่าดัชนีตลาดหุ้นสำคัญของสหรัฐได้พุ่งขึ้นแตะสถิติสูงสุดในเดือนนี้ และดัชนี S&P 500 ของตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนรวมเป็นบวกในปีนี้เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ปัจจัยดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับ ราคาทองคำอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาจากระดับสูงสุดบริเวณ 1,337.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กว่า 200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนเพิ่มจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา ซึ่งทำให้วายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวได้อีก นอกจากนี้แนะนำนักลงทุนว่าการรอจังหวะซื้อเมื่อราคาทองคำย่อตัวแนวรับสำคัญน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ นักลงทุนควรปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,131 หรือ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,152 หรือ 1,164 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกันประกอบกับปริมาณการซื้อขายในช่วงนี้ค่อนข้างเบาบาง
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,131 (19,260บาท) 1,122 (19,100บาท) 1,116 (19,000บาท)
แนวต้าน 1,152 (19,620บาท) 1,164 (19,820บาท) 1,171 (19,950บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






