thansettakij
thansettakij
"เอ็กซเรย์” ระบบคอมฯหน่วยงานไทย นักวิชาการ แนะ อย่าท้าทายแฮกเกอร์

"เอ็กซเรย์” ระบบคอมฯหน่วยงานไทย นักวิชาการ แนะ อย่าท้าทายแฮกเกอร์

26 ธ.ค. 59 | 14:39 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ธ.ค. 59 | 07:46 น.
ทีมข่าวเฉพาะกิจ สปริงนิวส์ทีวี ช่อง19 รายงานถึงผลพวงจากมติสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ลงมติเห็นชอบผ่านร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ จนทำให้ฝ่ายที่คัดค้านไม่พอใจกับการออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และกระแสนั้นก็บานปลายกลายเป็นโอกาสที่กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น “แฮกเกอร์” เข้ามาผสมโรง และเปิดปฏิบัติการแฮกเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลหลายหน่วยงาน

นายจรรยวรรธน์ ชาติอนุลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้วยความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ ให้สัมภาษณ์กับสปริงนิวส์ถึงปฏิบัติการของแฮกเกอร์ว่า เวลาเกิดเหตุการณ์แบบนี้จับมือดมยาก และกลุ่มที่ทำไม่ใช่กลุ่มเดียวแน่นอน เพราะถ้ากลุ่มหนึ่งทำแล้วอีกกลุ่มจะเห็น อีกสักพักอีกกลุ่มก็อยากโชว์บ้าง ส่วนการตามสืบย้อนทำได้ยาก เพราะอาจมีการใช้เลเยอร์จากต่างประเทศหลายชั้นมาก ข้ามประเทศไปมา โอกาสที่จะตามได้แต่ยาก และแนะนำให้หน่วยงานรัฐอย่าท้าทายพลังของแฮกเกอร์ แต่ควรหันมาให้ความสนใจในการปรับปรุงระบบป้องกันหลังบ้านของเว็บไซต์ของหน่วยงานดีกว่า เพราะหน่วยงานรัฐของไทยถือว่ามีความหละหลวมในอันดับต้นๆของโลกด้วยซ้ำที่มีปัญหา

“ผมลองเช็คดูแล้วยืนยันทำได้จริง เห็นมีข้อมูลบัตรประชาชน วีซ่า บัตรข้าราชการ บางคนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง หลุดอยู่ในกลุ่มแฮกเกอร์ และสิ่งที่เขาเปิดเผยมีตั้งแต่ระดับการเรียกน้ำย่อย และจัดการจริงได้ซึ่งไม่ยาก แต่เขายังไม่ทำ แต่ขอให้อย่าตื่นตระหนกให้นำผู้เชี่ยวชาญดูข้าไปดูแลจะดีกว่า”

นายจรรยวรรธน์ บอกถึงปัญหาของระบบรักษาความปลอดภัยเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐว่า ปกติมีการจัดซื้อจัดจ้างที่ให้เอกชนคนนอกเข้ามาทำให้ แต่การนำไปใช้ใช้ระยะยาวไม่มีการดูแล เมื่อแฮกเกอร์เจอแล้วจุดหนึ่งเขาจะเจออีกหลายครั้ง เพราะเขาจะทำการหาช่องโหว่ เหมือนการเข้าบ้านที่เขาจะสะเดาะในจุดที่อ่อนไหว ไม่ได้เข้าที่ประตู แต่เขาจะหาที่กระจกหรือรอยรั่ว บางครั้งการแสดงอาจฝังสคริปหรือมัลแวร์ ที่อาจจะรุนแรงกว่านั้น การที่เข้ามาแล้วเราไม่เห็นยิ่งน่ากลัวกว่าการที่เห็นเขาโพสต์

ดังนั้นต้องแสกนดูทุกหน่วยงานเป็นภาระสำคัญของเจ้าหน้าที่ที่ต้องตรวจเช็ค แบคอัพข้อมูลและทำตามขบวนการทางเทคนิค ตรวจสอบดูการแฮกเพื่อรายงานออกมาว่ามีช่องโหว่ตรงไหน แต่เท่าที่ฟังข่าวหลายๆหน่วยงาน คือแค่ระงับการเผยแพร่หรือชัตดาวน์ไปก่อนหรือลบลงใหม่ แต่ก็ยังลงระบบเดิมที่ยังโหว่เหมือนเดิม ที่เขาก็ยังเข้าช่องโหว่เหมือนเดิม เพราะถ้าเรารู้วิธีการที่เขาป้องกันเราจะป้องกันในครั้งต่อไปได้ และถ้าเราลงระบบใหม่เราก็เสียโอกาสในการเรียนรู้วิธีการของเขาที่เข้ามา

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ บอกอีกว่า ถ้าเทียบการแฮกข้อมูลในภาพยนต์กับของจริง ของจริงทำไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก แม้จะซับซ้อนกว่าในหนังมาก เพราะต้องมีหลายกระบวนการ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแรงจูงใจของแฮกเกอร์ว่าเขาต้องการอะไร ถ้าเขาอยากได้เลขบัตรประชาชนก็เข้าไปดูได้ แต่ถ้าเขาต้องการเลขบัญชี ต้องเจาะเข้าเน็ตเวิร์ควงในที่มีความเป็นส่วนตัว แต่ซอฟแวร์พวกนี้มีขายในตลาดมืดสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ “อย่าว่าแต่ดูหรือแก้ไขรหัสพนักงานเลย ถ้าจะดับไฟได้ทั้งเมือง ทำให้การจราจรโกลาหลก็ทำได้”

ส่วนการเจาะระบบของกรมบัญชีกลางทำให้เงินเดือนข้าราชการไม่ออกไดหรือไม่ นายจรรยวรรธน์ ตอบว่า ไม่ฟันธงว่าข้าราชการจะไม่ได้เงินเดือน แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีอะไรแฝงเข้ามาผิดปกติหรือไม่ ระบบมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกหรือไม่ ซึ่งการแก้ไขต้องแบคอัพ มีแผนสำรอง แต่ถ้าได้เงินก็อาจจะได้มากหรือน้อยกว่าเดิมก็ได้

“ทุกอย่างอย่าคิดว่าเป็นการขู่ กันไว้ดีกว่าแก้ เขาเตือนเรามาเป็นสิ่งที่ดี เราต้องตรวจสอบ เขาใช้เวลาไม่กี่นาทีก็มีข้าราชการหลุดออกมา 600 กว่า ที่มีเบอร์บัตรประชาชนหลุดออกมาได้ หลายคนก็บอกว่าไม่เห็นเป็นอะไรเลยไม่มีความสำคัญอะไร เพราะบัตรประชาชนมีรูปหน้า มีเลขบัตร มีกรุ๊ปเลือดด้วย”

นายจรรยวรรธน์ บอกถึง ศักยภาพของแฮกเกอร์ไทยว่า มีศักยภาพค่อนข้างสูง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากคนไทยไปแฝงเป็นแฮกเกอร์ต่างประเทศ ไปเอาชื่อ ไปเอาธงชาติต่างประเทศมาใช้ หรืออาจจะเป็นต่างชาติจริง แต่ไม่เชื่ออย่าลบหลู่หรือท้าทาย เพราะแฮกเกอร์ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่กำลังคึกคะนองยิ่งห้ามยิ่งยุ

ส่วนศักยภาพของเจ้าหน้าที่เท่าที่ร่วมงานพบว่าก็มีศักยภาพพอสมควร แต่ด้วยการโยกย้าย และระบบการเมืองทำให้บุคคลที่มีความสามารถที่ผ่านการอบรมมาได้ใบประกาศณียบัตรเขาถูกโยกไปตำแหน่งที่ไม่ใช้ศักยภาพ ปรากฏว่าคนที่ทำงานอยู่อาจจะไม่รู้ แต่คนที่รู้ก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว

“อยากจะเสนอให้รัฐบาล เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเครือข่ายพันธมิตรของตำรวจไซเบอร์ทั่วโลกไว้ เพื่อการประสานงานจะได้ไวขึ้น เคสที่ปรากฏก็อาจจะสามารถยกหุโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือกันได้ทันที”

สำหรับคำแนะนำให้ประชาชนต้องมีการป้องกันอย่างไร นายจรรยวรรธน์ แนะนำว่า ควรเปลี่ยนยูสเซอร์ พาสเวิร์ด รหัสบัตรเอทีเอ็ม สังเกต sms ที่ส่งมาหาเรา ทั้งที่บางทีเราไม่เคยสมัครบริการมาก่อน อยากให้ใส่ใจรายละเอียดพวกนี้ เพราะวันดีคืนดีเราอาจจะต้องไปแก้ต่างในศาลทั้งที่เราไม่ได้ทำผิดกฎหมายก็ได้