thansettakij
thansettakij
ก.แรงงาน ชงมาตรการด่วน แก้ปัญหาส่งออกไก่ไทยไปเยอรมนี

ก.แรงงาน ชงมาตรการด่วน แก้ปัญหาส่งออกไก่ไทยไปเยอรมนี

26 ธ.ค. 59 | 10:57 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ธ.ค. 59 | 17:57 น.
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า วันนี้ (26 ธ.ค.59) ที่ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฎหมาย (อ.กคร.) โดยมี พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานมีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในกิจการปศุสัตว์ (ไก่) เพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้กระทบต่อการส่งออกกรณีที่กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าประเทศเยอรมนีระงับการนำเข้าสินค้าไทย (ไก่) ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้จากการส่งออกถึงปีละกว่า 4 พันล้านบาท โดยศูนย์บัญชาการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (ศปคร.) ในฐานะฝ่ายเลขาฯ นำเสนอแนวทางไว้ 3 ระยะ

แนวทางการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวในกิจการปศุสัตว์ (ไก่) ที่กำหนดไว้มี 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 3 เดือน 1) ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานประสานข้อมูลกับกรมปศุสัตว์ในการจัดชุดเฉพาะกิจเข้าตรวจกลุ่มเสี่ยง 2) การจัดทำแผนประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ 3) การส่งเสริมแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP) กับสถานประกอบการซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมฯ จำนวน 13 บริษัท รวมถึงห่วงโซ่การผลิตที่เป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ จำนวน 4,102 ฟาร์มให้ครบถ้วน ซึ่งขณะนี้มีสถานประกอบการแจ้งความประสงค์เข้าร่วม GLP แล้ว จำนวน 3,617 ฟาร์ม 4) จัดทำบทบัญญัติการใช้แรงงานที่ดีพร้อมส่งเสริมให้สถานประกอบการในกิจการปศุสัตว์ทุกประเภทนำไปปฏิบัติ 5) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการปศุสัตว์เพื่อส่งออกทุกประเภทได้รับการรับรอง ระบบมาตรฐานแรงงานไทย (Thai Labour Standard :TLS) และให้กระทรวงการต่างประเทศใช้กลทางการทูตของประเทศคู่ค้าเพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าปศุสัตว์ไทย 6) หากตรวจพบฟาร์มใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน กรมปศุสัตว์จะระงับการออกหนังสือรับรองสุขอนามัย ซึ่งมีผลทำให้ฟาร์มไม่สามารถส่งออกสินค้าหรือจำหน่ายภายในประเทศได้ 7) ประสานขอข้อมูลสถานทูตไทยประจำประเทศเยอรมณี ค้นหาข้อเท็จจริงในการงดนำเข้าไก่ไทย เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการแก้ไขปัญหา

ส่วนแผนระยะกลาง 4 - 12 เดือน ประกอบด้วย 1) ส่งเสริมการนำ GLP ไปใช้ในกลุ่มสถานประกอบการที่ไม่เป็นสมาชิกสมาคมฯ รวมถึงฟาร์มที่เป็นห่วงโซ่การผลิตของกลุ่มบริษัทดังกล่าวที่เหลืออยู่กว่า 2,100 แห่ง 2) ส่งเสริมการนำบทบัญญัติการใช้แรงงานที่ดี ไปสู่การปฏิบัติในสถานประกอบการและฟาร์มปศุสัตว์ทุกประเภทควบคู่กับ GLP 3) ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานประกอบกิจการปศุสัตว์เพื่อส่งออกทุกประเภทได้รับการรับรอง TLS และให้กระทรวงการต่างประเทศใช้กลไกทางการทูตของประเทศคู่ค้า เพื่อสร้างการรับรู้และภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้าปศุสัตว์ไทย 4) คงมาตรการการบังคับใช้กฎหมายโดยการตรวจของชุดเฉพาะกิจ 5) ประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง 6) สร้างเครือข่ายในการแจ้งเบาะแสและสร้างการรับรู้ในระดับพื้นที่ 7) หากพบฟาร์มใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน จะระงับการออกหนังสือรับรองสุขอนามัย

สำหรับระยะยาว 1-2 ปี ให้คณะทำงานด้านกฎหมาย ศปคร. ศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดรับกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ยังให้สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำรวจข้อมูลกรณีสมาคมฯ ขอแก้กฎหมายใน 2 ประเด็น ทั้งการสะสมวันหยุด และมาตรา 27 เกี่ยวกับการกำหนดเวลาพัก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นั้นว่าขัดกับกฎหมายมาตรฐานสากลหรือไม่ เพื่อส่งให้คณะทำงานด้านกฎหมาย ศปคร.พิจารณา ทั้งนี้ที่ประชุม อ.กคร.เห็นชอบแนวทางดังกล่าว และมีมติให้ปรับปรุงคำสั่งโดยเพิ่มผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ เป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาแรงงานในกิจการปศุสัตว์อีกด้วย