thansettakij
thansettakij
แอปโก้ชูนโยบาย4.0โต10% ผนึกพันธมิตรลุยขายทั่วโลก

แอปโก้ชูนโยบาย4.0โต10% ผนึกพันธมิตรลุยขายทั่วโลก

26 ธ.ค. 59 | 10:00 น.
แอปโก้กางแผนธุรกิจปี 60 ชูนโยบาย 4.0 ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมสินค้า เตรียมบุกตลาดเสริมอาหาร ขยายช่องทางออนไลน์ อี-คอมเมิร์ซเพิ่ม จับมือพันธมิตรลุยตลาดโลก พร้อมเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าเกรดเอ หวังสร้างการเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

นายพิเชษฐ์ วิริยะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียนไฟย์โตซูติคอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ แอปโก้ (APCO) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และความงาม เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ว่า ได้ใช้นโยบายการขับเคลื่อนด้วยแผน APCO 4.0 เพื่อสร้างการเติบโตของบริษัท ด้วยนวัตกรรมสินค้า ที่ได้รับการวิจัยและพัฒนาจนได้รับสิทธิบัตรสำหรับสูตรการผลิตของผลิตภัณฑ์หลายรายการ ซึ่งในปีหน้าจะยังไม่มีการออกสินค้าใหม่ แต่จะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมและทำตลาดให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งออกเป็น 1.ผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพโดยการสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล (Operation BIM) จากสารสกัดจากธรรมชาติ 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ลดไขมันส่วนเกินและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณ และ 3. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเสริมความงามจากสารสกัดจากธรรมชาติ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์กระชับสัดส่วน ผลิตภัณฑ์ถนอมและบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยและจุดด่างดำ

"การใช้นโยบาย 4.0 เป็นเรื่องนวัตกรรมสินค้า แต่ไม่ใช่เรื่องการขาย เพราะมีสินค้าที่มีงานวิจัยรองรับ ที่สามารถช่วยผู้ป่วยได้ในหลายโรค โดยเฉพาะทางด้านการเสริมภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งปัจจุบันมีสินค้ากว่า 50 รายการ มีรายได้หลักมาจากกลุ่มสินค้าเสริมภูมิสัดส่วน 85% และความสวยความงามอีก 15% ในปีหน้าบริษัทจะมุ่งเน้นสินค้าเดิม แต่จะเน้นสร้างการรับรู้ สร้างแบรนด์ รวมถึงการขยายช่องทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น"

นอกเหนือการใช้สินค้านวัตกรรมในการขับเคลื่อนธุรกิจแล้ว บริษัทยังมุ่งทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ เป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาดสำหรับปีหน้าด้วย โดยล่าสุดได้ร่วมทุนกับพันธมิตร ซึ่งทำธุรกิจด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง ลงทุน 10 ล้านบาท ในสัดสัดส่วนที่เท่ากัน จัดตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อทำตลาดและจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ที่เน้นตลาดในต่างประเทศเป็นหลัก

นายพิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรอีกหนึ่งราย เพื่อร่วมทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยการจัดทำเว็บไซต์ขยายตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายกลุ่มบีบวกขึ้นไป เนื่องจากมีกำลังซื้อสูงและมีการศึกษาสูง แต่ที่ผ่านมายังซื้อสินค้าของบริษัทไม่มากนัก ทำให้ต้องเน้นการทำตลาดและสื่อสารไปยังกลุ่มดังกล่าว ให้รู้จักสินค้าของบริษัทเพิ่มมากขึ้นด้วย

ปัจจุบันบริษัทยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายหลักผ่านระบบ ไดเร็กต์ เซอร์วิส ภายใต้แบรนด์ Arthrinox, Diabenox, Garceniaเป็นต้น ที่มีผู้จัดจำหน่ายสินค้ากว่า 1,000 ราย มีสัดส่วนยอดขายกว่า 60% โดยมีสำนักงานสาขาสำหรับการบริการและจัดจำหน่ายสินค้า 5 แห่ง ที่กรุงเทพฯเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี สงขลา และชลบุรี ในปีหน้ายังไม่มีแผนขยายสำนักงานสาขาเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านระบบ เทเลมาร์เก็ตติ้ง และศูนย์บิมเฮลท์ เซ็นเตอร์ (BIM Health Center) จำนวน 2 แห่ง ซึ่งใน 2 ช่องทางดังกล่าวทำตลาดภายใต้แบรนด์ Operation BIM อาทิ Balanc BIM A BIM D BIM O และมีสัดส่วนยอดขายรวม 30% ในปีหน้ายังได้วางแผนขยายสาขาบิมเฮลท์ เซ็นเตอร์ ให้ครบ 10 แห่ง โดยใช้งบลงทุนประมาณ 2 ล้านบาทต่อสาขาด้วย ส่วนยอดขายอีก 10% มาจากช่องทางตัวแทนจำหน่าย ทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ จีน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบปี 2559 คาดว่าจะทำรายได้รวม 450 ล้านบาท และคาดว่าในปีหน้าจะยังรักษาอัตราการเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10% ส่วนผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 321.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.71% จากช่วงเดียวกนของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 86.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.11% ซึ่งประเมินว่าภาพรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยังคงรักษายอดขายไว้ได้เท่ากับปีนี้ ที่คาดว่ามีมูลค่าตลาดมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและกำลัง ซื้อในปีหน้าคาดว่าจะยังไม่ฟื้นตัวเป็นปกติ แต่มีทิศทางที่ดีขึ้นในแบบค่อยเป็นค่อยไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business