
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(20 ธ.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 19 ธันวาคม 2559
สภาวะตลาดวันที่ 19 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,133.76-1,142.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,250 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.13 น.ของวันที่ 19/12/16)
แนวโน้มวันที่ 20 ธันวาคม 2559
กรณีเรือรบของจีนได้ยึดยานสำรวจใต้น้ำ หรือ โดรน (unmanned underwater vehicle หรือ UUV) ของสหรัฐในทะเลจีนใต้ จนกระทรวงกลาโหมของสหรัฐแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์นี้อย่างเปิดเผย ขณะที่ทางการจีนตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐกำลังดำเนินกิจกรรมทางทหารในบริเวณที่จีนอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดทองคำกำลังจับตาสถานการณ์ดังกล่าวว่าจะทวีความตรึงเครียดมากขึ้นหรือไม่ หลังจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งประกาศว่าจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวในการจัดการกับจีนกรณีนโยบายเศรษฐกิจและทางทหารของจีน ได้ออกมาตำหนิการยึดโดรนแบบผิดปกติดังกล่าวด้วยการระบุข้อความในทวิตเตอร์ กล่าวหาว่าจีนขโมยโดรน เพราะหากเกิดความวิตกเพิ่มสูงขึ้นก็ช่วยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ หลังจากนายเจฟฟรี่ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีหน้า และจะเผชิญกับความท้าทายในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเขามีมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับมาตรการกระตุ้นทางการคลังบางอย่างภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้เฟดอาจจะไม่สามารถดำเนินการปรับขึ้นขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอย่างช้าๆ ตามที่ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่คาดไว้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนยังคงแบ่งทองคำออกขายทำกำไรออกมาเมื่อราคาทองคำขยับขึ้น เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำยังคงมีการเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยประเมินราคาทองคำบริเวณแนวต้านที่ 1,144-1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินบริเวณแนวรับที่ 1,122-1,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง แม้ว่าราคาทองคำพยายามดีดตัวขึ้นและพยายามทรงตัวในลักษณะของการสร้างฐานราคา แต่ยังคงเน้นไปที่การเข้าลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,122 (19,000บาท) 1,116 (18,900บาท) 1,108 (18,800บาท)
แนวต้าน 1,144 (19,400บาท) 1,152 (19,530บาท) 1,164 (19,730บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 19 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,133.76-1,142.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 150 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,250 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.13 น.ของวันที่ 19/12/16)
แนวโน้มวันที่ 20 ธันวาคม 2559
กรณีเรือรบของจีนได้ยึดยานสำรวจใต้น้ำ หรือ โดรน (unmanned underwater vehicle หรือ UUV) ของสหรัฐในทะเลจีนใต้ จนกระทรวงกลาโหมของสหรัฐแสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์นี้อย่างเปิดเผย ขณะที่ทางการจีนตั้งข้อสงสัยว่าสหรัฐกำลังดำเนินกิจกรรมทางทหารในบริเวณที่จีนอ้างสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดทองคำกำลังจับตาสถานการณ์ดังกล่าวว่าจะทวีความตรึงเครียดมากขึ้นหรือไม่ หลังจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งประกาศว่าจะดำเนินการอย่างแข็งกร้าวในการจัดการกับจีนกรณีนโยบายเศรษฐกิจและทางทหารของจีน ได้ออกมาตำหนิการยึดโดรนแบบผิดปกติดังกล่าวด้วยการระบุข้อความในทวิตเตอร์ กล่าวหาว่าจีนขโมยโดรน เพราะหากเกิดความวิตกเพิ่มสูงขึ้นก็ช่วยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและส่งผลกดดันต่อราคาทองคำ หลังจากนายเจฟฟรี่ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์กล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีหน้า และจะเผชิญกับความท้าทายในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเขามีมุมมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะได้รับมาตรการกระตุ้นทางการคลังบางอย่างภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้เฟดอาจจะไม่สามารถดำเนินการปรับขึ้นขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอย่างช้าๆ ตามที่ผู้กำหนดนโยบายส่วนใหญ่คาดไว้ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนยังคงแบ่งทองคำออกขายทำกำไรออกมาเมื่อราคาทองคำขยับขึ้น เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าราคาทองคำยังคงมีการเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยประเมินราคาทองคำบริเวณแนวต้านที่ 1,144-1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และประเมินบริเวณแนวรับที่ 1,122-1,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในทิศทางขาลง แม้ว่าราคาทองคำพยายามดีดตัวขึ้นและพยายามทรงตัวในลักษณะของการสร้างฐานราคา แต่ยังคงเน้นไปที่การเข้าลงทุนระยะสั้น ทั้งนี้สามารถเข้าซื้อบริเวณแนวรับที่ 1,122 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,116 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเมื่อราคามีการปรับตัวสูงขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,144 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจขายทำกำไรบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง แต่หากราคายืนเหนือแนวต้านได้มั่นคงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อเพื่อทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,152 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,122 (19,000บาท) 1,116 (18,900บาท) 1,108 (18,800บาท)
แนวต้าน 1,144 (19,400บาท) 1,152 (19,530บาท) 1,164 (19,730บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






