thansettakij
thansettakij
กสอ.อัดงบ80 ล้านเร่งฝีจักรผลิตนักออกแบบไทยสู้ศึกอุ

กสอ.อัดงบ80 ล้านเร่งฝีจักรผลิตนักออกแบบไทยสู้ศึกอุ

19 ธ.ค. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ธ.ค. 59 | 13:00 น.
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งเป้าไทยเป็น “มิลานแห่งเอเชีย” พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่น ผ่าน 3 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า รุกพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบ เตรียมผลักดันผ่านโครงการต่าง ๆ ด้วยงบกว่า 80 ล้านบาท อาทิ  โครงการสร้างนักออกแบบและผลิตภัณฑ์ โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์ออกแบบและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ THAILAND INDUSTRIALDESIGN CENTER โครงการ TIFA โครงการ Thai Touch Project ฯลฯ โดยเบื้องต้นต้องพัฒนาปัจจัยหลักในการยกระดับได้แก่ การออกแบบ การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และการเพิ่มแนวทางในการขยายตลาด ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าให้เกิดมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่มีมูลค่าอยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท ได้อย่างแน่นอน

ดร.พสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยยังคงมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคในระดับ ต่างๆ ยังมีความต้องการและกำลังซื้อในระดับสูง พร้อมกันนี้ยังมีแนวโน้มในการผลิตเพื่อส่งออกในต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชีย รวมถึงยังสามารถขยายเข้าสู่ยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นผลมาจากความมีเอกลักษณ์ของสินค้า รวมทั้งภาพลักษณ์ที่ดีในด้านธุร กิจและอุตสาหกรรมแฟชั่นของเมืองไทย ซึ่งถูกจัดให้อยู่ในระดับแถวหน้าของทวีป โดยในขณะนี้เป็นรองแค่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีดังกล่าว กสอ. จึงได้วางเป้าหมายให้ประเทศไทยเ ป็นศูนย์กลางทางด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นในภูมิภาคอาเซี ยนและก้าวสู่การเป็นผู้นำในระดับเอเชีย หรือเป็น “มิลานแห่งเอเชีย” ในขั้นต่อไป

สำหรับเป้าหมายหลักในการส่งเสริมเพื่อให้ตอบโจทย์ดังกล่าว ประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาใน 3 อุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และอุตสาหกรรมเครื่องหนังและรองเท้า ผ่านการพัฒนาในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาการออกแบบ การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาตราสินค้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังต้องเดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเติบโตและก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดรับความต้องการตามยุคสมัย การผสมผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อการสร้างมูลค่าให้กับสินค้า การเพิ่มแนวทางในการขยายตลาด ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการก้าวผ่านการพัฒนาดังกล่าวได้ก็จะสามารถทำให้ประ เทศไทยมีรายได้มหาศาลจากอุตสาหก รรมแฟชั่นดังที่หลายประเทศทั่ วโลกได้เม็ดเงินจากอุตสาหกรรม ดังกล่าว อาทิ ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2560 กสอ. ได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้น กว่า 70 ล้านบาท เพื่อผลักดันและพัฒนาผู้ประกอบการและนักออกแบบด้านแฟชั่นผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ โครงการสร้างนักออกแบบและผลิตภัณฑ์ โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นและไลฟ์สตล์ พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ THAILAND INDUSTRIALDESIGN CENTER รวมถึงโครงการ Thai Touch Project เป็นต้น ซึ่งเบื้องต้นได้วางเป้าหมายให้เกิดการจัดตั้งกิจการได้ไม่น้อยกว่า 125 กิจการ เกิดผู้ประกอบการมากกว่า 1,140 คน / 25 ราย สร้างเครือข่าย 1 เครือข่าย (40คน) พร้อมทั้ง สามารถพัฒนาสินค้าได้มากกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ โดยยังได้ตั้งเป้าให้เกิดมูลค่า ทางอุตสาหกรรมแฟชั่นเพิ่มขึ้นอย่ างต่อเนื่อง จากที่ในปี 2558 มูลค่าอยู่ที่ 6.4 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังเตรียมรุกแผนการประชาสัมพันธ์แบรนด์สินค้าไทยให้ เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ ซึ่งหากสามารถพัฒนาเป้าหมายที่วางไว้ได้ทุกจุด ก็จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ด้านนางสาววทันยา ศิริวรรณ นักออกแบบจากโครงการ Thai Touch Project เจ้าของผลงาน Surreal Stitch กล่าวว่า การผลักดันและส่งเสริมการเพิ่มจำ นวนนักออกแบบในอุตสาหกรรมแฟชั่ นถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเร่ งพัฒนาอย่างยิ่ง เนื่องจากอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการเติบโตในระดับโลกที่รวดเร็ว รวมทั้งสร้างมูลค่าส่งออกให้กับ ประเทศได้อย่างมหาศาล สำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นของไทยมี ความได้เปรียบ ในด้านคุณภาพสินค้าที่มีความประณีต ครอบคลุมประเภทสินค้าที่หลากหลาย รวมทั้งมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าให้แตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งข้อได้เปรียบต่าง ๆ เหล่านี้สามารถช่วยขับเคลื่อนและยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมสินค้าแฟชั่นไทยได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามในการส่งเสริมแล ะช่วยเหลือจากหน่วยงานของภาครัฐ มองว่ายังจำเป็นที่ต้องสนับสนุนทั้งในด้านแหล่งเงินทุนที่ช่วยต่อยอดแนวความคิด การสร้างพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ ได้แสดงผลงานหรือฝีมือ การจัดกิจกรรมอบรมในด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆที่ใช้ในการผลิต รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ทางสื่อ ต่าง ๆ ที่ช่วยให้เกิดการรับรู้ สร้างการจดจำและเป็นที่รู้จักใน ระดับต่าง ๆ ได้ในที่สุด