
หุ้นไทยเปิดตลาดบวก 1.40 จุด
ตลาดหุ้นเช้านี้(19 ธ.ค.59) เมื่อเวลา 09.59 น. บวก 1.40 จุด หรือ+ 0.09% ดัชนีอยู่ที่ 1,523.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 912.40 ล้านบาท
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ คาดว่ากำลังอยู่ในช่วงของการตอบรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อๆไปนั้น ถูกกลบด้วยปัจจัยบวกในเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯที่คาดว่าจะขยายตัวดี แต่ถึงกระนั้น สินทรัพย์ที่ผกผันกับทิศทางดอกเบี้ย เช่น ราคาทองคำ ราคาพันธบัตร ราคาสินค้าโภคภัฑณ์ เป็นลบจากทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ค่าเงินดอลล่าร์ที่ชะลอการแข็งค่า หลังขึ้นมาถึง 2% (Dollar Index) เป็นสัญญาณในเชิงบวก
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากการลดกังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมัน ที่ตอบรับกันมาระดับหนึ่ง การปรับครม. ที่คาดจะไม่มีผลต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจะให้ความสนใจต่อ นโยบายการค้าต่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่มากขึ้น เพราะใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ มีผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออก (ถ้าเงินบาทเปลี่ยนแปลงมาก)
ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทย เรามอง่วา นอกเหนือจากดอกเบี้ยสหรัฐฯแล้ว ปัจจัยอื่นๆส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมๆ แต่คาดปริมาณซื้อขายจะเริ่มเบาบางลงในช่วงใกล้สิ้นปี นักลงทุนส่วนใหญ่จะเข้ามาเก็งกำไรแบบรายวัน ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ มีความผันผวนในระหว่างวันค่อนข้างสูง กรอบการเคลื่อนไหวจะเป็นแบบ sideway
กลยุทธ์การลงทุน ด้วยทิศทางตลาด ที่จะเป็น sideway คือบวกลบในแต่ละวันไม่มากนัก นักลงทุนน่าจะอาศัย ปัจจัยบวกในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย และแรงซื้อของกองทุนฯ ที่คาดยังเป็นตัวพยุงตลาด โดยเข้าซื้อแบบ selective buy คือ มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเล่นตามกระแสที่เล่นกัน
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ คาดว่ากำลังอยู่ในช่วงของการตอบรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ย หรือโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อๆไปนั้น ถูกกลบด้วยปัจจัยบวกในเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯที่คาดว่าจะขยายตัวดี แต่ถึงกระนั้น สินทรัพย์ที่ผกผันกับทิศทางดอกเบี้ย เช่น ราคาทองคำ ราคาพันธบัตร ราคาสินค้าโภคภัฑณ์ เป็นลบจากทิศทางดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่ค่าเงินดอลล่าร์ที่ชะลอการแข็งค่า หลังขึ้นมาถึง 2% (Dollar Index) เป็นสัญญาณในเชิงบวก
สำหรับปัจจัยอื่นๆ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากการลดกังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมัน ที่ตอบรับกันมาระดับหนึ่ง การปรับครม. ที่คาดจะไม่มีผลต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจะให้ความสนใจต่อ นโยบายการค้าต่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่มากขึ้น เพราะใกล้ตัวเข้ามาทุกขณะ มีผลต่อหุ้นกลุ่มส่งออก (ถ้าเงินบาทเปลี่ยนแปลงมาก)
ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทย เรามอง่วา นอกเหนือจากดอกเบี้ยสหรัฐฯแล้ว ปัจจัยอื่นๆส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมๆ แต่คาดปริมาณซื้อขายจะเริ่มเบาบางลงในช่วงใกล้สิ้นปี นักลงทุนส่วนใหญ่จะเข้ามาเก็งกำไรแบบรายวัน ซึ่งจะทำให้ดัชนีฯ มีความผันผวนในระหว่างวันค่อนข้างสูง กรอบการเคลื่อนไหวจะเป็นแบบ sideway
กลยุทธ์การลงทุน ด้วยทิศทางตลาด ที่จะเป็น sideway คือบวกลบในแต่ละวันไม่มากนัก นักลงทุนน่าจะอาศัย ปัจจัยบวกในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย และแรงซื้อของกองทุนฯ ที่คาดยังเป็นตัวพยุงตลาด โดยเข้าซื้อแบบ selective buy คือ มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และเล่นตามกระแสที่เล่นกัน






