thansettakij
thansettakij
ทูตจีนเชื่อปราบทัวร์ศูนย์เหรียญไม่กระทบ แนะสองฝ่ายประสานหนุนท่องเที่ยวยั่งยืน

ทูตจีนเชื่อปราบทัวร์ศูนย์เหรียญไม่กระทบ แนะสองฝ่ายประสานหนุนท่องเที่ยวยั่งยืน

20 ธ.ค. 59 | 00:00 น.
ทูตจีนชี้นโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลไทย เป็นการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวที่มาไทยให้ดีขึ้น ทั้งช่วยลดความขัดแย้งบริษัทท่องเที่ยว ทำให้เกิดเสถียรภาพมากขึ้น ด้านแอตต้า รับผลกระทบจะเกิดขึ้นกับทัวร์กรุ๊ป แต่กลุ่มเอฟไอที ยังเพิ่มขึ้น เชื่อธุรกิจปรับตัวได้ หลังการจัดระบบสถานการณ์น่าจะดีขึ้น

นายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวในงาน Thailand-China Economic Outlook 2017 เกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทย-จีนว่า ปัจจุบันจีนเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดของไทยแล้ว โดยปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนไทยสูงถึง 8 ล้านคน คาดว่าสิ้นปีนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนน่าจะทะลุ 8 ล้านคนเพราะถึงเดือนพฤศจิกายนก็แตะระดับ 7.5 ล้านคนแล้ว

“เร็วๆนี้ รัฐบาลไทยมีนโยบายปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ แม้จะส่งผลกระทบตัวเลขนักท่องเที่ยวแต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้ลดลงอย่างหนัก เพราะเรื่องนี้เป็นการจัดระเบียบการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยให้ดีขึ้น ช่วยลดความขัดแย้งของบรรดาบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ไปควรทำงานประสานกันได้ดียิ่งขึ้น การท่องเที่ยวจะได้มีความมั่นคงยั่งยืน มีเสถียรภาพมากขึ้น”

ทูตจีนยังระบุว่าจีนมีนักท่องเที่ยวออกเดินทางไปยังต่างประเทศถึงปีละ 120 ล้านคน และก็น่าจะมาเยือนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสัมพันธ์ไทย-จีนนั้นแน่นแฟ้นเสมือนพี่น้อง จีนจะเป็นเพื่อนแท้ที่ไว้ใจได้และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับไทยตลอดไป

ด้านนายสุรวัช อัครวรมาศ อุปนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาตลอดโดยตลอดแต่มาสะดุดหลังไทยมีมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอยู่บ้าง แต่ก็เชื่อว่าเมื่อจัดระบบระเบียบได้ดีแล้ว ทุกๆอย่างก็จะดีขึ้น ทั้งนี้อยากจะให้ใช้คำว่า “ทัวร์ไม่ถูกกฎหมาย” แทนคำว่า “ทัวร์ศูนย์เหรียญ”

“เริ่มมีการจัดระเบียบที่ภูเก็ตก่อนราวเดือนสิงหาคม2559 แต่ตัวเลขก็ยังดีอยู่จนถึงเดือนกันยายนตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ยังขึ้น พอเดือนตุลาคมตัวเลขก็เริ่มตกลง เพราะหลายกลุ่มที่ทำชาร์เตอร์ไฟลต์ไม่กล้าเซ็นสัญญาต่อ โดยปกติเดือนกันยายนจะเป็นเดือนที่เซ็นสัญญาต่อชาร์เตอร์ไฟลต์กัน พอไม่กล้าเซ็นสัญญาทำให้ตัวเลขเดือนตุลาคมเห็นได้ชัดว่า ทัวร์จีนตกลงมาราว 50% ต่อเนื่องมาในเดือนพฤศจิกายนตกลง 52% (เมื่อเทียบกับพ.ย.ปี 58) แต่การที่นักท่องเที่ยวทัวร์จีนลดลงนั้นก็ไม่ใช่เพราะเหตุผลการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญอย่างเดียว มันมีสาเหตุจากเศรษฐกิจจีนเองที่เริ่มชะลอตัวลงมาตั้งแต่ปีที่แล้วด้วย”

ทั้งนี้ผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวจีนบินมาลดลงนั้น หลายบริษัทก็ขาดทุนกันไป ส่วนโรงแรมในเมืองพัทยาที่รองรับนักท่องเที่ยวจีน ก็พบว่านักท่องเที่ยวหายไปประมาณ 90% แต่กลุ่มที่ยังทำกำไรก็คือพวกบริษัทที่ขายที่นั่งบนเครื่องบิน(Seat)ให้กับบริษัททัวร์ รวมทั้งผมยังอยากแนะนำการที่สายการบินจะเปิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ควรให้การขายที่นั่งบนเที่ยวบินตามตารางบินปกติเต็มก่อน จึงจะถูกต้อง แต่ปัญหาที่ผ่านมาคือ เรามักจะทำในทางกลับกัน คือ คือเปิดชาร์เตอร์ไฟลต์ขึ้นมา โดยที่ตารางบินปกติยังไม่เต็มก็ทำให้เป็นปัญหาได้

“ผมยืนยันและเห็นด้วยกับการจัดการทัวร์ศูนย์เหรียญ มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว รัฐบาลจีนเองก็เห็นด้วยว่าถูกต้องที่ต้องมีการจัดระเบียบ ถึงแม้ว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาแบบทัวร์จะหายไปแต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวด้วยตัวเอง(เอฟไอที)กลับเพิ่มขึ้น ตอนนี้อยากจะให้เรามาช่วยกันคิดว่าจะทำยังไงให้นักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้น ทำยังไงให้เขาไปเที่ยวภาคอื่นๆ จังหวัดอื่นๆ นอกจากกรุงเทพฯบ้าง ทำอย่างไรให้เขามั่นใจในสินค้าที่เขาชื่นชอบว่าเป็นสินค้าไทยแน่ๆ ยกตัวอย่างหมอนยางพาราที่นักท่องเที่ยวจีนชอบมาก มาขนซื้อกันไปคราวละมากๆ แต่ระยะหลังร้านค้าของเรากลับมีเอาหมอนยางพาราปลอมมาขาย เป็นของที่ทำมาจากเมืองจีนก็มี ทำเลียนแบบออกมาแต่คุณภาพก็แตกต่างกัน”

ทั้งอยากจะเน้นว่าเมืองไทยเป็นประเทศที่คนจีนชื่นชอบ เขาชอบสถานที่ วิวธรรมชาติ อาหาร สินค้าและวัฒนธรรมต่างๆของเรา ผมเชื่อว่าเราน่าจะปรับตัวได้ และหลังจากที่เราจัดระบบแล้วสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มากับทัวร์ตกลงจริงในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน แต่การจัดระเบียบก็จะทำให้มีความมั่นคง ผมไม่กังวลในเชิงปริมาณ นอกจากนี้ ในระยะยาวเพื่อเป็นการรองรับทัวร์จีนและแก้ปัญหาไกด์ผิดกฎหมาย ผมอยากให้นักศึกษาไทยที่เรียนภาษาจีน มีการฝึกงานทุกปีตั้งแต่ปี 1 เพื่อให้เขาสามารถใช้ภาษาจีนในการทำงานให้ได้มากที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,219 วันที่ 18-21 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business