thansettakij
thansettakij
กรมการจัดหางานปล่อยกู้ฯผู้รับงานไปทำที่บ้าน สร้างรายได้ปีละกว่า 87 ล้านบาท

กรมการจัดหางานปล่อยกู้ฯผู้รับงานไปทำที่บ้าน สร้างรายได้ปีละกว่า 87 ล้านบาท

16 ธ.ค. 59 | 05:24 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ธ.ค. 59 | 12:24 น.
กรมการจัดหางาน ปล่อยกู้เงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้านแล้วกว่า  25  ล้านบาท  ช่วยสร้างรายได้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านมากกว่าปีละ  87  ล้านบาท  ซึ่งในปี 2560 ตั้งเป้าปล่อยกู้  จำนวน  50  กลุ่ม

นายวิวัฒน์  จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน     เปิดเผยว่า กรมการจัดหางานได้รับงบประมาณเงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน  ในลักษณะทุนหมุนเวียน  เพื่อให้กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านกู้ยืมไปซื้อวัตถุดิบ อุปกรณ์การผลิตหรือขยายการผลิต  เพื่อสร้างอาชีพ  สร้างรายได้และโอกาสมีงานทำแก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านได้มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวอย่างยั่งยืน ซึ่งตั้งแต่ปี  2548 จนถึงปัจจุบัน มีการปล่อยกู้แล้ว  จำนวน  291  กลุ่ม  เป็นเงิน  25,881,000  บาท  ก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านไม่ต่ำกว่าปีละ 87,300,000  บาท  สำหรับในปีงบประมาณ  2560  มีแผนการปล่อยกู้เงินกองทุนฯ จำนวน 5  ล้านบาท  ให้แก่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน  50  กลุ่ม  ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้แก่ผู้รับงานไปทำที่บ้านเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า  15  ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงแรงงานและรัฐบาลในการสนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชน

คุณสมบัติของผู้กู้ จะต้องเป็นกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่จดทะเบียนไว้กับกรมการจัดหางาน  มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 5  คน  มีการบริหารจัดการที่ชัดเจน ทำงานร่วมกันมาแล้วไม่น้อยว่า  3  เดือน              มีทรัพย์สินหรือทุนรวมกันไม่น้อยกว่า  10,000  บาท  และมีสถานประกอบการที่ชัดเจน สามารถติดต่อได้  ซึ่งจะให้กู้สูงสุดรายละไม่เกิน  200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ปลอดเงินต้น  4  เดือน  ชำระคืนภายใน  5  ปี  โดยสามารถยื่นคำขอกู้ได้ที่  สำนักงานจัดหางานจังหวัด  สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่  ในท้องที่ที่กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านได้จดทะเบียนจัดตั้งกลุ่ม  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมการมีงานทำ  กรมการจัดหางาน  โทร. 02 2451317  หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 สำหรับผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับการรับส่งงานหรือไม่ได้รับค่าจ้างตามที่ตกลงขอรับคำปรึกษาหรือร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในท้องที่ หรือสายด่วน 1546