
หุ้นไทยเปิดตลาดบวก 4.66 จุด จับตาค่าเงินดอลลาร์
ตลาดหุ้นเช้านี้(16 ธ.ค.59) เมื่อเวลา 10.01 น. บวก 4.66 จุด หรือ +031% ดัชนีอยู่ที่ 1,524.31 จุด มูลค่าซื้อขาย 1,868.60 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (16 ธ.ค.) แนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ที่คาดว่าจะปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้มีการปรับพอร์ตเพื่อรับแนวโน้มดอกเบี้ยขึ้น แต่ตัวแปรที่สำคัญที่สุดของช่วงนี้ เป็นค่าเงินดอลลาร์ ที่ได้ทั้งเรื่องดอกเบี้ยขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจ ที่ออกมาดี คือ เงินเฟ้อ เพิ่ม 0.2% MoM และตัวเลขเคลมว่างงานที่ลดลง 4,000 ตำแหน่ง เพิ่มความน่าสนใจให้กับค่าเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ เราคิดว่าดอลลาร์ กำลังจะกลับมาทวงความเป็น Safe Haven Currency หลังสูญเสียให้กับเงินเยน มาในปีที่แล้ว และดอลลาร์เองได้อานิสงส์จากนโยบายของว่าที่ประธานนาธิบดีสหรัฐฯ ที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเข้าคุยกับผู้นำธุรกิจ Technology ของนายทรัมป์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา น่าจะถูกมองในเชิงบวกต่อภาคธุรกิจมากกว่า
ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศที่ลงทุนในตลาดหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยงลดพอร์ตลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เราอาจเห็นแรงขายหุ้นในบางประเทศ ทั้งนี้เรามองว่าการขายของนักลงทุนต่างประเทศ จะไม่ขายแบบรุนแรงในทุกประเทศ เนื่องจากบางประเทศ มีความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ และตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูง อย่างเช่นของไทย ที่ดุลบัญชีเดินสะพัด เป็นบวก 3 ปีติดต่อกันแล้ว (งวด 10 เดือนแรก +3.8 หมื่นล้านเหรียญ หรือ +52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (16 ธ.ค.) แนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ที่คาดว่าจะปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้มีการปรับพอร์ตเพื่อรับแนวโน้มดอกเบี้ยขึ้น แต่ตัวแปรที่สำคัญที่สุดของช่วงนี้ เป็นค่าเงินดอลลาร์ ที่ได้ทั้งเรื่องดอกเบี้ยขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจ ที่ออกมาดี คือ เงินเฟ้อ เพิ่ม 0.2% MoM และตัวเลขเคลมว่างงานที่ลดลง 4,000 ตำแหน่ง เพิ่มความน่าสนใจให้กับค่าเงินดอลลาร์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ เราคิดว่าดอลลาร์ กำลังจะกลับมาทวงความเป็น Safe Haven Currency หลังสูญเสียให้กับเงินเยน มาในปีที่แล้ว และดอลลาร์เองได้อานิสงส์จากนโยบายของว่าที่ประธานนาธิบดีสหรัฐฯ ที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเข้าคุยกับผู้นำธุรกิจ Technology ของนายทรัมป์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา น่าจะถูกมองในเชิงบวกต่อภาคธุรกิจมากกว่า
ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศที่ลงทุนในตลาดหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยงลดพอร์ตลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เราอาจเห็นแรงขายหุ้นในบางประเทศ ทั้งนี้เรามองว่าการขายของนักลงทุนต่างประเทศ จะไม่ขายแบบรุนแรงในทุกประเทศ เนื่องจากบางประเทศ มีความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ และตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูง อย่างเช่นของไทย ที่ดุลบัญชีเดินสะพัด เป็นบวก 3 ปีติดต่อกันแล้ว (งวด 10 เดือนแรก +3.8 หมื่นล้านเหรียญ หรือ +52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)






