thansettakij
thansettakij
TRT โกยยอด 9 เดือน 1,846 ล้าน

TRT โกยยอด 9 เดือน 1,846 ล้าน

14 ธ.ค. 59 | 06:03 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ธ.ค. 59 | 13:03 น.
ถิรไทย หรือ TRT กวาดรายได้ยอด 9 เดือน 1,846.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 337.17 ล้านบาท หรือ 22.34 % จากปัจจัยหลักมาจากยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าภาคเอกชนในประเทศปรับตัวสูงขึ้น 36% รวมถึง การรับรู้รายได้จากงาน O&M โดยกำไรขั้นต้นใน 9 เดือนแรกปรับตัวสูงขึ้น 26% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวกำไรขั้นต้นของกลุ่ม Transformer และ Non-Transformer เพิ่มขึ้น 22% และ 37% ตามลำดับ โดยการบริหารจัดการ ทั้งควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารให้อยู่ในงบประมาณ จากขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน มามีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท

นายสัมพันธ์ วงษ์ปาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TRT ผู้นำตลาดหม้อแปลงไฟฟ้า และอุตสาหกรรมด้านเกี่ยวกับพลังงาน เพื่อผลิตสินค้าตามคําสั่งซื้อของลูกค้า (made to order) เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เปิดเผยถึงผลประกอบการรายได้ รวมสำหรับงวด 9 เดือนปี 59 ว่า บริษัทมีรายได้เท่ากับ 1,846.18 ล้านบาท เพิ่มมขึ้น 337.17 ล้านบาท หรือ 22.34 % เนื่องจาก บริษัทฯ และบริษัทย่อยสามารถส่งมอบสินค้าและบริการได้ตามกําหนด

และบริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นเท่ากับ 22.55 % จากปีก่อน 9.96 % เนื่องจากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนได้ตามประมาณการ และมีค่าใช้จ่ายในการขายเท่ากับ 113.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.97 ล้านบาท หรือ 35.84 % เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพิ่มขึ้น และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 312.95 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 44.88 ล้านบาท หรือ 16.74 % มาจากบริษัทย่อยรับรู้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจากการให้บริการเต็มจํานวน

รายได้รวมที่ปรับตัวสูงขึ้น 22% เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้าในประเทศ ส่วนใหญ่เป็นของภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้น 36% รวมถึง การรับรู้รายได้จากงาน O&M (Operation and Maintenance) และมีกำไรขั้นต้นใน 9 เดือนแรก ปี 59 ปรับตัวสูงขึ้นจาก 15% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 26% ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวของกำไรขั้นต้นใน 9 เดือน ปี 59 ของกลุ่ม Transformer และ Non-Transformer ซึ่งปรับตัวจาก 17% และ 8% ตามลำดับ ในช่วงเดียวกันของปีก่อนมาเป็น 22% และ 37% ตามลำดับ

นายสัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายขาย และบริหารให้อยู่ในงบประมาณ ทำให้มีกำไรสุทธิใน 9 เดือนแรก 59 ปรับตัวจากขาดทุนสุทธิ (115) ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มามีกำไรสุทธิ 24 ล้านบาท

ปัจจุบัน กลุ่ม TRT มีมูลค่างานคงเหลือที่ยังไม่ได้ ส่งมอบ (Backlog) ณ. 30/9/2559 จำนวน 2,221 ล้านบาท โดยแบ่งแบ่งเป็นการส่ งมอบภายในปี 2559,2560 และ 2561 จำนวน 829, 1,006 และ 386 ล้านบาท ตามลำดับ รวมถึง ยังมีงานรอประมูลและอยู่ระหว่ างการเสนอราคา จำนวนทั้งสิ้น 8,592 ล้านบาท โดยกลุ่ม TRTมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20-25%

สำหรับทิศทางของบริษัทฯ (Business Plan) นายสัมพันธ์ กล่าวต่อไปว่า ในกลุ่ม TRT มีแผนที่จะเพิ่มยอดขายให้ถึง 5,000 ล้านบาท ในปี 2561 ด้วยกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิ ภาพของ กลุ่มงาน Steel Fabrication และงาน EPC ด้วยการเตรียมแผนเพื่อเข้ารั บการรับรองมาตรฐานขั้นสูงต่างๆ (ตัวอย่างเช่น UL Stamp) ทั้งด้านศักยภาพการผลิต และบุคลากร เพื่อเพิ่ม Value Added ที่จะสามารถทำให้ ยอดขายของงานกลุ่มงานนีhสามารถเ ติบโตจาก 486 ล้านบาทในปี 2558 เป็น 1,000 ล้านบาท ในปี 2561

นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ขยายฐานตลาดส่งออกหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งจะเน้นตลาดในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ AEC ที่ต้องการวิศวกรรมการออกแบบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มยอดส่งออกจาก 650 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 880 ล้านบาท ในปี 2561 หรือมีอัตราเติบโตคิดเป็น 35%

สำหรับกลยุทธ์การเพิ่มกำลังการผลิตของโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจากแผน PDP 2015 ซึ่งประมาณการงบลงทุนในโครงการระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต สำหรับปี 2559-2563 ต้องการหม้อแปลงไฟฟ้าอยู่ที่ ประมาณ 10,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านบาท ซี่ง TRT มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที 25%-30%

นายสัมพันธ์ กล่าวว่า TRT จะเริ่มเดินสายการผลิตของโรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ ในไตรมาส 4/59 นี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย และ ส่งเสริมกำลังการผลิตของหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย เพิ่มจาก 1,000 MAV เป็น 1,500 MVA และเพิ่มกำลังการผลิตหม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง จาก 4,000 MVA เป็น 7,500 MVA รวมเป็น 9,000 MVA ซึ่งจะสามารถรองรับการเติบโตธุรกิจของ TRT ไปอีก 5-7 ปี อีกด้วย