
ตลาดเสริมอาหาร2.5หมื่นล.ระอุ ‘แอมเซล’แตกไลน์เพิ่มสินค้าสูงวัย-ลุยผ่านออนไลน์
แอมเซล เตรียมบุกตลาดสินค้าเสริมอาหารปี 60 วางงบ 25% ของยอดขายทุ่มทำตลาด หลังใช้งบประมาณ 30 ล้าน ปรับโครงสร้างการบริหารงาน โลจิสติกส์ และระบบการผลิต หวังสร้างยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 30% เล็งออกสินค้าแบรนด์ใหม่ทำตลาดช่องทางอี-คอมเมิร์ซ จับกลุ่มวัยรุ่น
นายสิปปกร ถาวรวันชัย ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แอม เซล นิวทราซูติคัล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์แอม เซล (AMSEL) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้เตรียมรุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2560 โดยได้วางแผนใช้งบประมาณการตลาดสัดส่วน 25% ของยอดขาย เพื่อทำตลาดและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากในปีนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณ30 ล้านบาท ในการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายใน ระบบโลจิสติกส์ รวมถึงระบบการผลิต
"ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ใช้งบประมาณในการทำตลาด เนื่องจากมุ่งการปรับระบบภายในองค์กรเป็นหลัก ซึ่งถือว่าปัจจุบันระบบงานมีความพร้อมที่จะรุกตลาดได้ในอนาคต รวมถึงกำลังการผลิตที่สามารถรองรับยอดขายและการเติบโตได้ถึง 5 ปี จากการลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหากผลิตเต็มกำลังการผลิตสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 100 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 50% หรือประมาณ 1.5 แสนชิ้นต่อปี"
สำหรับปี 2560 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตไว้ประมาณ 30% จากปีนี้ที่คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้ประมาณ 23% หลังจากได้เริ่มกลับมาทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงไตรมาสสุดท้ายขอปีนี้ ขณะที่แนวทางสร้างการเติบโตในปีหน้า ได้เตรียมทำตลาดสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านบุคลากรทางการแพทย์ และทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์
บริษัทยังวางแผนเพิ่มรายการสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอีก 4-6 รายการ โดยเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารที่ให้ผลชัดเจน ซึ่งสินค้าจะมีทั้งชนิดใหม่ สินค้าปรับปรุงสูตร และสินค้าทดแทนสูตรเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 22 รายการ ซึ่งสินค้าของแบรนด์แอมเซลจะมีระดับราคาตั้งแต่ 190-890 บาท จัดจำหน่ายผ่านช่องทางร้านสุขภาพและความงาม อาทิ ซูรุฮะ วัตสัน และร้านขายยาที่เป็นเชนสโตร์ อาทิ ฟาซิโน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผ่านช่องทางร้านขายสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไปด้วย
"สินค้าใหม่ที่บริษัทเตรียมวางแผนออกมาทำตลาด จะจับกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีสาระสำคัญที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายเป็นวัตถุดิบมาจากประเทศญี่ปุ่น สัดส่วนมากถึง 80% นอกจากสินค้าใหม่แล้ว ในปีหน้าบริษัทวางแผนออกสินค้าแบรนด์ใหม่ ที่เป็นกลุ่มสินค้าบิวตี้และสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อจับตลาดวัยรุ่นและคนที่ออกกำลังกาย ซึ่งคาดว่าจะมีสินค้าออกมาทำตลาด 6 รายการขายในระดับราคา 500-1,900 บาท"
นอกจากนี้ สินค้าแบรนด์ใหม่บริษัทจะเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้เตรียมทำตลาดในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสและศักยภาพการเติบโตสูง คาดว่าบริษัทจะมียอดขายในช่องทางดังกล่าวสัดส่วน 30% ขณะเดียวกันยังวางแผนรับจ้างผลิตสินค้าให้กับกลุ่มผู้ที่ต้องการมีแบรนด์เป็นของตนเอง ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย
ส่วนภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เฉลาพะที่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์น ซึ่งมีอัตราการเติบโตประมาณ3% โดยเป็นสินค้ากลุ่มความงามในสัดส่วน 60% และสินค้าสุขภาพสัดส่วน 40% มีจำนวนผู้ประกอบการแบรนด์ต่างๆ รวมกว่า 1,000 ราย ส่วนแนวโน้มในปี 2560 คาดว่าตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว ซึ่งภาวะการแข่งขันยังคงมีอยู่สูง แต่ตลาดมีโอกาสสร้างการเติบโตได้มากขึ้น จากกลุ่มคนไทยที่มีอายุสูงขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559
นายสิปปกร ถาวรวันชัย ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แอม เซล นิวทราซูติคัล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์แอม เซล (AMSEL) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ได้เตรียมรุกตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างจริงจังอีกครั้งในปี 2560 โดยได้วางแผนใช้งบประมาณการตลาดสัดส่วน 25% ของยอดขาย เพื่อทำตลาดและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและสร้างยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากในปีนี้บริษัทได้ใช้งบประมาณ30 ล้านบาท ในการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายใน ระบบโลจิสติกส์ รวมถึงระบบการผลิต
"ที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ใช้งบประมาณในการทำตลาด เนื่องจากมุ่งการปรับระบบภายในองค์กรเป็นหลัก ซึ่งถือว่าปัจจุบันระบบงานมีความพร้อมที่จะรุกตลาดได้ในอนาคต รวมถึงกำลังการผลิตที่สามารถรองรับยอดขายและการเติบโตได้ถึง 5 ปี จากการลงทุนไปกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งหากผลิตเต็มกำลังการผลิตสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 100 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ประมาณ 50% หรือประมาณ 1.5 แสนชิ้นต่อปี"
สำหรับปี 2560 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตไว้ประมาณ 30% จากปีนี้ที่คาดว่าจะสร้างการเติบโตได้ประมาณ 23% หลังจากได้เริ่มกลับมาทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงไตรมาสสุดท้ายขอปีนี้ ขณะที่แนวทางสร้างการเติบโตในปีหน้า ได้เตรียมทำตลาดสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น และสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ผ่านบุคลากรทางการแพทย์ และทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์
บริษัทยังวางแผนเพิ่มรายการสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอีก 4-6 รายการ โดยเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารที่ให้ผลชัดเจน ซึ่งสินค้าจะมีทั้งชนิดใหม่ สินค้าปรับปรุงสูตร และสินค้าทดแทนสูตรเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน 22 รายการ ซึ่งสินค้าของแบรนด์แอมเซลจะมีระดับราคาตั้งแต่ 190-890 บาท จัดจำหน่ายผ่านช่องทางร้านสุขภาพและความงาม อาทิ ซูรุฮะ วัตสัน และร้านขายยาที่เป็นเชนสโตร์ อาทิ ฟาซิโน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผ่านช่องทางร้านขายสินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไปด้วย
"สินค้าใหม่ที่บริษัทเตรียมวางแผนออกมาทำตลาด จะจับกลุ่มเป้าหมายคนรักสุขภาพ และกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น โดยจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีสาระสำคัญที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้ ปัจจุบันสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายเป็นวัตถุดิบมาจากประเทศญี่ปุ่น สัดส่วนมากถึง 80% นอกจากสินค้าใหม่แล้ว ในปีหน้าบริษัทวางแผนออกสินค้าแบรนด์ใหม่ ที่เป็นกลุ่มสินค้าบิวตี้และสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อจับตลาดวัยรุ่นและคนที่ออกกำลังกาย ซึ่งคาดว่าจะมีสินค้าออกมาทำตลาด 6 รายการขายในระดับราคา 500-1,900 บาท"
นอกจากนี้ สินค้าแบรนด์ใหม่บริษัทจะเน้นการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยได้เตรียมทำตลาดในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีโอกาสและศักยภาพการเติบโตสูง คาดว่าบริษัทจะมียอดขายในช่องทางดังกล่าวสัดส่วน 30% ขณะเดียวกันยังวางแผนรับจ้างผลิตสินค้าให้กับกลุ่มผู้ที่ต้องการมีแบรนด์เป็นของตนเอง ซึ่งจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อีกด้วย
ส่วนภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท เฉลาพะที่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์น ซึ่งมีอัตราการเติบโตประมาณ3% โดยเป็นสินค้ากลุ่มความงามในสัดส่วน 60% และสินค้าสุขภาพสัดส่วน 40% มีจำนวนผู้ประกอบการแบรนด์ต่างๆ รวมกว่า 1,000 ราย ส่วนแนวโน้มในปี 2560 คาดว่าตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว ซึ่งภาวะการแข่งขันยังคงมีอยู่สูง แต่ตลาดมีโอกาสสร้างการเติบโตได้มากขึ้น จากกลุ่มคนไทยที่มีอายุสูงขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,218 วันที่ 15-17 ธันวาคม 2559






