
หุ้นไทย ปิดภาคเช้าร่วง 2.28 จุด
ดัชนีหุ้นไทย ซื้อขายภาคเช้าวันที่ 13 ธันวาคม 2559 อ่อนตัวเล็กน้อย ดัชนี SET ปิดที่ 1,524.04 จุด ลดลง 2.28 จุด มูลค่าซื้อขาย 22,515.05 ล้านบาท
หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
PTT มูลค่าซื้อขาย 1,585.23 ล้านบาท ราคาปิดที่ 371.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
PTTEP มูลค่าซื้อขาย 1,059.78 ล้านบาท ราคาปิดที่ 92.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
BANPU มูลค่าซื้อขาย 917.92. ล้านบาท ราคาปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท
KBANK มูลค่าซื้อขาย 641.70 ล้านบาท ราคาปิดที่ 172.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
INTUCH มูลค่าซื้อขาย 622.18 ล้านบาท ราคาปิดที่ 50.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
นายวรุตม์ ศิวิศริยานนท์ กรรมการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย เวลท์ คาดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด ) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน ที่ตลาดให้ความสนใจต่อถ้อยแถลงของ Fed ที่จะบ่งชี้ช้ดเจนแค่ไหนเพียงไรว่าในปี 2017 ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกกี่ครั้ง
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลความสัมพันธ์สหรัฐ ฯ และจีน คือ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งกล่าวตอบโต้จีนที่ประท้วงกรณีที่ทรัมป์พูดคุยอย่างเป็นทางการกับผู้นำไต้หวัน โดยกล่าวว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้องยึดถือนโยบาย “จีนเดียว” ที่ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกต่อไป ซึ่งคำพูดดังกล่าวอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ของจีนกับสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพ ความเสถียรภาพ และเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ตลอดจน ของโลก ฉุดตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง ปรับตัวลงอย่างแรงส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากเรื่องดังกล่าว
หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
PTT มูลค่าซื้อขาย 1,585.23 ล้านบาท ราคาปิดที่ 371.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
PTTEP มูลค่าซื้อขาย 1,059.78 ล้านบาท ราคาปิดที่ 92.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
BANPU มูลค่าซื้อขาย 917.92. ล้านบาท ราคาปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท
KBANK มูลค่าซื้อขาย 641.70 ล้านบาท ราคาปิดที่ 172.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
INTUCH มูลค่าซื้อขาย 622.18 ล้านบาท ราคาปิดที่ 50.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
นายวรุตม์ ศิวิศริยานนท์ กรรมการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย เวลท์ คาดธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด ) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแน่นอน ที่ตลาดให้ความสนใจต่อถ้อยแถลงของ Fed ที่จะบ่งชี้ช้ดเจนแค่ไหนเพียงไรว่าในปี 2017 ว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกกี่ครั้ง
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลความสัมพันธ์สหรัฐ ฯ และจีน คือ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งกล่าวตอบโต้จีนที่ประท้วงกรณีที่ทรัมป์พูดคุยอย่างเป็นทางการกับผู้นำไต้หวัน โดยกล่าวว่า สหรัฐไม่จำเป็นต้องยึดถือนโยบาย “จีนเดียว” ที่ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกต่อไป ซึ่งคำพูดดังกล่าวอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ของจีนกับสหรัฐฯ และอาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพ ความเสถียรภาพ และเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ตลอดจน ของโลก ฉุดตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง ปรับตัวลงอย่างแรงส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากเรื่องดังกล่าว






