
ก.ท่องเที่ยวฯจับมือกรมภาษีเน้นสร้างธรรมาภิบาลยกระดับคุณภาพท่องเที่ยว
ก.ท่องเที่ยวฯ จับมือกรมภาษี เน้นสร้างธรรมาภิบาลเอกชนขานรับ ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวไทย
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ เป็นเจ้าภาพ 3 ฝ่ายระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กรมสรรพากร และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "การเสียภาษีอย่างไรให้ ถูกต้องสำหรับธุรกิจนำเที่ยว" ในวันที่ 15 ธ.ค. 2559 ณ โรงแรมแม่น้ำรามาดาพลาซ่า กรุงเทพฯ โดยมี รองนายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ เป็นประธาน โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นความคิดริเริ่มของกระทรวงการท่องเที่ยว และ ภาคธุรกิจนำเที่ยว ที่ต้องการสร้างธรรมาภิบาล (corporate governance) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เป็นการท่องเที่ยวคุณภาพ
เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลโดย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ดำเนินการปราบปรามธุรกิจนำเที่ยวผิดกฏหมาย และจัดระเบียบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งได้ดำเนินมาตรการรองรับหลายประการ อาทิ การกำหนดราคาขั้นต่ำของแพกเกจทัวร์, การกำกับดูแลธุรกิจนำเที่ยวอย่างเข้มงวด ฯ ซึ่งการดำเนินการขั้นต่อไป จะต้องมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งต้องทำควบคู่กันไปหลายมาตรการ อาทิ การจัดทำมาตรฐานการให้บริการการท่องเที่ยว , การจัดทำจรรยาบรรณของธุรกิจ, การสนับสนุนทางการเงินและสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ ฯ
"ผมมีประสบการณ์ที่กระทรวงการคลังมาก่อน จึงคิดว่ามิติใหม่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก และจะสร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในวงการท่องเที่ยวไทยในยุคนี้คือ การอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจนำเที่ยวเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง"
ปลัดฯท่องเที่ยว กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กว่า 500 ราย ได้รับฟังแนวทางการปฏิบัติทางภาษีอากรที่ถูกต้องจากอธิบดีกรมสรรพากรโดยตรง
"นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการจะประกาศตนเป็นผู้เสียภาษีที่ดี อันจะเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการประกอบธุรกิจโดยเน้นหลักธรรมาภิบาล ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมแรกที่ดำเนินการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ"
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยถือเป็นภาคเศรษฐกิจหลักภาคหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศราว 2.4 ล้านล้านบาทต่อปี มีสัดส่วนในเชิงมูลค่าเพิ่มร้อยละ16.5 ของ GDP. และจ้างงานประมาณ 4.5 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 10 ของกำลังแรงงานของประเทศ เชื่อมั่นว่าการริเริ่มของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ภาคธุรกิจอื่น ที่จะร่วมกันยกระดับธรรมาภิบาลและเป็นผู้เสียภาษีที่ดี
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงท่องเที่ยวฯ เป็นเจ้าภาพ 3 ฝ่ายระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กรมสรรพากร และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "การเสียภาษีอย่างไรให้ ถูกต้องสำหรับธุรกิจนำเที่ยว" ในวันที่ 15 ธ.ค. 2559 ณ โรงแรมแม่น้ำรามาดาพลาซ่า กรุงเทพฯ โดยมี รองนายกฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ เป็นประธาน โดยการจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นความคิดริเริ่มของกระทรวงการท่องเที่ยว และ ภาคธุรกิจนำเที่ยว ที่ต้องการสร้างธรรมาภิบาล (corporate governance) เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทยให้เป็นการท่องเที่ยวคุณภาพ
เนื่องจากช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลโดย กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ดำเนินการปราบปรามธุรกิจนำเที่ยวผิดกฏหมาย และจัดระเบียบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งได้ดำเนินมาตรการรองรับหลายประการ อาทิ การกำหนดราคาขั้นต่ำของแพกเกจทัวร์, การกำกับดูแลธุรกิจนำเที่ยวอย่างเข้มงวด ฯ ซึ่งการดำเนินการขั้นต่อไป จะต้องมุ่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ซึ่งต้องทำควบคู่กันไปหลายมาตรการ อาทิ การจัดทำมาตรฐานการให้บริการการท่องเที่ยว , การจัดทำจรรยาบรรณของธุรกิจ, การสนับสนุนทางการเงินและสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ ฯ
"ผมมีประสบการณ์ที่กระทรวงการคลังมาก่อน จึงคิดว่ามิติใหม่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก และจะสร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในวงการท่องเที่ยวไทยในยุคนี้คือ การอำนวยความสะดวกให้ธุรกิจนำเที่ยวเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง"
ปลัดฯท่องเที่ยว กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ธุรกิจนำเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กว่า 500 ราย ได้รับฟังแนวทางการปฏิบัติทางภาษีอากรที่ถูกต้องจากอธิบดีกรมสรรพากรโดยตรง
"นับเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการจะประกาศตนเป็นผู้เสียภาษีที่ดี อันจะเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการประกอบธุรกิจโดยเน้นหลักธรรมาภิบาล ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมแรกที่ดำเนินการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ"
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยถือเป็นภาคเศรษฐกิจหลักภาคหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ประเทศราว 2.4 ล้านล้านบาทต่อปี มีสัดส่วนในเชิงมูลค่าเพิ่มร้อยละ16.5 ของ GDP. และจ้างงานประมาณ 4.5 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 10 ของกำลังแรงงานของประเทศ เชื่อมั่นว่าการริเริ่มของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ภาคธุรกิจอื่น ที่จะร่วมกันยกระดับธรรมาภิบาลและเป็นผู้เสียภาษีที่ดี






