
แนวโน้มราคาทองคำวันอังคารนี้(13 ธ.ค.59)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 9 ธันวาคม 2559
สภาวะตลาดวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,164.90-1,170.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,800 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,850 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.10 น.ของวันที่ 09/12/16)
แนวโน้มวันที่ 13 ธันวาคม 2559
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตัดสินใจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์ประจำเดือนลงสู่ 6.0 หมื่นล้านยูโร ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า จากระดับ 8.0 หมื่นล้านยูโรในขณะนี้ แต่อีซีบียังเลือกที่จะขยายระยะเวลาของโครงการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนธันวาคมปีหน้าจากเดือนมีนาคมด้วย ร่วมทั้งสงวนสิทธิที่จะเพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์ ถ้าหากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลง การต่ออายุโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 9 เดือนซึ่งนานกว่าที่ตลาดคาดไว้ได้กดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงตามสกุลเงินยูโรที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง เมื่อทางการจีนเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน แสดงถึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนที่กำลังมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 3.3%มากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นสู่ 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2559 ทั้งนี้ นักลงทุนได้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติม เมื่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจจะอยู่ใกล้จุดที่ควรปรับขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ควรเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป เพราะว่าการเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้าจะส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจังหวะเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในช่วงต่อมา สำหรับมุมมองต่อราคาทองคำนั้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,181-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,181-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,157 (19,500บาท) 1,142 (19,240บาท) 1,135 (19,120บาท)
แนวต้าน 1,189 (20,040บาท) 1,198 (20,200บาท) 1,214 (20,460บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ
สภาวะตลาดวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,164.90-1,170.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 19,800 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 19,850 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.10 น.ของวันที่ 09/12/16)
แนวโน้มวันที่ 13 ธันวาคม 2559
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตัดสินใจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์ประจำเดือนลงสู่ 6.0 หมื่นล้านยูโร ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า จากระดับ 8.0 หมื่นล้านยูโรในขณะนี้ แต่อีซีบียังเลือกที่จะขยายระยะเวลาของโครงการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนธันวาคมปีหน้าจากเดือนมีนาคมด้วย ร่วมทั้งสงวนสิทธิที่จะเพิ่มวงเงินซื้อสินทรัพย์ ถ้าหากแนวโน้มเศรษฐกิจย่ำแย่ลง การต่ออายุโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 9 เดือนซึ่งนานกว่าที่ตลาดคาดไว้ได้กดดันราคาทองคำให้อ่อนตัวลงตามสกุลเงินยูโรที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลง เมื่อทางการจีนเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน แสดงถึงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจจีนที่กำลังมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนเพิ่มขึ้น 3.3%มากที่สุดในรอบกว่า 5 ปี ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นสู่ 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2559 ทั้งนี้ นักลงทุนได้เพิ่มความระมัดระวังในการเข้าซื้อทองคำเพิ่มเติม เมื่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอาจจะอยู่ใกล้จุดที่ควรปรับขึ้น โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ควรเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป เพราะว่าการเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเชื่องช้าจะส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจังหวะเวลาที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในช่วงต่อมา สำหรับมุมมองต่อราคาทองคำนั้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,181-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าซื้อเก็งกำไร
กลยุทธ์การลงทุน สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือ แนะนำให้ลงทุนระยะสั้นโดยรอซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณแนวรับที่ 1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยราคาทองคำมีลักษณะการแกว่งตัวในระยะสั้นเพื่อสะสมกำลัง โดยมีการทรงตัวรักษาระดับไว้ น่าจะพอทำให้ในระยะสั้นนี้ราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ โดยหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างแข็งแกร่ง นักลงทุนยังต้องระมัดระวังแรงขายทางเทคนิคและนักลงทุนควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณแนวรับ เพื่อลดความเสียหายของพอร์ทการลงทุน ในขณะที่นักลงทุนที่มีทองคำในมือ ให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวหรือไม่ผ่านบริเวณแนวต้าน 1,181-1,189 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แล้วรอไปซื้อคืนบริเวณแนวรับสำคัญ
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,157 (19,500บาท) 1,142 (19,240บาท) 1,135 (19,120บาท)
แนวต้าน 1,189 (20,040บาท) 1,198 (20,200บาท) 1,214 (20,460บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
กราฟราคาทองคำ






