thansettakij
thansettakij
สธ.ให้สาธารณสุขจว.จัดบริการในพื้นที่น้ำท่วมที่เข้าถึงยาก

สธ.ให้สาธารณสุขจว.จัดบริการในพื้นที่น้ำท่วมที่เข้าถึงยาก

09 ธ.ค. 59 | 08:24 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ธ.ค. 59 | 15:24 น.
วันนี้(9 ธันวาคม 2559)ที่ จ.นครศรีธรรมราช ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และคณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมให้กำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมติดตามการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบน้ำท่วม ที่ โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ รพ.สต.เขาพังไกร รพ.สต.มาบยอด อ.หัวไทร มอบยาชุดช่วยน้ำท่วม 77,000 ชุด ยาทาน้ำกัดเท้า 2,400 หลอด เวชภัณฑ์ที่จำเป็น  และให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เสียสละทำงานดูแลช่วยเหลือประชาชนในภาวะยากลำบาก ขอชื่นชมการบูรณาการของหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อย่างดีที่สุด ทั้งนี้ได้กำชับให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด/ผู้อำนวยการโรงพยาบาล วางแผนการจัดบริการในพื้นที่น้ำท่วมให้ครอบคลุม ในพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงบริการลำบาก ให้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ เน้นดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขและหน่วยงานในท้องถิ่น

สำหรับในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช มีหน่วยบริการในสังกัดที่ประสบภัยน้ำท่วมได้รับความเสียหาย 21 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) เสียหายเล็กน้อย อาทิ หลังคารั่ว ประตู เตียง ตู้เสียหาย ทั้งนี้ ได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการประชาชน 53 ทีมให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ ในบางพื้นที่ที่น้ำท่วมสูงได้จัดเรือท้องแบนออกให้บริการประชาชนถึงบ้าน ทั้งตรวจรักษา ให้คำปรึกษา ควบคุมป้องกันโรค รวมทั้งปรับปรุงสุขาภิบาลหลังน้ำลด โดยได้สำรวจ จัดทำทะเบียน ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ติดต่อสอบถามอาการทุกวัน ในกรณีมีโรคแทรกซ้อนได้ส่งทีมสหวิชาชีพช่วยเหลือถึงบ้าน โรคที่พบจากการออกหน่วยบริการส่วนใหญ่ คือโรคน้ำกัดเท้าพบผู้ป่วยเกือบ 3,000 คน ไข้หวัด 500 กว่าคน ให้การดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เกือบ 700 คน ซึ่งประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถโทรขอความช่วยเหลือที่สายด่วน 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ขอให้หน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ดังนี้1.ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด 2.วางแผนป้องกันน้ำท่วม เตรียมพร้อมระบบระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ สำรองน้ำมัน 3.แผนการจัดบริการผู้ป่วย ขนย้ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา-เวชภัณฑ์ไว้ที่ปลอดภัยและสำรองให้เพียงพอ สำรวจระบบสำรองไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ ให้พร้อมใช้งานหากไฟดับ 4.สำรวจเส้นทางการขนย้าย เตรียมจัด บริการตรวจรักษานอกโรงพยาบาล กรณีน้ำท่วมโรงพยาบาลหรือท่วมเส้นทางเดินทางเข้าออกลำบาก

นอกจากนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การป้องกันโรค/ภัยที่มากับน้ำท่วม เช่น การจมน้ำ ซึ่งน้ำท่วมครั้งนี้ ที่ จ.นครศรีธรรมราช มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำมากถึง 8 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีและผู้สูงอายุ ขอให้เตรียมแผนป้องกันควบคุมโรคหลังน้ำลด ปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยส่วนกลางจะส่งทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพื่อประเมิน เครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมปรับปรุง ซ่อมบำรุง จัดหาทดแทน ให้พร้อมสำหรับบริการประชาชน