
ไขกลยุทธ์ บิ๊กโอทีเอข้ามชาติ 'เอ็กซ์พีเดีย' ครองตลาดท่องเที่ยวโลก
ปัจจุบันการขายห้องพักผ่าน “ออนไลน์ ทราเวล เอเยนต์” หรือ“โอทีเอ” ของธุรกิจโรงแรมไทย ได้กลายเป็นช่องทางหลักในการขายไปแล้ว ไม่ใช่การขายผ่านทราเวล เอเยนต์ทั่วไปหรือโฮลเซลอย่างในอดีต และนับวันโอทีเอข้ามชาติ จะเข้ามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้นทุกที ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ อ่านได้จากสัมภาษณ์ นางพิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดเอ็กซ์พีเดียลอดจิ้ง พาร์ตเนอร์ เซอร์วิส ประเทศไทย เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป หนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
16 แบรนด์คลุมทุกเซอร์วิสท่องเที่ยว
เอ็กซ์พีเดีย อิน คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโมเดลการดำเนินธุรกิจระหว่างเอ็กซ์พีเดียและคู่ค้า เช่น โรงแรม เราย้ำเสมอว่า เราไม่ใช่บริษัทท่องเที่ยว แต่เป็นบริษัทเทคโนโลยี ที่นำพาให้ธุรกิจท่องเที่ยวก้าวหน้าและเป็นที่รู้จัก เอ็กซ์พีเดีย จึงเป็นศูนย์รวมของการบริการทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ในด้านการท่องเที่ยวจากการมีโปรดักต์ในการขายที่หลากหลายไม่ใช่แค่ห้องพักแต่ยังขายตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ ตั๋วเรือสำราญ รถเช่า กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ภายใต้แบรนด์ด้านท่องเที่ยวแบบออนไลน์กว่า 16 แบรนด์ในเครือเอ็กซ์พีเดีย ซึ่งช่วยตอบโจทย์ทริปท่องเที่ยวของลูกค้าให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด โดยแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก ก็อย่าง Expedia.com , Hotels.com, AirAsiaGo, Trivago(เปรียบเทียบราคา) เป็นต้น
“ แบรนด์ต่างๆในเครือเอ็กซ์พีเดีย มีทั้งแบรนด์ที่เราพัฒนาขึ้นมา และการเข้าไปซื้อแบรนด์ออนไลน์ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น wotif.comของออสเตรเลีย ซึ่งจากการที่เรามีแบรนด์หลากหลาย พาร์ตเนอร์โรงแรม ก็จะสะดวก เพราะติดต่อเอ็กซ์พีเดีย เจ้าเดียว ห้องพักที่โรงแรมให้โควตาไว้กับเรา ก็จะถูกนำไปขายผ่านในทุกแบรนด์เพิ่มโอกาสในการขายห้องพักของโรงแรมได้ทั่วโลก เมื่อแบรนด์ใดขายห้องพักออกไปได้ เราก็จะแจ้งขอโควตาห้องพักของโรงแรมเข้ามาในระบบเพิ่ม ซึ่งโรงแรมสามารถนำห้องพักที่ว่างอยู่เข้ามาขายผ่านเราได้”
ขณะที่ตัวลูกค้า ก็สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆของเอ็กซ์พีเดีย ได้หลายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคอลล์เซ็นเตอร์ การจองผ่าน แล็ปท็อป แท็บเลต โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่การจองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เราทำไว้รองรับอนาคต เช่น เว็บบนสมาร์ททีวี ปัจจุบันเอ็กซ์พีเดีย เว็บไซต์สำหรับการจอง หรือที่เรียกกันว่าหน้าร้านออนไลน์ กว่า 200 เว็บไซต์ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงใช้งานได้ถึง 35 ภาษา ในกว่า 75 ประเทศทั่วโลกรวมถึงนักท่องเที่ยวสามารถเลือกวิธีจ่ายเงินที่ต้องการได้ถึง 30 สกุลเงิน จากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว และมีผู้เข้าชมกว่า 450 ล้านคนต่อเดือน
[caption id="attachment_118942" align="aligncenter" width="476"]
ไขกลยุทธ์ บิ๊กโอทีเอข้ามชาติ 'เอ็กซ์พีเดีย' ครองตลาดท่องเที่ยวโลก[/caption]
พัฒนาเทคโนโลยีในทุกแพลตฟอร์ม
จากจุดแข็งของเอ็กซ์พีเดียดังกล่าว เกิดจากเราลงทุนไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีสูงมาก ซึ่งเรามีเอนจีเนียร์เป็นพันคนจากทั่วทุกประเทศมาร่วมกันคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆที่จะเอื้อประโยชน์ให้พาร์ตเนอร์ของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป เช่น โรงแรม เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และทำให้พาร์ตเนอร์สามารถเพิ่มรายได้สูงสุดให้กับธุรกิจ อย่างในปีล่าสุด(เดือนมิถุนายน2558-มิถุนายน2559) มีการลงทุนไปกับเทคโนโลยี คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท
เช่น การพัฒนาระบบเอ็กซ์พีเดีย พาร์ตเนอร์ เซ็นทรัล หรืออีพีซี เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้โรงแรมเข้าระบบและบริหารจัดการการขายห้องพักได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพการลงทุน รวมถึงการใช้งบสำหรับทำการตลาดใน 75 ประเทศทั่วโลก อยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท เน้นการโฆษณาผ่านบิลบอร์ด โทรทัศน์ การทำตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์
อีกระบบที่เอ็กซ์พีเดีย พัฒนาขึ้นมา คือ เรียลไทม์ ฟีตแบ็ก ซึ่งโรงแรมจะทราบถึงความรู้สึกของลูกค้าได้ ผ่านการทำเซอร์เวย์กับลูกค้า ในวันที่ลูกค้ามาเช็คอินหรือขณะพักอยู่ในโรงแรม เพื่อหากลูกค้าไม่พอใจเรื่องใด โรงแรมสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ามาเขียนคอมเมนต์วิจารณ์โรงแรมในทางไม่ดีออกไปในภายหลัง ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจจองของลูกค้ารายอื่น และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของโรงแรม โดยจากการทำระบบนี้มาเกือบ 1 ปี มีลูกค้าเข้ามาตอบเซอร์เวย์กว่า 8.3 ล้านคน
มีโรงแรมไทยในมือ1.1 หมื่นแห่ง
การดำเนินธุรกิจของเอ็กซ์พีเดีย ได้รับการตอบที่ดีจากจำนวนฐานลูกค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หันมาจองบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนโรงแรมที่เข้ามาอยู่ในระบบของเอ็กซ์พีเดียเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับในประเทไทย การเติบโตของลูกค้าในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี2558 ถึง 30% เกินเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะโต 20% ส่วนจำนวนโรงแรมในไทย ในปีที่ผ่านมา เรามีพันธมิตรอยู่ที่ 8,000 แห่ง จนถึงปัจจุบันเพิ่มมาเป็น 1.1 หมื่นแห่ง
ทั้งนี้การที่โรงแรมต่างๆแสดงความสนใจที่จะใช้บริการเอ็กซ์พีเดีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นเพราะโรงแรมต่างๆทราบดีว่าสามารถขายห้องพักได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ในหน้าร้านออนไลน์ที่เอ็กซ์พีเดียมีอยู่โดยที่โรงแรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปทำการขายที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีห้องพักไม่มาก แต่การขายผ่านอีคอมเมิร์ซ แม้มีห้องพักแค่ 40 ห้อง ก็สามารถทำได้ซึ่งเอ็กซ์พีเดีย จะนำราคาที่โรงแรมเสนอขายให้เรา ไปปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 20% เพื่อเสนอขายลูกค้า ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโรงแรมจ่ายมา ส่วนหนึ่งก็จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขายให้โรงแรม
การทำงานกับโรงแรม เราจะเป็นที่ปรึกษาให้เขา ทั้งการแต่งตัวให้ และนำวิธีการต่างๆเพื่อให้โรงแรมมีความน่าสนใจและขายได้มากขึ้น เช่น การทำหน้าเว็บไซต์ให้ดูดี การแนะนำการขายให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้า เช่นลูกค้ามาพัก 3 คน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการขายห้องพักให้โรงแรมได้มากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มระบบอีพีซี ซึ่งจะทำให้โรงแรมเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ เพื่อให้โรงแรมสามารถกำหนดราคาขายห้องพักได้เอง เช่น หากราคาที่ให้ สามารถขายห้องได้หมด โรงแรมก็อาจจะปรับราคาขายขึ้นไปอีกได้ หรือราคาที่กำหนดไว้ ขายได้น้อยมาก ก็อาจจะลดราคาห้องพักลง หรือห้องพักที่เปิดให้เราขาย ขายหมดแล้ว ก็สามารถใส่จำนวนห้องพักเข้ามาเพิ่มได้ เป็นต้น
ทั้งเอ็กซ์พีเดีย ก็ไม่ได้เปิดให้โรงแรมทำ Ranking (ดันโรงแรมขึ้นสู่หน้าแรกหรือหน้า 2 ในเว็บไซต์ของโอทีเอได้หากจ่ายค่าคอมมิสชันเพิ่ม)เหมือนโอทีเอ บางราย เนื่องจากมองว่าเป็นการแทรกแซงตลาด ทำให้ไม่เห็นกลไกตลาดตามจริงแต่มองที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างโอกาสในการขายโปรดักต์ต่างๆที่ครอบคลุมบริการด้านการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เป็นสำคัญ เพื่อให้ลูกค้า พาร์ตเนอร์ เช่นโรงแรม และการท่องเที่ยวโลกรวมของประเทศนั้นๆเติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเอ็กซ์พีเดีย สามารถดึงดูดกลุ่มคุณภาพสูงเดินทางมาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากดาต้าเบสพบว่า นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย เป็นกลุ่มประเทศแรกๆที่เดินทางมาเที่ยวไทยผ่านเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปมากที่สุด ส่วนตลาดที่มีความต้องการเข้าพักโรงแรมต่างๆ ผ่านบริการ ของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ตลาดฮ่องกง เป็นอันดับ 1 ที่ต้องการพักโรงแรมระดับ 4 ดาวและ5 ดาว ตลาดรัสเซีย เป็นอันดับ1 ที่พักโรงแรมระดับ 3 ดาว ส่วนสเปนและหมู่เกาะคานารี เป็นอันดับ 1 ที่พักในโรงแรมระดับ 2 ดาว
ทั้งหมดล้วนเป็นโมเดลธุรกิจของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ที่พลังของเทคโนโลยี นับวันจะทำให้ธุรกิจโอทีเอมีอิทธิพลในตลาดโรงแรมเพิ่มขึ้นทุกวัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
16 แบรนด์คลุมทุกเซอร์วิสท่องเที่ยว
เอ็กซ์พีเดีย อิน คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น NASDAQ ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งโมเดลการดำเนินธุรกิจระหว่างเอ็กซ์พีเดียและคู่ค้า เช่น โรงแรม เราย้ำเสมอว่า เราไม่ใช่บริษัทท่องเที่ยว แต่เป็นบริษัทเทคโนโลยี ที่นำพาให้ธุรกิจท่องเที่ยวก้าวหน้าและเป็นที่รู้จัก เอ็กซ์พีเดีย จึงเป็นศูนย์รวมของการบริการทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ในด้านการท่องเที่ยวจากการมีโปรดักต์ในการขายที่หลากหลายไม่ใช่แค่ห้องพักแต่ยังขายตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ ตั๋วเรือสำราญ รถเช่า กิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ ภายใต้แบรนด์ด้านท่องเที่ยวแบบออนไลน์กว่า 16 แบรนด์ในเครือเอ็กซ์พีเดีย ซึ่งช่วยตอบโจทย์ทริปท่องเที่ยวของลูกค้าให้เกิดความสมบูรณ์ที่สุด โดยแบรนด์ที่คนไทยรู้จัก ก็อย่าง Expedia.com , Hotels.com, AirAsiaGo, Trivago(เปรียบเทียบราคา) เป็นต้น
“ แบรนด์ต่างๆในเครือเอ็กซ์พีเดีย มีทั้งแบรนด์ที่เราพัฒนาขึ้นมา และการเข้าไปซื้อแบรนด์ออนไลน์ท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น wotif.comของออสเตรเลีย ซึ่งจากการที่เรามีแบรนด์หลากหลาย พาร์ตเนอร์โรงแรม ก็จะสะดวก เพราะติดต่อเอ็กซ์พีเดีย เจ้าเดียว ห้องพักที่โรงแรมให้โควตาไว้กับเรา ก็จะถูกนำไปขายผ่านในทุกแบรนด์เพิ่มโอกาสในการขายห้องพักของโรงแรมได้ทั่วโลก เมื่อแบรนด์ใดขายห้องพักออกไปได้ เราก็จะแจ้งขอโควตาห้องพักของโรงแรมเข้ามาในระบบเพิ่ม ซึ่งโรงแรมสามารถนำห้องพักที่ว่างอยู่เข้ามาขายผ่านเราได้”
ขณะที่ตัวลูกค้า ก็สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการต่างๆของเอ็กซ์พีเดีย ได้หลายหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นคอลล์เซ็นเตอร์ การจองผ่าน แล็ปท็อป แท็บเลต โทรศัพท์มือถือ หรือแม้แต่การจองผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เราทำไว้รองรับอนาคต เช่น เว็บบนสมาร์ททีวี ปัจจุบันเอ็กซ์พีเดีย เว็บไซต์สำหรับการจอง หรือที่เรียกกันว่าหน้าร้านออนไลน์ กว่า 200 เว็บไซต์ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงใช้งานได้ถึง 35 ภาษา ในกว่า 75 ประเทศทั่วโลกรวมถึงนักท่องเที่ยวสามารถเลือกวิธีจ่ายเงินที่ต้องการได้ถึง 30 สกุลเงิน จากหน้าเว็บไซต์ดังกล่าว และมีผู้เข้าชมกว่า 450 ล้านคนต่อเดือน
[caption id="attachment_118942" align="aligncenter" width="476"]
พัฒนาเทคโนโลยีในทุกแพลตฟอร์ม
จากจุดแข็งของเอ็กซ์พีเดียดังกล่าว เกิดจากเราลงทุนไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีสูงมาก ซึ่งเรามีเอนจีเนียร์เป็นพันคนจากทั่วทุกประเทศมาร่วมกันคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆที่จะเอื้อประโยชน์ให้พาร์ตเนอร์ของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป เช่น โรงแรม เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และทำให้พาร์ตเนอร์สามารถเพิ่มรายได้สูงสุดให้กับธุรกิจ อย่างในปีล่าสุด(เดือนมิถุนายน2558-มิถุนายน2559) มีการลงทุนไปกับเทคโนโลยี คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท
เช่น การพัฒนาระบบเอ็กซ์พีเดีย พาร์ตเนอร์ เซ็นทรัล หรืออีพีซี เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้โรงแรมเข้าระบบและบริหารจัดการการขายห้องพักได้ด้วยตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพการลงทุน รวมถึงการใช้งบสำหรับทำการตลาดใน 75 ประเทศทั่วโลก อยู่ที่ 1.4 แสนล้านบาท เน้นการโฆษณาผ่านบิลบอร์ด โทรทัศน์ การทำตลาดออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์
อีกระบบที่เอ็กซ์พีเดีย พัฒนาขึ้นมา คือ เรียลไทม์ ฟีตแบ็ก ซึ่งโรงแรมจะทราบถึงความรู้สึกของลูกค้าได้ ผ่านการทำเซอร์เวย์กับลูกค้า ในวันที่ลูกค้ามาเช็คอินหรือขณะพักอยู่ในโรงแรม เพื่อหากลูกค้าไม่พอใจเรื่องใด โรงแรมสามารถแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ามาเขียนคอมเมนต์วิจารณ์โรงแรมในทางไม่ดีออกไปในภายหลัง ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจจองของลูกค้ารายอื่น และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของโรงแรม โดยจากการทำระบบนี้มาเกือบ 1 ปี มีลูกค้าเข้ามาตอบเซอร์เวย์กว่า 8.3 ล้านคน
มีโรงแรมไทยในมือ1.1 หมื่นแห่ง
การดำเนินธุรกิจของเอ็กซ์พีเดีย ได้รับการตอบที่ดีจากจำนวนฐานลูกค้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่หันมาจองบริการด้านการท่องเที่ยวผ่านทางออนไลน์มากขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนโรงแรมที่เข้ามาอยู่ในระบบของเอ็กซ์พีเดียเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับในประเทไทย การเติบโตของลูกค้าในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปี2558 ถึง 30% เกินเป้าที่ตั้งไว้ว่าจะโต 20% ส่วนจำนวนโรงแรมในไทย ในปีที่ผ่านมา เรามีพันธมิตรอยู่ที่ 8,000 แห่ง จนถึงปัจจุบันเพิ่มมาเป็น 1.1 หมื่นแห่ง
ทั้งนี้การที่โรงแรมต่างๆแสดงความสนใจที่จะใช้บริการเอ็กซ์พีเดีย เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นเพราะโรงแรมต่างๆทราบดีว่าสามารถขายห้องพักได้เข้าถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ในหน้าร้านออนไลน์ที่เอ็กซ์พีเดียมีอยู่โดยที่โรงแรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปทำการขายที่มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก โดยเฉพาะกับธุรกิจที่มีห้องพักไม่มาก แต่การขายผ่านอีคอมเมิร์ซ แม้มีห้องพักแค่ 40 ห้อง ก็สามารถทำได้ซึ่งเอ็กซ์พีเดีย จะนำราคาที่โรงแรมเสนอขายให้เรา ไปปรับเพิ่มขึ้นอีกราว 20% เพื่อเสนอขายลูกค้า ซึ่งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโรงแรมจ่ายมา ส่วนหนึ่งก็จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขายให้โรงแรม
การทำงานกับโรงแรม เราจะเป็นที่ปรึกษาให้เขา ทั้งการแต่งตัวให้ และนำวิธีการต่างๆเพื่อให้โรงแรมมีความน่าสนใจและขายได้มากขึ้น เช่น การทำหน้าเว็บไซต์ให้ดูดี การแนะนำการขายให้สอดรับกับพฤติกรรมลูกค้า เช่นลูกค้ามาพัก 3 คน รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการขายห้องพักให้โรงแรมได้มากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มระบบอีพีซี ซึ่งจะทำให้โรงแรมเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ เพื่อให้โรงแรมสามารถกำหนดราคาขายห้องพักได้เอง เช่น หากราคาที่ให้ สามารถขายห้องได้หมด โรงแรมก็อาจจะปรับราคาขายขึ้นไปอีกได้ หรือราคาที่กำหนดไว้ ขายได้น้อยมาก ก็อาจจะลดราคาห้องพักลง หรือห้องพักที่เปิดให้เราขาย ขายหมดแล้ว ก็สามารถใส่จำนวนห้องพักเข้ามาเพิ่มได้ เป็นต้น
ทั้งเอ็กซ์พีเดีย ก็ไม่ได้เปิดให้โรงแรมทำ Ranking (ดันโรงแรมขึ้นสู่หน้าแรกหรือหน้า 2 ในเว็บไซต์ของโอทีเอได้หากจ่ายค่าคอมมิสชันเพิ่ม)เหมือนโอทีเอ บางราย เนื่องจากมองว่าเป็นการแทรกแซงตลาด ทำให้ไม่เห็นกลไกตลาดตามจริงแต่มองที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยสร้างโอกาสในการขายโปรดักต์ต่างๆที่ครอบคลุมบริการด้านการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เป็นสำคัญ เพื่อให้ลูกค้า พาร์ตเนอร์ เช่นโรงแรม และการท่องเที่ยวโลกรวมของประเทศนั้นๆเติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเอ็กซ์พีเดีย สามารถดึงดูดกลุ่มคุณภาพสูงเดินทางมาเที่ยวไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากดาต้าเบสพบว่า นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย เป็นกลุ่มประเทศแรกๆที่เดินทางมาเที่ยวไทยผ่านเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ปมากที่สุด ส่วนตลาดที่มีความต้องการเข้าพักโรงแรมต่างๆ ผ่านบริการ ของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ตลาดฮ่องกง เป็นอันดับ 1 ที่ต้องการพักโรงแรมระดับ 4 ดาวและ5 ดาว ตลาดรัสเซีย เป็นอันดับ1 ที่พักโรงแรมระดับ 3 ดาว ส่วนสเปนและหมู่เกาะคานารี เป็นอันดับ 1 ที่พักในโรงแรมระดับ 2 ดาว
ทั้งหมดล้วนเป็นโมเดลธุรกิจของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป ที่พลังของเทคโนโลยี นับวันจะทำให้ธุรกิจโอทีเอมีอิทธิพลในตลาดโรงแรมเพิ่มขึ้นทุกวัน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559






