thansettakij
thansettakij
เอเยนซี พลิกแผนรับ 'ดิจิตอล' ขาขึ้น

เอเยนซี พลิกแผนรับ 'ดิจิตอล' ขาขึ้น

12 ธ.ค. 59 | 08:00 น.
ถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจับตามองอย่างต่อเนื่องกับธุรกิจเอเจนซี่เมืองไทย โดยเฉพาะเมื่อกระแสดิจิตอลกำลังเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมโดยรวมมากขึ้น โดยในปีหน้าแนวโน้มของธุรกิจโฆษณาในสื่อดิจิตอลนั้นคาดการณ์กันว่าจะมีการเติบโตกว่า 20% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในแวดวงของเอเจนซี่หรืออุตสาหกรรมสื่อโฆษณาปีนี้แม้ยังจะไม่ฟื้นในแง่ของการเติบโตมากเท่าที่ควร เนื่องมาจากปัจจัยลบในแง่ของภาวะภัยแล้ง รายได้ภาคครัวเรือนที่ลดลง รวมไปถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ยังไม่กระจายไปทั่วถึงเท่าที่ควร อีกทั้งยังมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในช่วงเดือนต.คที่ผ่านมา ที่ทำให้อุตสาหกรรรมสื่อโฆษณามีผลประกอบการที่ลดลงจนติดลบ8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2559 จะติดลบไปถึง 10% แต่แน่นอนว่าปีหน้าทิศทางของอุตสาหกรรมโฆษณามีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างแน่นอนจากปัจจัยบวกในหลายด้านทั้ง นโยบายภาครัฐ และกระแสดิจิตอลที่มาแรง

"ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์กับ 2 ยักษ์ใหญ่ในแวดอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา-พีอาร์ยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่างภายในโอกาสจัดทัพใหม่ในองค์กรอย่าง "ปับลิซีส วัน" ที่เพิ่งประกาศปรับโครงสร้าง "อาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย" ด้วยการยกระดับแผนกพีอาร์สู่ "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" พร้อมกับการจัดทัพครีเอทีฟพีอาร์สู่ดิจิตอลพีอาร์ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดดิจิตอลและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น ขณะที่บริษัท ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย จำกัด ก็ได้เปิดตัวประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ พร้อมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทในเครืออย่างบริษัท อินิชิเอทีฟ จำกัด ด้วยเหตุผลเพื่อสร้างความพร้อมมากขึ้นในการรองรับการแข่งขันของธุรกิจเอเจนซี่ในเมืองไทยที่กำลังเติบโตสูงในปีหน้า

 ไอพีจีฯ เปิดตัวแม่ทัพใหม่ ชูดิจิตอลคอนเทนต์รุกตลาด

นางวรรณี รัตนพล ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการเติบโตในอุตสาหกรรมโฆษณาในปีหน้า คาดการณ์ว่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้ดีมากกว่าปีนี้ เนื่องมาจากปัจจัยบวกในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโครงการต่างๆของภาครัฐที่จะส่งผลดีเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่จะมีการตอบรับนโยบายเป็นอย่างดีซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจเอเจนซี่ในปีหน้า หลังจากที่ปีนี้ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาปีนี้ยังไม่ฟื้นเนื่องจากปลายปีก่อนจนถึงต้นปีมีภาวะฝนแล้ง รายได้ต่อครัวเรือนลดลง อีกทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่เข้าเป้าเท่าที่ควร และยังมีสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดในช่วงเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่างทำให้อุตสาหกรรมสื่อโฆษณามีผลประกอบการที่ลดลงจนติดลบ8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปี 2559 จะติดลบไปถึง 10%

"ในทุก ๆ ปีที่ผ่านมาภาพรวมรายได้ของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจะมีผลเป็นบวกตามการเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าโฆษณา แต่เนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโดยตรง จนทำให้อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาติดลบมากกว่าที่ได้เคยประเมินไว้แต่แรก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในปีหน้าจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เริ่มวางรากฐานไว้ และการส่งเสริมภาคธุรกิจต่าง ๆ น่าจะทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อโฆษณากลับมาเติบโตได้อีกครั้ง"

ทั้งนี้เพื่อเป็นการเสริมทัพในการรุกตลาดมีเดียเอเจนซี่เมืองไทย บริษัทได้มีการเปิดตัว 2 ผู้บริหารใหม่ ได้แก่ นายธราภุช จารุวัฒนะ มานั่งแท่นตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย จำกัด ,นางสาวมาลี กิตติพงศ์ไพศาล ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อินิชิเอทีฟ และตนเองจะมานั่งในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารบริษัท ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย จำกัด แทน ซึ่งการปรับโครงสร้างตำแหน่งผู้บริหารดังกล่าวเป็นการเสริมทัพของบริษัทในเครือฯในการสร้างการเติบโตให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยทั้งสองผู้บริหารนั้นถือว่าเป็นบุคคลที่คร่ำหวอดในแวดวงมีเดียเอเจนซี่มานาน

 เปิดวิสัยทัศน์ทีมบริหารใหม่ไอพีจีไทย

นายธราภุช จารุวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส ประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางของบริษัทหลังจากนี้จะให้ความสำคัญกับการสร้างดิจิตอลคอนเทนต์เข้ามาช่วยในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในปีหน้าผ่านบริษัท เอ็นเซ็มเบิลซึ่งถือเป็นอีกบริษัทในเครือที่ดำเนินธุรกิจทางด้านบีโลว์เดอะไลน์ และการผลิตคอนเทนท์ โดยในปีหน้ามีแผนจะเพิ่มการผลิตคอนเทนท์ใหม่ๆเพิ่มเป็นเท่าตัวจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 รายการเป็น 6 รายการ โดยจะมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้กับธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการสร้างทีมดาต้าขึ้นมา เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการวางแผนงานด้านสื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น

ขณะที่ภาพรวมตลาดโฆษณาปีนี้ไม่ค่อยดี แต่ภาพรวมไอพีจีฯ ยังมีผลประกอบการที่ดี อีกทั้งยังสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม และหาลูกค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังได้มีการผลิตคอนเทนท์ใหม่ๆ เช่น รายการ ลาแบนด้า ไทยแลนด์ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้กับธุรกิจมีเดียเอเยนซี่ได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันบันบริษัทมีรายได้มาจากกลุ่มบริษัทอินิชิเอทีฟ 50% ยูเอ็ม 20% และเอ็นเซ็มเบิล 20% ซึ่งมองว่าในปีหน้าสัดส่วนรายได้ที่มาจากเอ็นเซ็มเบิลจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% แต่อย่างไรก็ตามรายได้หลักของบริษัทยังมาจากอินิชิเอทีฟเป็นหลัก

ด้านนางสาวมาลี กิตติพงศ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อินิชิเอทีฟ จำกัด กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการที่จะผลักดันองค์กรให้ก้าวต่อไปข้างหน้า โดยจะเน้นในการนำประสบการณ์ และทักษะที่ได้ร่วมงานกับบริษัทข้ามชาติหลายรายทั้งด้านการบริหารงาน และการวางกลยุทธ์ทางด้านมีเดียมาใช้อย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้อินิชิเอทีฟเติบโต และมีผลประกอบการที่ดียิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยจะมีการคิดกลยุทธ์ทางด้านมีเดียรูปแบบใหม่ ๆ ที่ช่วยทำให้ลูกค้าประสบผลสำเร็จเข้ามาใช้รองรับความต้องการมากขึ้น

[caption id="attachment_118930" align="aligncenter" width="503"] ทีมผู้บริหารบริษัท เอ็มเอสแอล กรุ๊ป ทีมผู้บริหารบริษัท เอ็มเอสแอล กรุ๊ป[/caption]

 'ปับลิซิส วันฯ' รื้อแผนกพีอาร์ สู่ ‘เอ็มเอสแอล กรุ๊ป’

นายสงกรานต์ เศรษฐสมภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปับลิซิส วัน ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า มองว่าภาพรวมธุรกิจในปีหน้ารูปแบบการใช้สื่อดิจิตอลจะไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นการโฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ ส่วนงานด้านเทรดดิชันนอลพีอาร์จะปรับตัวเป็นการเติบโตด้านคอนเท้นท์ หรือดิจิตอลพีอาร์แทน ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเทคโนโลยีและแพลทฟอร์มโซเชียลมีเดียในรูปแบบต่างๆที่ได้รับความนิยมและเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานดซเชี่ยลเน็ตเวิร์คของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ยูทูป เป็นต้น

โดยล่าสุดบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างภายในเพื่อรองรับการเติบโตของกระแสดิจิตอลดังกล่าว ด้วยการ ปรับโครงสร้าง "อาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย" พร้อมยกระดับจากแผนกพีอาร์สู่ "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" มุ่งสู่ความเป็นดิจิตอลพีอาร์แทนซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะก่อให้เกิดการผนึกกำลังกันระหว่าง "อาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย" และ "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" ซึ่งต่างมีเครือข่ายที่แข็งแกร่งอยู่ทั่วโลก กลายเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองในระดับโกลบอลที่จะช่วยเสริมทัพของ "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" ในการก้าวสู่ตำแหน่งความเป็นผู้นำวงการพีอาร์เอเจนซี่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนยกระดับความเชี่ยวชาญด้านพีอาร์ของ "ปับลิซีส วัน" ในประเทศไทยโดยเชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตได้อีก 15-20%

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเม็ดเงินโฆษณาของสื่อดิจิตอลในปีนี้อยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งความจริงมองว่าเม็ดเงินในธุรกิจโฆษณามีมากกว่านี้ แต่มีการกระจายไปใช้ในสื่ออื่นๆ อาทิ สื่อดิจิตอลอีกมาก เช่น งานด้านประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

ด้านนายเกล็น โอซากิ ประธาน บริษัท เอ็มเอสแอลกรุ๊ป เอเชีย จำกัด กล่าวว่า "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป เอเชีย" มีสำนักงานเปิดให้บริการรวมกว่า 36 แห่งทั่วเอเชีย โดยไทยถือเป็นประเทศที่ 4 รองจากฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และเวียดนาม ที่ได้จับมือกับ "ปับลิซิส วัน" ในการนำหน่วยงานพีอาร์คือ "อาร์ค เวิลด์ไวด์ ประเทศไทย" ยกระดับสู่ "เอ็มเอสแอล กรุ๊ป" ที่ให้บริการให้คำปรึกษาด้านการสื่อสารและความสัมพันธ์ระดับเอเชีย ซึ่งใน 4 ประเทศนี้มองว่าไทยมีศักยภาพสูงสุดในการเติบโตด้านงานพีอาร์ จากการเติบโตของประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจที่ทำให้งานพีอาร์มีความสำคัญมากยิ่งขึ้น

ขณะที่กลยุทธ์การขยายธุรกิจของเอ็มเอสแอลทั่วโลกในปัจจุบัน เน้นการควบรวมกิจการและรีแบรนด์พีอาร์เอเจนซี่ในประเทศต่างๆ ซึ่งการเกิดขึ้นทั้งหมด 3 ประเทศแล้ว ได้แก่ เวียดนาม ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ ล่าสุดที่ประเทศไทย จึงนับว่าเป็นออฟฟิศลำดับที่ 38 ของเอ็มเอสแอลกรุ๊ป ซึ่งขณะนี้มีพนักงานมากว่า 3,000 คน ใน 20 ประเทศทั่วโลก ออฟฟิศส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง ซึ่งเอ็มเอสแอลกรุ๊ปจะเข้ามามีบทบาทในฐานะพีอาร์เจนซีหนึ่งเดียวภายใต้ ปับลิซีส วัน ที่พร้อมรองรับลูกค้าในด้านการประชาสัมพันธ์ต่อยอดจากทุกเอเจนซี่ในเครือ ไม่ว่าจะเป็น ปับลิซีส, ซาทชิ แอนด์ ซาทชิ, ลีโอ เบอร์เนทท์, สตาร์คอม , และอาร์ค ภายใต้กลยุทธ์ Go-to Market ซึ่งประกอบไปด้วย Insight - Integration – Impact ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Research, Converation2Commerce เป็นต้น

"ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เอ็มเอสแอลกรุ๊ปเลือกที่จะเข้ามาดำเนินกิจการในเมืองไทย เนื่องด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเข้าถึงเทคโนโลยีทางการสื่อสารของผู้คน โดยเฉพาะการใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน การขยายตัวของชนชั้นกลาง การมีจำนวนผู้นำทางความคิดที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายวงการ ส่งผลให้บทบาทของงานพีอาร์มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีศักยภาพในการช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ได้มากขึ้น"

นอกจากนี้พีอาร์ยังเป็นส่วนสำคัญในการเติบโตของสื่อดิจิตอลและโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชี่ยวชาญในการบริหารคอนเทนต์ อันเป็นสิ่งสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและสร้างแบรนด์ในปัจจุบัน
พีอาร์ยังคงเติบโตแม้ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่คุ้มค่าและทรงประสิทธิภาพที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,217 วันที่ 11 - 14 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business