
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(9 ธ.ค.59)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากราคาหลุด 1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะซื้อออกไปก่อน ทั้งนี้ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด และพยายามลดสถานะลงทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการหยุดยาว
ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาลดลงจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อสร้างฐานราคาต่อ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับในโซน 1,163-1,157ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,163 1,157 1,142
แนวต้าน 1,181 1,189 1,198
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 3.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบีที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและตัดสินใจปรับลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)แต่ขยายระยะเวลาของโครงการออกไปนานกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยขยายระยะเวลาในการซื้อสินทรัพย์ออกไปอีก 9 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนธ.ค.2017 จากเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมี.ค.2017 และเปิดโอกาสสำหรับการเพิ่มขนาดการซื้อสินทรัพย์อีกครั้งด้วย ปัจจัยดังกล่าวกดดันสกุลเงินยูโรให้ร่วงลงกว่า 1% หนุนดอลลาร์ให้พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ด้านกองทุน SPDR วานนี้ลดการถือครองทองคำลง 2.96 ตัน ขณะวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ อาทิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ, คาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoMและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจาก UoM เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์หน้า
คำแนะนำ
หากราคาหลุด 1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์จำเป็นต้องชะลอการเปิดสถานะซื้อออกไปก่อน ทั้งนี้ควรติดตามการเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด และพยายามลดสถานะลงทุนเพื่อควบคุมความเสี่ยงจากการหยุดยาว
ราคาขยับขึ้นแต่ก็มีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ความผันผวนของราคาลดลงจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งหากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือ 1,181 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ มีผลให้ราคาปรับตัวลงเพื่อสร้างฐานราคาต่อ มีโอกาสเกิดแรงขายกลับลงมา โดยมีแนวรับในโซน 1,163-1,157ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,163 1,157 1,142
แนวต้าน 1,181 1,189 1,198
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง 3.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบีที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและตัดสินใจปรับลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)แต่ขยายระยะเวลาของโครงการออกไปนานกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยขยายระยะเวลาในการซื้อสินทรัพย์ออกไปอีก 9 เดือนซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนธ.ค.2017 จากเดิมที่จะครบกำหนดในเดือนมี.ค.2017 และเปิดโอกาสสำหรับการเพิ่มขนาดการซื้อสินทรัพย์อีกครั้งด้วย ปัจจัยดังกล่าวกดดันสกุลเงินยูโรให้ร่วงลงกว่า 1% หนุนดอลลาร์ให้พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ด้านกองทุน SPDR วานนี้ลดการถือครองทองคำลง 2.96 ตัน ขณะวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ อาทิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ, คาดการณ์ความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก UoMและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อจาก UoM เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้นำทิศทางราคาทองคำในระยะสั้นก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในสัปดาห์หน้า






