thansettakij
thansettakij
KTBST ชี้หุ้นไทยเดือน ธ.ค.ตลาดรับปัจจัยบวกราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น

KTBST ชี้หุ้นไทยเดือน ธ.ค.ตลาดรับปัจจัยบวกราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น

06 ธ.ค. 59 | 08:16 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ธ.ค. 59 | 15:16 น.
บล.KTBST ประเมินหุ้นไทยเดือน ธ.ค . ตลาดรับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น และการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศพร้อมติดตามประเด็นการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของอิตาลี และการ ประชุม FOMC อาจมีผลต่อตลาดได้  มองกรอบดัชนี  SETIndex  ธ.ค. ที่ 1,550-1,580 จุด

ดร.วิน  อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KTBST เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นเดือน ธ.ค. ว่า จากการที่ปัจจัยสำคัญๆ มีความชัดเจน หรือผ่านไปแล้วหลายปัจจัย อาทิการเลือกตั้งสหรัฐฯ , ราคาน้ำมัน , การเมืองภายในประเทศ จะทำให้ตลาดหุ้นเดือน ธ.ค.มีความผันผวนน้อยลง และมีทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้นจากสองปัจจัยหลัก คือ 1.) ราคาน้ำมันดิบที่ส่งผลบวกต่อหุ้นน้ำมันและเศรษฐกิจโลก และ 2.)มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ จากภาพตลาดที่เป็นบวก จะทำให้มีเงินเข้ามาซื้อ กองทุน LTF-RMF มากขึ้นด้วย จึงคาดว่าดัชนีเดือนนี้มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากเดือนก่อน

โดยปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นในเดือนธันวาคม ได้แก่ 1.) นโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ที่นักลงทุนกำลังรอดูว่านโยบายใดจะทำได้บ้าง โดยที่นโยบายด้านการค้าระหว่า งประเทศ การลดภาษีและการลงทุนภาครัฐ เป็นนโยบายที่สำคัญต่อตลาด รวมไปถึงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่จะส่งผลให้ QE ประเทศต่างๆ ชะลอหากสหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องมาถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและทำให้นักลงทุนลดพอร์ตลงทุนในพันธบัตรลง

ขณะที่ปัจจัยต่อมา คือ 2.) การที่ OPEC สามารถบรรลุข้อตกลงลดกำลังการผลิตน้ำมันลง ช่วยลดความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันเกิดความต้องการ (oversupply) ตลาดที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยประเทศซาอุอาระเบียลดการผลิตลงมากที่สุดราว 5 แสนบาเรลต่อวัน) ข้อกำหนดดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน โดยจะกลับมาพิจารณาข้อกำหนดดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 25 พฤษภาคมปีหน้า ขณะเดียวกันกันทางกลุ่ม OPEC ยังคาดหวังว่าผู้ผลิตนอกกลุ่มจะสามารถร่วมมือลดการผลิตได้เพิ่มอีกราว 6 แสนบาเรลต่อวัน โดยมีการส่งสัญญาณอย่างไม่เป็นทางการว่า รัสเซียจะลดกำลังการผลิตของตนเองลงราว 3 แสนบาเรลต่อวัน ขณะที่เม็กซิโกและโอมานคาดจะลดได้รวมกว่า 1.95 แสนบาเรลต่อวัน ซึ่งกลุ่ม OPEC มีกำหนดการในการเข้าประชุมกับผู้ผลิตนอกกลุ่มเพื่อหารือเกี่ยวกับการลดปริมาณอีกครั้งในวันที่ 9 ธันวาคมนี

ทั้งนี้จากข้อตกลงดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันและหุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง WTI และ BRENT ปรับตัวสูงขึ้นซึ่งหากผู้ผลิตนอกกลุ่มประกาศเข้าร่วมการลดปริมาณการผลิตลงด้วยก็จะผลักดันให้ภาพรวมตลาดน้ำมันดูดีขึ้นอีกได้ เป็นการส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและยังทำให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นแต่เป็นลบต่อผู้ใช้วัตถุดิบที่อ้างอิงมาจากราคาน้ำมัน บล.KTBST ประเมินว่าแนวโน้มจากนี้ไปราคาน้ำมันจะมีเสถียรภาพมากขึ้นเพราะจะมีความร่วมมือในแบบนี้ขึ้นอีก โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน WTI ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 55 - 60 เหรียญฯ

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ 4.) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยทีเป็นแรงกระตุ้นตลาดหุ้นที่สำคัญ อันเป็นผลจากนโยบายรัฐบาล ในด้านต่างๆ อาทิ เร่งใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ , เร่งการลงทุนภาครัฐและงานประมูลต่างๆ , การให้เงินช่วยเหลือและลดภาษีกระตุ้นการใช้จ่าย ส่งผลให้ GDP ไตรมาส 4 ไม่หดตัวอย่างที่คาดการณ์กัน ขณะเดียวกันจากการเร่งลงทุนดังกล่าวจะทำให้ ปี 2560 เศรษฐกิจจะยังขยายตัวดีเช่นกัน

ดร.วิน  ยังกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในเดือน ธ.ค. บล.KTBST ประเมินว่า ทิศทางตลาดที่มีแนวโน้มในทางบวก จึงเป็นเดือนที่ควรสะสมหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะนำตลาดคือหุ้นใหญ่ในกลุ่มที่นักลงทุนสถาบันฯเข้าลงทุน กลุ่มที่ได้รับอานิสงค์จากมาตรการภาครัฐฯ (Domestic Play) นำโดยกลุ่มรับเหมาฯ เป็นต้น ประเด็นทีอาจจะส่งผลต่อได้ในดือนนี้จะเป็น การลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของอิตาลีที่จะมีผลต่อการเมืองของอิตาลีและยุโรปในเรื่องการออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซน และการประชุม FOMC (14 ธ.ค.) ขณะที่แรงขายของนักลงทุนต่างประเทศจะมีผลต่อตลาดเช่นกัน โดยเรายังมองเป้าหมาย SET Index เดือน ธ.ค. ที่ 1,550-1,580 จุด หุ้นที่น่าสนใจในเดือน ธ.ค. ได้แก่  AOT , BH , SCC , SMT , SQ , UNIQ